สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๔- ๑๐ ก.พ. ๖๐

 16 ก.พ. 2560 10:34 น. | อ่าน 18
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลง ร้อยละ ๑๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ม.ค. - ๓ ก.พ.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๒๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว
          ในสัปดาห์นี้ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ คือ ประเด็นสิทธิมนุษยชน (ได้แก่ แด่... นักปกป้องสิทธิมนุษยชน) และประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) บุกยิงเถ้าแก่รับซื้อเศษยาง ชาวบ้านถูกลูกหลงดับด้วย, ๒) ๓ คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิง อบต.ปิยามุมังดับ, ๓) กลุ่มคนร้ายกว่า ๒๐ คน จับ รปภ.มัด ก่อนจุดไฟเผาโรงโม่หินวอด ๒ จุด, ๔) ซุ่มยิงผัวเมีย ขณะกรีดยาง ดับ ๑ เจ็บ ๑, และ ๕) โจรใต้ยิงดับ อส.ทพ. ที่ปัตตานี ช่วงไปละหมาด-คาดปมสุมไฟใต้)
          ในส่วนของประเด็นเชิงบวก คือ ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ได้แก่ แม่ทัพภาค ๔ ลุยจัดระเบียบภูเก็ต ลดปัญหาภัยแทรกซ้อน), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ จัดงานธงฟ้าช่วยชาวใต้ ย้ำก๋วยเตี๋ยว-ตามสั่งอย่ามั่วขึ้นราคา), ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ (ได้แก่ จัดรูปส่งเสริมเกษตร แปลงใหญ่ ๓ จชต.), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (ได้แก่ ซีพีเอฟสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำบาลาฮาลา), ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต (ได้แก่ แกล้งดิน...กุญแจ...ไขสู่ความสำเร็จการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัด มรดกแห่งภูมิปัญญาที่พ่อสร้าง...สู่การพัฒนาอาชีพ), ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต (ได้แก่ นราธิวาส จัดงานวาเลนไทน์ จัดสมรส ๔๕ คู่ เปิดที่ท่องเที่ยวใหม่), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (ได้แก่ CCTV จับภาพ ๖ ชายต้องสงสัย ก่อเหตุยิงถล่มเถ้าแก่รับซื้อยาง อ.ยี่งอ), ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (ได้แก่ บอกกล่าวเล่าเรื่อง: มหกรรมวิชาการตามรอยพระราชดำริ), ประเด็นการศึกษา (ได้แก่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เทพรัตนแห่งแผ่นดิน),  ประเด็นยาเสพติด (ได้แก่ ยะลาปิดเมืองค้นผับล้างยาเสพติด), ประเด็นกีฬา (ได้แก่ กีฬาภูธร: ศอ.บต.จัดฟุตซอล 5 จว.ชายแดนใต้) และประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (ได้แก่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ชู โรดแมป ดับไฟใต้)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ ลดลงร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ม.ค. - ๓ ก.พ.๖๐) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว เล็กน้อย

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๔ –๑๐ ก.พ.๖๐ สรุปได้ดังนี้
          ประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจรายงานมากที่สุด คือ กรณีรัฐบาลไทยยืนยันว่า มีการประสานงานกับรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อขอนำตัวผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคดีความมั่นคง ซึ่งถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมตัวที่ปาเสมัส เมืองชายแดน รัฐกลันตัน พร้อมของกลางอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ เมื่อกลางเดือนมกราคม ที่ผ่านมา และจากการสอบสวนพบว่า หนึ่งในหกผู้ต้องหา เป็นสมาชิกขบวนการบีอาร์เอ็น
          ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่สื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียน รายงานประกอบด้วย ข่าวการก่อเหตุร้ายรายวัน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง benarnews ตั้งข้อสังเกตุว่าในช่วง ๑๐ วันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้เสียชีวิต ๗ คน รวมทั้งการใช้อาวุธสงครามปิดถนนสังหารนายก อบต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
          นอกจากนี้ ก็มีประเด็นข่าวการติดตามจับกุมและยึดทรัพย์ เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยึดเงินสดและทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่ากว่า ๕๐ ล้านบาท และประเด็นข่าวเจ้าหน้าที่มาเลเซีย เข้มงวดปราบปรามการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิง จากมาเลเซียเข้าไปจำหน่ายในประเทศไทย

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -3.405ln(x) + 24.342) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ม.ค. – ๓ ก.พ.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.3258ln(x) + 0.0429) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๒๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

     ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

    2017-01-28

    27

    3

     9.00

    2017-01-29

    16

    1

     16.00

    2017-01-30

    33

    0

     33.00

    2017-01-31

    12

    1

     12.00

    2017-02-01

    9

    1

     9.00

    2017-02-02

    22

    1

     22.00

    2017-02-03

    19

    1

     19.00

    ค่าสัดสวนเฉลี่ย

     17.14

    2017-02-04

    16

    4

     4.00

    2017-02-05

    17

    0

     17.00

    2017-02-06

    24

    2

     12.00

    2017-02-07

    12

    2

     6.00

    2017-02-08

    17

    5

     3.40

    2017-02-09

    17

    5

     3.40

    2017-02-10

    14

    8

     1.75

    ค่าสัดสวนเฉลี่ย

     6.79

    หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ – ๑๐ ก.พ.๖๐ มีข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข ๑ ข่าว ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ชูโรดแมปดับไฟใต้ เป็นต้น ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ม.ค. – ๓ ก.พ.๖๐) ไม่มีข่าวเชิงบวก ในส่วนของข่าวเชิงลบ ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.4874ln(x) + 0.1229) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๖๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ม.ค.-๓ ก.พ.๖๐) ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) บุกยิงเถ้าแก่รับซื้อเศษยาง ชาวบ้านถูกลูกหลงดับด้วย, ๒) ๓ คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิง อบต.ปิยามุมัง ดับ, ๓) กลุ่มคนร้ายกว่า ๒๐ คน จับ รปภ.มัด ก่อนจุดไฟเผาโรงโม่หินวอด ๒ จุด, ๔) ซุ่มยิงผัวเมียขณะกรีดยาง ดับ๑ เจ็บ ๑, และ ๕) โจรใต้ยิงดับ อส.ทพ. ที่ปัตตานี ช่วงไปละหมาด-คาดปมสุมไฟใต้ เป็นต้น

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1458ln(x) + 0.0234) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐๐ ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. ไม่มีภาพข่าวเชิงลบมา ๗ สัปดาห์แล้ว (๒๔ ธ.ค.๕๙ – ๑๐ ก.พ.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมือง ได้แก่ ป้อมห้ามถกเถียงคุยปรองดอง ตั้งแล้ว ๔ อนุฯ เดินหน้าทันที นัดแรก-วันนี้ เป็นต้น

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.27ln(x) + 0.0142) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ม.ค. – ๓ ก.พ.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็น รปภ.ฯ มีข่าวเชิงลบจำนวน ๑ ข่าว จากที่ไม่ปรากฏข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้ว ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ฯ ได้แก่ แม่ทัพภาค ๔ ลุยจัดระเบียบภูเก็ต ลดปัญหาภัยแทรกซ้อน เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ เปลี่ยนถังแก๊สเหล็กไม่ใช่คำตอบสุดท้าย โจรใต้ยังป่วน เป็นต้น

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4863ln(x) + 2.3393) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ม.ค. – ๓ ก.พ.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1005ln(x) - 0.0381) โดยมีข่าวเชิงลบจำนวน ๒ ข่าว จากที่ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ม.ค. – ๓ ก.พ.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ จัดรูปส่งเสริมเกษตร แปลงใหญ่ ๓ จชต. เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ พ่อค้ากดราคาน้ำยางสด สารพัดข้ออ้าง จีน-มาเลย์ หยุดรับซื้อ เป็นต้น

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับ จชต. จำนวน ๑ ข่าว ได้แก่ ข่าว “แด่... นักปกป้องสิทธิมนุษยชน”
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล

                ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ที่เกี่ยวข้องกับ จชต.
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
          1. ประเด็นสิทธิมนุษยชน ได้แก่ แด่... นักปกป้องสิทธิมนุษยชน
          2. ประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) บุกยิงเถ้าแก่รับซื้อเศษยาง ชาวบ้านถูกลูกหลงดับด้วย, ๒) ๓ คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิง อบต.ปิยามุมัง ดับ, ๓) กลุ่มคนร้ายกว่า ๒๐ คน จับ รปภ.มัด ก่อนจุดไฟเผาโรงโม่หินวอด ๒ จุด, ๔) ซุ่มยิงผัวเมียขณะกรีดยาง ดับ ๑ เจ็บ ๑, และ ๕) โจรใต้ยิงดับ อส.ทพ. ที่ปัตตานี ช่วงไปละหมาด-คาดปมสุมไฟใต้
    ในส่วนของประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
          1. ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ แม่ทัพภาค ๔ ลุยจัดระเบียบภูเก็ต ลดปัญหาภัยแทรกซ้อน
          2. ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ จัดงานธงฟ้าช่วยชาวใต้ ย้ำก๋วยเตี๋ยว-ตามสั่งอย่ามั่วขึ้นราคา
          3. ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ ได้แก่ จัดรูปส่งเสริมเกษตร แปลงใหญ่ ๓ จชต
          4. ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ซีพีเอฟสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำบาลาฮาลา
          5. ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ แกล้งดิน...กุญแจ...ไขสู่ความสำเร็จการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัด มรดกแห่งภูมิปัญญาที่พ่อสร้าง...สู่การพัฒนาอาชีพ
          6. ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ นราธิวาส จัดงานวาเลนไทน์ จัดสมรส ๔๕ คู่ เปิดที่ท่องเที่ยวใหม่
          7. ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ CCTV จับภาพ ๖ ชายต้องสงสัย ก่อเหตุยิงถล่มเถ้าแก่รับซื้อยาง อ.ยี่งอ
          8. ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ บอกกล่าวเล่าเรื่อง: มหกรรมวิชาการตามรอยพระราชดำริ
          9. ประเด็นการศึกษา ได้แก่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เทพรัตนแห่งแผ่นดิน
          10. ประเด็นยาเสพติด ได้แก่ ยะลาปิดเมืองค้นผับล้างยาเสพติด
          11. ประเด็นกีฬา ได้แก่ กีฬาภูธร: ศอ.บต.จัดฟุตซอล ๕ จว.ชายแดนใต้
          12. ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ชูโรดแมป ดับไฟใต้

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ ก.พ.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.482ln(x) + 3.2483) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘  ม.ค. – ๓ ก.พ.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๔ - ๑๐ ก.พ.๖๐
          ประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจรายงานมากที่สุด คือ กรณีรัฐบาลไทยยืนยันว่า มีการประสานงานกับรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อขอนำตัวผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคดีความมั่นคง ซึ่งถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมตัวที่ปาเสมัส เมืองชายแดน รัฐกลันตัน พร้อมของกลางอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ เมื่อกลางเดือนมกราคม ที่ผ่านมา และจากการสอบสวนพบว่า หนึ่งในหกผู้ต้องหา เป็นสมาชิกขบวนการบีอาร์เอ็น
          ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่สื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียน รายงานประกอบด้วย ข่าวการก่อเหตุร้ายรายวันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง benarnews ตั้งข้อสังเกตุว่า ในช่วง ๑๐ วันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้เสียชีวิต ๗ คน รวมทั้งการใช้อาวุธสงครามปิดถนนสังหารนายก อบต.ปิยามุมัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
          นอกจากนี้ ก็มีประเด็นข่าวการติดตามจับกุมและยึดทรัพย์ เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยึดเงินสดและทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่ากว่า ๕๐ ล้านบาท และประเด็นข่าวเจ้าหน้าที่มาเลเซีย เข้มงวดปราบปรามการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงจากมาเลเซีย เข้าไปจำหน่ายในประเทศไทย
          ๕.๑ สำนักข่าว bernama ของทางการมาเลเซีย รายงานรัฐบาลไทย ได้ทำเรื่องขอตัวสมาชิกกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่ถูกตำรวจมาเลเซียจับกุม เมื่อเดือนมกราคมกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ทั้งนี้ผู้ต้องหาคนดังกล่าว ถูกจับกุมตัวที่เมืองปาเสมัส ในรัฐกลันตันพร้อมกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ อีก ๕ คน
          พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ทางการไทยได้ขอตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าว มาดำเนินคดีในประเทศไทย พร้อมทั้งระบุว่า ผู้ต้องหาคนนี้ ไม่ได้เป็นสมาชิกขบวนการบีอาร์เอ็นเท่านั้น แต่ยังมีหมายจับคดีความมั่นคงด้วย อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการทหารบก บอกว่า ตอนนี้ทางการมาเลเซีย คงต้องการควบคุมตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าว เพื่อสอบสวนก่อน
          สมาชิกบีอาร์เอ็นที่ทางการไทยต้องการนำตัวมาดำเนินคดี ในประเทศไทยรายนี้ ถูกตำรวจมาเลเซียบุกเข้าจับกุมพร้อมผู้ต้องหาอีก ๕ คน ที่เมืองปาเสมัส ตอนเช้ามืดวันที่ ๑๕ มกราคม โดยที่ตำรวจได้ยึดของกลาง เป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ เช่น สายไฟและแบตเตอรี่
          ทางด้าน ดร.อับดุล เราะห์มาน อิสมาเอล ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน บอกว่า ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง ๖ คน เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ จึงจำเป็นต้องใช้เวลา เพื่อสอบปากคำหาข้อมูลเชิงลึก

    (Thailand has asked Malaysia to extradite one of the six men detained last month in Kelantan for alleged links with a southern Thai militant group.
    Thai Army Chief Gen Chalermchai Sittisart who disclosed this to the media today, said the man in question was a suspected member of the Barisan Revolusi Nasional (BRN), the most influential group in southern Thailand.
    “I would like to confirm that one of the six men is a member of BRN. We have sent a request for the extradition, but I think the Malaysian authorities also want to conduct their investigations first,” he told the media today.
    “I would like to confirm that one of the six men is a member of BRN. We have sent a request for the extradition, but I think the Malaysian authorities also want to conduct their investigations first,” he told the media today.
    In pre-dawn raids at several locations on Jan 15 in Pasir Mas, Kelantan, the police nabbed the six men and seized suspected bomb-making materials, including wires and battery.
    Kelantan police chief, Datuk Dr Ab Rahman Ismail was quoted as saying, the police believed the case was linked to a national security threat and would conduct in-depth investigations on the six men.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/thailand-wants-malaysian-extradited-over-militant-links​
    http://www.nst.com.my/news/2017/02/210488/thai-wants-extradite-man-links-militant-group-msia​
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=132726

          ๕.๒ เว็บไซต์ benarnews สำนักข่าวได้ที่ได้รับเงินสนับสนุนการดำเนินงานจากหน่วยงานรัฐบาลอเมริกัน รายงานเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ว่า ตำรวจระบุว่าเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงประชาชน เสียชีวิต ๔ คน รวมทั้งนายก อบต.ปิยามุมัง
    เบนานิวส์ รายงานว่า ช่วง ๑๐ วันแรกของเดือนกุมภาพันธ์ มีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงประชาชนอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม ๗ คน

    (Police said four people were shot and killed in three provinces of Thailand’s insurgent-stricken Deep South on Friday, including a local sub-district chief.
    The killings prolonged a deadly trend in February, bringing to seven the number of people killed so far this month in a series of attacks in the southern border region.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/english/news/thai/south-killings-02102017144358.html​

          ๕.๓ สำนักข่าว bernama รายงานเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ว่า ตำรวจไทยจับกุมผู้ต้องสงสัยชายและหญิง โดยการปิดถนน เพื่อตรวจค้นรถยนต์ของผู้ต้องสงสัย จากการตรวจค้นพบเงินสดในรถยนต์ ๑ ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ต้องสงสัยหญิงคนดังกล่าว เป็นภรรยาผู้ต้องขังคดียาเสพติด ซึ่งขณะนี้ถูกจำคุกที่เรือนจำ ในรัฐกลันตัน ในคดีครอบครองยาบ้า ๗ หมื่นเม็ด
          ตำรวจได้ควบคุมผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน ไปตรวจค้นที่ห้องพักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในอำเภอหาดใหญ่ พบเงินสดซ่อนไว้อีกกว่า ๕๐ ล้านบาท แยกเป็นเงินมาเลเซียริงกิต ๑.๕ ล้านริงกิต และเงินไทยอีก ๔๑ ล้านบาท หลังจากนั้นจึงไปค้นบ้านพักของผู้ต้องสงสัยหญิง พบเงินสดของสามีนางซ่อนไว้อีก ๘ หมื่นริงกิต ตำรวจไทยได้นำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน ไปสอบปากคำต่อที่กรุงเทพฯ เพื่อหาข้อมูลว่า ทั้งสองคนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติดอาเซียน คือ ไซซะนะ แก้วพิมพา หรือ อุสมาน สาละแมง หรือไม่

    (Thai police have seized a large amount of cash in Malaysian ringgit and Thai baht, believed to be proceeds from the sale of drugs in Kelantan and southern Thailand.
    A man and a woman were arrested along with the seizure during a roadblock here.
    Ninth Division Police chief Maj Gen Sakorn Thangmuni said during inspections on the duo's car, the police only found cash of one million baht.
    However, further investigation found that the 47-year-old woman had once tried to send 5 million baht (approximately RM641,000) to a drug dealer in Sungai Golok. The attempt was thwarted by authorities.
    Sakorn also said that the woman's husband was currently serving time in jail in Kelantan after he was detained with 70,000 psychotropic pills during an operation three years ago.
    He said the arrest of the duo led the police to a condominium in Hatyai, where more cash - some RM1.5mil and 41 million baht (about RM5.2mil) - were found.
    "All the cash was hidden in two bags found under the bed. The police also found various types of jewellery and seized a car," he said.
    During an inspection at the woman's house in Sungai Golok, the police found another stack of cash, totalling RM80,000, which she said belonged to her husband.
    Sakorn said the duo would be taken to Bangkok for investigations into whether they were linked to the "Asean Drug King," Xaysana Keopimpha, or main drug trafficker in southern Thailand, Usman Salamaeng. – Bernama)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/02/10/thai-police-nab-duo-seize-rm5mil-cash/​
    http://www.nst.com.my/news/2017/02/211057/rm15mil-42mil-baht-drug-money-seized-thailand

          ๕.๔ สื่อมาเลเซียรายงานว่า ตำรวจปราบปรามยาเสพติดมาเลเซีย ได้ปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหานักค้ายาเสพติด ๕ คน ได้รัฐกลันตัน และที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งหนึ่งในห้าผู้ต้องหาเป็นคนสองสัญชาติ
                พลตำรวจโท สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว bernama ว่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวที่รัฐกลันตันเมื่อวันจันทร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ เป็นคนสองสัญญาชาติ คือ ถือทั้งสัญชาติไทยและมาเลเซีย และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดในประเทศไทย พร้อมทั้งบอกว่า ทางการไทยกำลังพิจารณาขอตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าว มาดำเนินคดีในประเทศไทย ทั้งนี้เนื่องจากมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่า ผู้ต้องหาคนนี้ เป็นนักค้ายาเสพติดระดับตัวการใหญ่ ที่นำยาเสพติดจากภาคเหนือและอีสานมากระจายผ่านเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ จชต.

    (According to NSB chief Lt Gen Sommai Kongvisaisuk, the suspect, who was picked up in Kelantan last Monday, is a dual holder of Malaysian and Thai citizenship. Sommai told Bernama that the suspect has an arrest warrant for drug offences in Thailand under his Thai name, and that the arrest was made possible following information from Thai authorities. Sommai did not discount the possibility that the NSB might request for the man's extradition to Thailand, but said the matter will ultimately be determined by the
    Narcotics Control Board. Authorities believe the suspect was the head of a drug smuggling network in southern Thailand, which distributed drugs it received from the north and northeast regions of the country, said Sommai.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2017/02/211059/pil-kuda-syndicate-crippled-kelantan-kl-linked-asean-drug-lord​

          ๕.๕ สื่อมาเลเซียและสิงคโปร์ รายงานว่า ทางการมาเลเซียในรัฐภาคเหนือที่ติดกับพรมแดนประเทศไทย เริ่มเข้มงวดปราบปรามการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงจากมาเลเซียเข้าไปจำหน่ายในประเทศไทย
                รายงานระบุว่า พวกลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน มีการดัดแปลงรถยนต์หลากหลายวิธี เพื่อสร้างเป็นถังลับในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งการดัดแปลงถังน้ำมันเชื้อเพลิงซ่อนไว้ในที่นั่งด้านหลังคนขับ หรือใต้ท้องรถยนต์ ในตัวรถยนต์ ในช่องเก็บยางอะหลั่ย หรือแม้กระทั่งกันชนรถยนต์
                รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมาเลเซียที่ถูกกว่าในประเทศไทยมาก เป็นแรงจูงใจสำคัญ
                ทางด้านผู้ช่วยอธิบดีกรมศุลกากรมาเลเซียบอกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ของกรมทำงานอย่างใกล้ชิด ร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการค้าภายในและคุ้มครองผู้บริโภค ในการปราปบรามการลักลอบนำน้ำมันสำเร็จรูปออกไปยังประเทศไทย

    (Smugglers who transport vehicle fuel from northern Malaysian into Thailand are coming up with ingenious ways to fool the authorities.)
    Some build an extra fuel tank disguised as the back seat of a vehicle, others hide the tanks below the car's frame, or build them inside vans. There are also those who convert the space for spare tyres into fuel tanks, or the frames of motorcycles and even car bumpers.
    The illegal work pays off due to the large difference in the pump prices of fuel in Malaysia and Thailand, with Malaysia battling fuel smugglers for years.
    Customs department assistant director-general (enforcement) Paddy Abdul Halim said its officers at the border work closely with the Domestic Trade, Cooperatives and Consumerism Ministry against diesel and petrol smugglers.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/fuel-smugglers-get-crafty-at-thai-border-with-malaysia

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

     

Comment
Related