สรุปสถานการณ์ 3 จชต.๓๑ ธ.ค. ๕๙ - ๖ ม.ค. ๖๐

 09 ม.ค. 2560 09:49 น. | อ่าน 453
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๔๖ ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้นกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๗๘
      ในสัปดาห์นี้ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นอาชญากรรมในพื้นที่ (อุกอาจบุกยิงอดีต ผอ.รร. เลือดสาด กลางตลาดยะลา)
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้ ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนราธิวาส ดูน้ำท่วม ยันไม่ทอดทิ้ง ปชช. ชายแดนใต้), ประเด็นการเยียวยา (นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มาตรการเยียวยานั้นควรคำนึงถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในสามจังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดยะลา, จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส), ประเด็นยาเสพติด (นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ เตือนวัยรุ่นเสพติดยาเขียวเหลืองชี้อันตรายถึงชีวิต - แนะรีบบำบัดรักษา), ประเด็นการเมือง (นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวหลังลงพื้นที่ จ.นราธิวาส จะเดินหน้าปฏิรูปทุกด้าน ไม่สนใครวิจารณ์ - ขอทำงานต่อ), ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ( ๑) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เปิดเผยสถานการณ์ใต้ดีขึ้น, ๒) พล.ท. ปิยะวัฒน์ นาควานิช มทภ.๔ ให้กำลังใจ จนท. และดูแล ปชช. ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และ ๓) ไม่รอดสายตาทหาร! รวบหนุ่มลักลอบขนน้ำมันปาล์มเถื่อนกว่า ๒ พันกิโลกรัม), ประเด็นการศึกษา (รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ศธ.ส่วนหน้า ให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนในพื้นที่ภาคใต้), ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต (นายกฯนำ ครม. - พสกนิกร ลงนามแสดงความจงรักภักดีวันขึ้นปีใหม่ถวายพระพรในหลวงเนืองแน่น ร่วมใจทำบุญตักบาตร วธ. ชี้สวดมนต์ข้ามปี ๗๖ จังหวัด ๑๙.๗  ล้านคน), ประเด็นความร่วมมือภาคประชาชน (บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้), ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และสมานฉันท์ (ศอ.บต.จัดอบรมความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์ เน้นนำข้อมูลภาครัฐที่ถูกต้องสู่ประชาชน), และ ประเด็นสิทธิมนุษยชน (กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ลุยเปิดศูนย์ฯทุกภาคทั่วประเทศปี ๖๐),
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ ลดลงร้อยละ ๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙)  เล็กน้อย
      ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง ยกเว้น สำนักข่าวเบนาร์นิวส์ (benarnews.org) ที่รายงานว่า พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนในระหว่างมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอระแงะจังหวัดนราธิวาส ว่า ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องคลี่คลายหรือยุติในปี ๒๕๖๐ ส่วนประเด็นอื่นๆ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภัยแทรกซ้อนและอาชญากรรมข้ามพรมแดน คือ ข่าวสุลต่านแห่งรัฐปะลิส กล่าวว่า จะต้องมีการปรับปรุงแนวรั้วบนแนวชายแดนรัฐปะลิสที่ติดกับประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นรวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามาพรมแดน และข่าวหน่วยปราบปรามการค้ามนุษย์และการลักลอบขนสินค้าผิดกฏหมายของกองทัพภาคที่ ๔ ที่จังหวัดสตูล จับกุมผู้ลักลอบนำเข้านำมันพืชจากมาเลเซีย จำนวน ๒,๓๐๐ กิโลกรัม

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 3.9806ln(x) + 9.9088) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๖ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.1708ln(x) - 0.321) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๘ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙)

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
      เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง
 

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-12-24

9

0

9.00

2016-12-25

14

0

14.00

2016-12-26

21

1

21.00

2016-12-27

8

0

8.00

2016-12-28

16

2

8.00

2016-12-29

14

4

3.50

2016-12-30

15

2

7.50

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

10.14

2016-12-31

15

1

15.00

2017-01-01

26

2

13.00

2017-01-02

27

1

27.00

2017-01-03

18

3

6.00

2017-01-04

20

5

4.00

2017-01-05

16

3

5.33

2017-01-06

20

1

20.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

12.90

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
            ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ไม่ปรากฏข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (ไม่มีภาพข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุขมาเป็นเวลากว่า ๖ สัปดาห์แล้ว (๒๖ พ.ย.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐))
      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.002ln(x) + 0.1464) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ (ไม่มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันในสัปดาห์นี้)

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) ในส่วนข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มา ๒ สัปดาห์แล้ว (๒๔ ธ.ค.๕๙ - ๖ ม.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังลงพื้นที่ จ.นราธิวาส จะเดินหน้าปฏิรูปทุกด้าน ไม่สนใครวิจารณ์-ขอทำงานต่อ เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ (จำนวนข่าวเชิงบวกเท่ากันในทั้ง ๒ สัปดาห์) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มลดลง (y = -0.024ln(x) + 0.1153) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) (ในสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวเชิงลบจำนวน ๑ ข่าว แต่ในสัปดาห์นี้ไม่มีข่าวเชิงลบ) ภาพข่าวเชิงบวกได้แก่ ๑) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เปิดเผยสถานการณ์ใต้ดีขึ้น, ๒) พล.ท.ปิยะวัฒน์ นาควานิช มทภ.๔ ให้กำลังใจ จนท. และดูแล ปชช. ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และ ๓) ไม่รอดสายตาทหาร! รวบหนุ่มลักลอบขนน้ำมันปาล์มเถื่อนกว่า ๒ พันกิโลกรัม เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.5439ln(x) + 1.5928) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.2139ln(x) - 0.1707) จากเดิมที่ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ในสัปดาห์นี้มีข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ จำนวน ๓ ข่าว   ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ และ ๒) ภาษามลายูเพื่อเออีซี เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ สถานีรถไฟทุ่งสงหยุดชะงัก ภาคใต้อ่วมหนักส่งผล ๘ จังหวัด เป็นต้น

      ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล จำนวน ๑ ข่าว ได้แก่ “จับมนุษย์อันตราย! ตชด. ที่ยะลาบุกยิงหัว ผอ.ร.ร. เผยเครียดสะสม-เคยเตะพระ”
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นอาชญากรรมในพื้นที่ (อุกอาจบุกยิงอดีต ผอ.รร. เลือดสาด กลางตลาดยะลา)
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
      1. ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนราธิวาส ดูน้ำท่วม ยันไม่ทอดทิ้ง ปชช. ชายแดนใต้
     
2. ประเด็นการเยียวยา ได้แก่ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ มาตรการเยียวยานั้นควรคำนึงถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในสามจังหวัดภาคใต้คือจังหวัดยะลา,จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส
    
 3. ประเด็นยาเสพติด ได้แก่ นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ เตือนวัยรุ่นเสพติดยาเขียวเหลืองชี้อันตรายถึงชีวิต-แนะรีบบำบัดรักษา
     
4. ประเด็นการเมือง ได้แก่ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังลงพื้นที่ จ.นราธิวาส จะเดินหน้าปฏิรูปทุกด้าน ไม่สนใครวิจารณ์-ขอทำงานต่อ
      5. ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เปิดเผยสถานการณ์ใต้ดีขึ้น, ๒) พล.ท.ปิยะวัฒน์ นาควานิช มทภ.๔ ให้กำลังใจ จนท. และดูแล ปชช. ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และ ๓) ไม่รอดสายตาทหาร! รวบหนุ่มลักลอบขนน้ำมันปาล์มเถื่อนกว่า ๒ พันกิโลกรัม
     
6. 
ประเด็นการศึกษา ได้แก่ รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ศธ.ส่วนหน้าให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพ น.ร.ใต้
      
7. ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ นายกฯนำ ครม.-พสกนิกร ลงนามแสดงความจงรักภักดีวันขึ้นปีใหม่ถวายพระพรในหลวงเนืองแน่น ร่วมใจทำบุญตักบาตร วธ.ชี้สวดมนต์ข้ามปี ๗๖ จังหวัด ๑๙.๗  ล้านคน
     
8. ประเด็นความร่วมมือภาคประชาชน ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
     
​9. ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และสมานฉันท์ ได้แก่ ศอ.บต.จัดอบรมความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์ เน้นนำข้อมูลภาครัฐที่ถูกต้องสู่ประชาชน
      
10. ประเด็นสิทธิมนุษยชน ได้แก่  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ลุยเปิดศูนย์ฯทุกภาคทั่วประเทศปี ๖๐

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.412ln(x) + 3.3506) สืบเนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้น จชต. ดังนั้นจึงทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวกลดลงร้อยละ ๘ จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙) เล็กน้อย

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๙ – ๖ ม.ค.๖๐
      ประเด็นหลักที่นำเสนอไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง ยกเว้น สำนักข่าวเบนาร์นิวส์ (benarnews.org) ที่รายงานว่า พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนในระหว่างมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอระแงะจังหวัดนราธิวาส ว่า ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องคลี่คลายหรือยุติในปี ๒๕๖๐
      ส่วนประเด็นอื่นๆ เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภัยแทรกซ้อนและอาชญากรรมข้ามพรมแดน คือ ข่าวสุลต่านแห่งรัฐปะลิส กล่าวว่า จะต้องมีการปรับปรุงแนวรั้วบนแนวชายแดนรัฐปะลิสที่ติดกับประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นรวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามาพรมแดน และข่าวหน่วยปราบปรามการค้ามนุษย์และการลักลอบขนสินค้าผิดกฏหมายของกองทัพภาคที่ ๔ ที่จังหวัดสตูล จับกุมผู้ลักลอบนำเข้านำมันพืชจากมาเลเซีย จำนวน ๒,๓๐๐ กิโลกรัม

      ๕.๑ สำนักข่าว benarnews รายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวในระหว่างการมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ว่าความไม่สงบในสามจังหวักชายแดนใต้ต้องคลี่คลายและยุติลงในปี 2560 นี้

(In a visit to the Deep South on Friday, Thai Prime Minister Prayuth Chan-o-cha told residents that his government was determined to end violence in the region and had made significant progress in exploratory peace talks with rebel group representatives.)

      ในช่วงปราศรัย นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า “ปี 60 เหตุความรุนแรงต้องคลี่คลายและหมดไป เราเจรจาเพื่อสันติสุข ไม่ใช่ภัยสงครามหรือคู่สงครามตามสื่อบางสำนักว่า แค่เห็นต่าง ตอนนี้มีความคืบหน้า และทุกอย่างต้องชัดเจน ในปี 60 เพื่อความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้”
      นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ต้องแก้ไขไปทีละก้าว คือ ต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน ในขณะที่มีความแตกต่าง และต้องร่วมมือขจัดกลุ่มที่สร้างความขัดแย้งให้ออกไป

(“In 2017, the violence must ease and eventually end,” he told local people at the offices of the Ra-ngae district government. “We are negotiating for peace. We are not at war, or talking with an opponent, as some media outlets have said. We simply have different thoughts. Now, we have made significant progress. Everything must be clear in 2017 for the security of the Deep South,” he said.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/english/news/thai/prayuth-talks-01062017165050.html
      ***หมายเหตุ รายงานข่าวของ benarnews อาจมีความคลาดเคลื่อนเนื่องจากไม่พบข้อความหรือรายงานข่าว”นายกรัฐมนตรีประกาศยุติความรุนแรงในพื้นที่ จขต.ภายในปี ๒๕๖๐ จากสื่อมวลชนสำนักอื่นๆ

      ๕.๒
สำนักข่าวเบอนามา รายงานเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ว่า สุลต่านแห่งรัฐปะลิส กล่าวในขณะตรวจแนวพรมแดนรัฐปะลิสที่ติดกับประเทศไทย ว่า ควรมีการจัดทำแผนและก่อสร้างรั้วที่พรมแดน ในเวลาอันรวดเร็วเพื่อความมั่นคงและอธิปไตยของมาเลเซีย พร้อมกันนี้ก็ต้องมีการพิจารณานำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านควมมั่นคง เช่นการติดตั้งกล้องวงจรปิด กล้องที่ใช้ถ่ายภาพในความมืด และอุปกรณ์ติดตามความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต

( New fencing at the Perlis-Thailand border should be planned and built fast to bolster protection of the country's security and sovereignty, said the Raja Muda of Perlis, Tuanku Syed Faizuddin Putra Jamalullail. He said the building of the fence should take into consideration the current security situation and the need to enhance security maintenance capability by using technology such as CCTV cameras, and night vision and motion sensors.)

      สุลต่านแห่งรัฐปะลิส กล่าวว่า การก่อสร้างรั้วเพิ่มเติมตามแนวชายแดนจะต้องมีการช่วยกันสนับสนุนงบประมาณระหว่างรัฐบาลมาเลเซียกับรัฐบาลไทย เช่นเดียวกับการก่อสร้างรั้วความยาว ๕.๓ กิโลเมตร ที่ปาดังเบซาร์ในปี ๒๕๔๗

      นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ มีการสร้างรั้วตามแนวพรมแดนรัฐปะลิสมีความยาวทั้งสิ้น ๕๒ กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมด ๑๐๖ กิโลเมตร ส่วนที่เหลือที่ไม่มีการก่อสร้างรั้วเป็นเขตป่าเขา

(He said sharing of resources between Malaysia and Thailand had involved jointly bearing the cost of erecting the 5.3 km double fencing at Padang Besar in 2004 and that such effort should continue. Since 1976, 52 km of the border distance of 106 km from Kuala Perlis to Chuping have been fenced up while the rest of the distance is made up of hilly terrain.)
ที่มาข้อมูล; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1317026​

      ๕.๓ สื่อมวลชนมาเลเซียหลายสำนัก รายงานว่า หน่วยปฏิบัติปราบปรามการค้ามนุษย์และการลักลอบค้าของหนีภาษี ที่ชายแดนสตูล-ปะลิส นำโดย พันเอกนิพนธ์ จันทนา ได้จับกุมรถยนต์ปิกอัพพร้อมน้ำมันพืชที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย น้ำหนักรวม ๒,๓๐๐ กิโลกรัม น้ำมันพืชหนีภาษีจากมาเลเซีย วางจำหน่ายในอำเภอหาดใหญ่กิโลกรัม ละ ๓๕ บาท
      พันเอกนิพนธ์ กล่าวว่า ปิกอัพคันนี้เคยถูกจับพร้อมขนของหนีภาษีจากมาเลเซีย ก่อนหน้าด้วย พร้อมทั้งบอกว่า ก่อนหน้านี้ ๑ วัน ทหารหน่วยนี้ก็จับกุมผู้ลักลอบขนใบกระท่อมน้ำหนัก ๔๙ กิโลกรัม จากมาเลเซีย

(The Thai military seized a pickup truck at the Satun border with Perlis and confiscated 2,300kg of cooking oil being smuggled out of Malaysia. The truck was held in an operation at 5pm (6pm in Malaysia) yesterday and the driver was arrested, said Col Nipol Chantana, Satun-Perlis Border Anti-Smuggling and Anti-Human Trafficking operations chief. "The authorities found 1,700kg of cooking in 1kg packets and 600kg in 5kg bottles," he said to reporters here. The cooking oil was to have been sold in markets in Hatyai for 35 Baht (RM4.40) per 1kg packet and 180 Baht (RM22.60) per 5kg bottle, he said. Nipol said the seized truck was often used to smuggle goods out of Malaysia. He also said that the military arrested a Ketum herb trafficker yesterday and seized 49kg of the leaves being smuggled out of Malaysia.)
ที่มาข้อมูล
; http://www.nst.com.my/news/2017/01/202115/thai-military-seizes-2300kg-cooking-oil-smuggled-out-msiahttp://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/thai-military-seizes-2300kg-of-cooking-oil-smuggled-out-of-malaysia
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1317117
http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/thai-military-seizes-2300kg-of-cooking-oil-smuggled-out-of-malaysia

      ๕.๔ สำนักข่าวเบอนามา รายงานเมื่อวันที่ ๖ มกราคม ว่า รัฐเคดาห์เป็นแหล่งผลิตใบกระท่อมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมาเลเซีย ครอบคลุมพื้นที่กว่า ๓๒ เฮกตาร์ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเดือนละประมาณ ๑ ล้านริงกิต (ประมาณ ๘ ล้านบาท) ซึ่งใบกระท่อมทั้งหมดจะถูกลักลอบนำเข้าไปจำหน่ายในประเทศไทย

KEDAH has emerged as the largest supplier of ketum in the country with over 32ha of ketum farms across the state, generating sales volume of up to RM1 million per month. National Anti-Drugs Agency (Nada) director Mohd Nazir Mustafa, in revealing this, said the agency had identified the farms, which were being operated by 81 people. He said ketum leaves harvested in the state were being smuggled to Thailand.

      หัวหน้าสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมาเลเซีย บอกว่า เกษตรกรจำนวนมากในรัฐเคดาห์ได้เปลี่ยนจากทำนกและสวนยาง หันมาปลูกต้นกระท่อมเนื่องจากมีรายได้ดีกว่า เช่น เกษตรกรที่ปลูกกระท่อมในพื้นที่ ๐.๘ เฮกตาร์ (ประมาณ ๔ ไร่) จะมีรายได้เดือนละประมาณ ๓ หมื่นริงกิต (๒๔๐,๐๐๐ บาท)

“Some padi and rubber tree farmers turned to ketum due its higher profit margin compared with conventional crops. “Checks showed that an owner of 0.8ha ketum farm was able to generate a monthly income up to RM30,000,”
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2017/01/202241/shocking-kedah-biggest-ketum-producer

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related