สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒๔ - ๓๐ ธ.ค. ๕๙

 04 ม.ค. 2560 12:01 น. | อ่าน 547
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      
ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๕ ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๑๑
      ในสัปดาห์นี้ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ สภ.รือเสาะ ริมถนนสายรือเสาะ จะกว๊ะ
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
      ๑. ประเด็นยาเสพติด ได้แก่ สาวใหญ่ชาว จ.ยะลา ใช้รถยนต์ที่เพิ่งถอยมาใหม่ทำช่องลับ ขน ‘ใบกระท่อม’ จากมาเลเซียเข้ามาขาย ๒ ครั้งแรกรอดได้ ติดใจทำครั้งที่ ๓ คราวนี้ไม่รอดโดนรวบคาด่านสะเดา อ้างติดหนี้ ธ.ก.ส. 
      ๒. ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่
            ๑) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ จชต. เป็นพื้นที่เฝ้าระวังมาโดยตลอด โดย พล.ท.ปิยวัฒน์ แม่ทัพภาคที่ ๔ ดำเนินการในการดูแล กำกับ สถานการณ์ พร้อมวางกำลัง ๗ หัวเมืองหลัก เข้มงวด กวดขัน จัดชุดลาดตระเวณ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะบูรณาการทำงานเต็มที่ 
            ๒) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษภัยแทรกซ้อน สำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ทหารและตำรวจ ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านเช่า จำนวน ๔ หลัง ใน ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา หลังได้รับรายงานว่ามีการซุกซ่อนบุหรี่หนีภาษีเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นสามารถยึดบุหรีต่างประเทศยี่ห้อดังต่างๆได้กว่า ๑,๐๐๐ ลัง พร้อมรถกระบะอีก ๖ คัน
            ๓) ประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ รัฐบาลมีแนวทางในการเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านกลไกของ ๑๘ กลุ่มจังหวัด และ ๗๖ จังหวัด ซึ่งการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจและระบบตลาดภายในประเทศให้แข็งแกร่ง และกระจายโอกาสและความมั่งคั่งลงสู่ระดับภูมิภาค รวมถึงนโยบายพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
            ๔) ประเด็นการเมือง ได้แก่ ที่ผ่านมารัฐบาล คสช.พยายามใช้หลายยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นก็คือ การที่พลเอกประยุทธ์ลงนามแต่งตั้ง คณะผู้แทนพิเศษของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.ส่วนหน้า) โดยมีพลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมเป็นประธาน ซึ่งหลังทำงานมา ๓ เดือน ล่าสุดเมื่อ ๒๒ ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะผู้แทนพิเศษฯ ได้แถลงข่าวสรุปผลงานตามภารกิจต่างๆ พร้อมกับการส่งโรดแมปแก้ปัญหาภาคใต้ให้แก่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อให้นำแผนงานดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ 
            ๕) ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ให้กับอำเภอที่ถูกน้ำท่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องตันแล้ว สำหรับพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ อ.ศรีสาคร อ.รือเสาะ อ.จะแนะและ อ.สุคิริน หลังจากที่แม่น้ำสายบุรีล้นตลิ่งส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้หากยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง. แต่ยังไม่มีการประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติแต่อย่างใด 
            ๖) ประเด็นการสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์ ได้แก่ นายภาณุฉัตร สวัสดิชัย ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้เชิญคณะสื่อมวลชนภาคเหนือ ร่วมเส้นทางสายสร้างสันติสุข โดยเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติและการสนับสนุนจากกรมประชาสัมพันธ์ให้ดำเนินงานตาม โครงการประชาสัมพันธ์การสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้างมุมมองให้แก่สื่อมวลชนได้ทราบ ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง ตลอดทั้งบรรยากาศของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
            ๗) ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ แคนนอน จัดนิทรรศการ ภาพถ่ายในความทรงจำ
            ๘) ประเด็นการศึกษา ได้แก่ นายฐปนพัฒน์ ปรัชญาเมธีธรรม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน (สนส.) มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านสหกิจศึกษาของเครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาภาคใต้ตอนล่าง ว่า เครือข่ายดังกล่าวประกอบด้วย 8 สถาบันสมาชิก ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัย ฟาฏอนี มรภ.ยะลา และมรภ.สงขลา ลงนามความร่วมมือกับ บ.แมนเอโฟรสเซนฟูดส์ จำกัด ในการเสริมทักษะปฏิบัติงานจริงให้แก่นักศึกษา โดยยึดหลักมาตรฐานสหกิจศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและสมาคมสหกิจศึกษาไทย 
            ๙) ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ "สมุดโคจร On The Way" จ๊อบ-นิธิ " และ "แดเนียล เฟรเซอร์" ท่องเที่ยวส่งท้ายปีที่ดินแดนพหุวัฒนธรรม เพื่อไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และอาหารการกินของคนปัตตานี ที่รับรองว่าคุณจะต้องหลงรักปัตตานีกลับไปอย่างแน่นอน
            ๑๐) ประเด็นกีฬา ได้แก่ นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอยะลา นายอับดุลฮายี สาแมง อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดยะลา รวมถึงประชาชนชาวจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันจัดขบวนแห่ ประกอบด้วยขบวนรถยนต์ รถจักรยานยนต์บิคไบค์ ต้อนรับ สายฝน รัตนภานุ หรือ นายฮาเซ็ง วาหนิ ในวัย 19 ปี นักมวยเจ้าของแชมป์มวยรบอบปูนเสือตัวที่ 16 จากเวทีมวยช่อง 7 คนล่าสุด อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับนักชกอย่างสมศักดิ์ศรี
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ ลดลงร้อยละ ๒ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ไม่แตกต่างจากสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙)

ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙

      สัปดาห์สุดท้ายของปี ๒๕๖๐ เป็นที่น่าสังเกตุว่าสื่อมวลชนอาเซียนและสำนักข่าวระหว่างประเทศไม่มีรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ จชต. ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่มีการนำเสนอ เป็นประเด็นเกี่ยวกับความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยสันติสุขซึ่งโฆษกกลุ่มมารา ปาตานี แสดงความเห็นว่าน่าจะตกลงจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่แรกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ภายในกลางปี ๒๕๖๐ ขณะที่แหล่งข่าวทางด้านความมั่นมีท่าทีไม่มั่นใจพร้อมทั้งระบุว่าพื้นที่ปลอดภัยจะเกิดขึ้นได้จะต้องได้รับความร่วมมือจากขบวนการ BRN ปีกที่คุมกองกำลังปฏิบัติการในพื้นที่
      ส่วนประเด็นอื่นๆเป็นประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติและการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีและผิดกฏหมายตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เช่น การค้ายาเสพติด การลักลอบค้าสัตว์ป่า(ตัวนิ่ม) และการลักลอบนำน้ำมันปาล์มที่ได้รับการอุดหนุนราคาจากมาเลเซียเข้ามาในประเทศไทย และการลักลอบนำพลุ ดอกไม้ไฟ เข้าไปในประเทศมาเลเซีย

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.023ln(x) + 14.113) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.0355ln(x) + 1.2932) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ  ๑๑ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙)

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-12-17

12

2

6.00

2016-12-18

13

1

13.00

2016-12-19

17

1

17.00

2016-12-20

15

3

5.00

2016-12-21

24

1

24.00

2016-12-22

11

1

11.00

2016-12-23

9

0

9.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

12.14

2016-12-24

9

0

9.00

2016-12-25

14

0

14.00

2016-12-26

20

2

10.00

2016-12-27

8

0

8.00

2016-12-28

16

2

8.00

2016-12-29

14

4

3.50

2016-12-30

15

2

7.50

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

8.57

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

      ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค. ๕๙ ไม่ปรากฏข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (ไม่มีภาพข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุขมาเป็นเวลากว่า ๕ สัปดาห์แล้ว (๒๖ พ.ย.– ๓๐ ธ.ค.๕๙))

      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙  ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1966ln(x) - 0.2108) กล่าวคือในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙) ไม่ปรากฏภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน แต่ในสัปดาห์นี้มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันจำนวน ๒ ข่าว  ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ สภ.รือเสาะ ริมถนนสายรือเสาะ จะกว๊ะ บริเวณบ้านปลายนา ม.๒ ต.รือเสาะออก ห่างจากสะพานคลองเต็ง ประมาณ ๖๐ เมตร เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.21ln(x) + 0.7348) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๗๕เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๓๓ ในส่วนข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.143ln(x) + 0.4001) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ (ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต.) ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ ในปี ๒๕๖๐ ที่กำลังจะมาถึง หนึ่งในปัญหาใหญ่ของประเทศที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังต้องทำงานหนักอีกมากเพื่อแก้ไขให้สถานการณ์ดีขึ้น นั่นก็คือ การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล คสช.พยายามใช้หลายยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นก็คือ การที่พลเอกประยุทธ์ลงนามแต่งตั้ง คณะผู้แทนพิเศษของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.ส่วนหน้า) โดยมีพลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมเป็นประธาน ซึ่งหลังทำงานมา ๓ เดือน ล่าสุดเมื่อ ๒๒ ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะผู้แทนพิเศษฯ ได้แถลงข่าวสรุปผลงานตามภารกิจต่างๆ พร้อมกับการส่งโรดแมปแก้ปัญหาภาคใต้ให้แก่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อให้นำแผนงานดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็ววันนี้  เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙  ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.409ln(x) + 2.022) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.088ln(x) - 0.0869) กล่าวคือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙) ไม่ปรากฏภาพข่าวในประเด็น รปภ.ฯ เลย แต่ในสัปดาห์นี้ มีจำนวน ๑ ข่าว
      ภาพข่าวเชิงบวก  ได้แก่ ๑) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ จชต. เป็นพื้นที่เฝ้าระวังมาโดยตลอด โดย พล.ท.ปิยวัฒน์ แม่ทัพภาคที่ ๔ ดำเนินการในการดูแล กำกับ สถานการณ์ พร้อมวางกำลัง ๗ หัวเมืองหลัก เข้มงวด กวดขัน จัดชุดลาดตระเวณ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะบูรณาการทำงานเต็มที่ และ ๒) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษภัยแทรกซ้อน สำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ทหารและตำรวจ ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านเช่า จำนวน ๔ หลัง ใน ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา หลังได้รับรายงานว่ามีการซุกซ่อนบุหรี่หนีภาษีเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นสามารถยึดบุหรีต่างประเทศยี่ห้อดังต่างๆได้กว่า ๑,๐๐๐ ลัง พร้อมรถกระบะอีก ๖ คัน เป็นต้น
      ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ชาวยะลาผวาไม่กล้าทิ้งบ้านปีใหม่ หวั่นถูกคนร้ายบุกยกเค้า เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙  ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.5184ln(x) + 1.4243) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ไม่ปรากฏภาพข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มา ๒ สัปดาห์แล้ว (๑๗ – ๓๐ ธ.ค.๕๙)  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ รัฐบาลมีแนวทางในการเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านกลไกของ ๑๘ กลุ่มจังหวัด และ ๗๖ จังหวัด ซึ่งการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจและระบบตลาดภายในประเทศให้แข็งแกร่ง และกระจายโอกาสและความมั่งคั่งลงสู่ระดับภูมิภาค รวมถึงนโยบายพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อกำหนด "เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ" ๒ ระยะ ในพื้นที่ ๙๐ ตำบล ใน ๒๓ อำเภอ ๑๐ จังหวัด ได้แก่ ตาก มุกดาหาร สระแก้ว สงขลาตราด หนองคาย นราธิวาส เชียงราย นครพนม และกาญจนบุรี เป็นต้น​
      ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
            ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙  ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ สภ.รือเสาะ ริมถนนสายรือเสาะ จะกว๊ะ บริเวณบ้านปลายนา ม.๒ ต.รือเสาะออก ห่างจากสะพานคลองเต็ง ประมาณ ๖๐ เมตร)

ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
      ๑) ประเด็นยาเสพติด ได้แก่ สาวใหญ่ชาว จ.ยะลา ใช้รถยนต์ที่เพิ่งถอยมาใหม่ทำช่องลับ ขน ‘ใบกระท่อม’ จากมาเลเซียเข้ามาขาย ๒ ครั้งแรกรอดได้ ติดใจทำครั้งที่ ๓ คราวนี้ไม่รอดโดนรวบคาด่านสะเดา อ้างติดหนี้ ธ.ก.ส. ​
      ๒) ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่
            ๑) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ จชต. เป็นพื้นที่เฝ้าระวังมาโดยตลอด โดย พล.ท.ปิยวัฒน์ แม่ทัพภาคที่ ๔ ดำเนินการในการดูแล กำกับ สถานการณ์ พร้อมวางกำลัง ๗ หัวเมืองหลัก เข้มงวด กวดขัน จัดชุดลาดตระเวณ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะบูรณาการทำงานเต็มที่ 
            ๒) เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษภัยแทรกซ้อน สำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ทหารและตำรวจ ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านเช่า จำนวน ๔ หลัง ใน ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา หลังได้รับรายงานว่ามีการซุกซ่อนบุหรี่หนีภาษีเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นสามารถยึดบุหรีต่างประเทศยี่ห้อดังต่างๆได้กว่า ๑,๐๐๐ ลัง พร้อมรถกระบะอีก ๖ คัน
            ๓) ประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ รัฐบาลมีแนวทางในการเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านกลไกของ ๑๘ กลุ่มจังหวัด และ ๗๖ จังหวัด ซึ่งการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจและระบบตลาดภายในประเทศให้แข็งแกร่ง และกระจายโอกาสและความมั่งคั่งลงสู่ระดับภูมิภาค รวมถึงนโยบายพัฒนาพื้นที่บริเวณชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
            ๔) ประเด็นการเมือง ได้แก่ ที่ผ่านมารัฐบาล คสช.พยายามใช้หลายยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยหนึ่งในนั้นก็คือ การที่พลเอกประยุทธ์ลงนามแต่งตั้ง คณะผู้แทนพิเศษของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.ส่วนหน้า) โดยมีพลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมเป็นประธาน ซึ่งหลังทำงานมา ๓ เดือน ล่าสุดเมื่อ ๒๒ ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะผู้แทนพิเศษฯ ได้แถลงข่าวสรุปผลงานตามภารกิจต่างๆ พร้อมกับการส่งโรดแมปแก้ปัญหาภาคใต้ให้แก่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อให้นำแผนงานดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ 
            ๕) ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ให้กับอำเภอที่ถูกน้ำท่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องตันแล้ว สำหรับพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ อ.ศรีสาคร อ.รือเสาะ อ.จะแนะและ อ.สุคิริน หลังจากที่แม่น้ำสายบุรีล้นตลิ่งส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้หากยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง. แต่ยังไม่มีการประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติแต่อย่างใด 
            ๖) ประเด็นการสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์ ได้แก่ นายภาณุฉัตร สวัสดิชัย ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้เชิญคณะสื่อมวลชนภาคเหนือ ร่วมเส้นทางสายสร้างสันติสุข โดยเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติและการสนับสนุนจากกรมประชาสัมพันธ์ให้ดำเนินงานตาม โครงการประชาสัมพันธ์การสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้างมุมมองให้แก่สื่อมวลชนได้ทราบ ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง ตลอดทั้งบรรยากาศของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
            ๗) ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ แคนนอน จัดนิทรรศการ ภาพถ่ายในความทรงจำ
            ๘) ประเด็นการศึกษา ได้แก่ นายฐปนพัฒน์ ปรัชญาเมธีธรรม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน (สนส.) มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านสหกิจศึกษาของเครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาภาคใต้ตอนล่าง ว่า เครือข่ายดังกล่าวประกอบด้วย 8 สถาบันสมาชิก ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัย ฟาฏอนี มรภ.ยะลา และมรภ.สงขลา ลงนามความร่วมมือกับ บ.แมนเอโฟรสเซนฟูดส์ จำกัด ในการเสริมทักษะปฏิบัติงานจริงให้แก่นักศึกษา โดยยึดหลักมาตรฐานสหกิจศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและสมาคมสหกิจศึกษาไทย 
            ๙) ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ "สมุดโคจร On The Way" จ๊อบ-นิธิ " และ "แดเนียล เฟรเซอร์" ท่องเที่ยวส่งท้ายปีที่ดินแดนพหุวัฒนธรรม เพื่อไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และอาหารการกินของคนปัตตานี ที่รับรองว่าคุณจะต้องหลงรักปัตตานีกลับไปอย่างแน่นอน
            ๑๐) ประเด็นกีฬา ได้แก่ นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอยะลา นายอับดุลฮายี สาแมง อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดยะลา รวมถึงประชาชนชาวจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันจัดขบวนแห่ ประกอบด้วยขบวนรถยนต์ รถจักรยานยนต์บิคไบค์ ต้อนรับ สายฝน รัตนภานุ หรือ นายฮาเซ็ง วาหนิ ในวัย 19 ปี นักมวยเจ้าของแชมป์มวยรบอบปูนเสือตัวที่ 16 จากเวทีมวยช่อง 7 คนล่าสุด อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับนักชกอย่างสมศักดิ์ศรี

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙  พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.036ln(x) + 2.6467) อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์ ปรากฏภาพข่าวเหตุร้ายรายวัน ดังนั้นจึงทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวกลดลงร้อยละ ๒ จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ไม่แตกต่างจากสัปดาห์ที่แล้ว (๑๗ – ๒๓ ธ.ค.๕๙)

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๓๐ ธ.ค.๕๙
      สัปดาห์สุดท้ายของปี ๒๕๖๐ เป็นที่น่าสังเกตุว่าสื่อมวลชนอาเซียนและสำนักข่าวระหว่างประเทศไม่มีรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ จชต. ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่มีการนำเสนอ เป็นประเด็นเกี่ยวกับความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยสันติสุขซึ่งโฆษกกลุ่มมารา ปาตานี แสดงความเห็นว่าน่าจะตกลงจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่แรกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ภายในกลางปี ๒๕๖๐ ขณะที่แหล่งข่าวทางด้านความมั่นมีท่าทีไม่มั่นใจพร้อมทั้งระบุว่าพื้นที่ปลอดภัยจะเกิดขึ้นได้จะต้องได้รับความร่วมมือจากขบวนการ BRN ปีกที่คุมกองกำลังปฏิบัติการในพื้นที่
      ส่วนประเด็นอื่นๆเป็นประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติและการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีและผิดกฏหมายตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เช่น การค้ายาเสพติด การลักลอบค้าสัตว์ป่า(ตัวนิ่ม) และการลักลอบนำน้ำมันปาล์มที่ได้รับการอุดหนุนราคาจากมาเลเซียเข้ามาในประเทศไทย และการลักลอบนำพลุ ดอกไม้ไฟ เข้าไปในประเทศมาเลเซีย

      ๕.๑ สำนักข่าวเบอนามา สื่อของทางการมาเลเซียและ Malaymail Online รายงานว่า กระบวนการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้เวลาพูดคุยเตรียมการยาวนานคาดว่าจะสามารถตกลงกันได้และเริ่มนำร่องได้ในบางพื้นที่ที่กำหนดร่วมกันภายในกลางปื ๒๕๖๐
      อาบูฮาฟิซ อัลฮากิม โฆษกกลุ่มมารา ปาตานี บอกว่า โครงการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยนำร่องจะเป็นการทดสอบความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐบาลไทยกับกองกำลังติดอาวุธ
      “เป็นความก้าวหน้าเล็กๆและเป็นความท้าทายไม่เฉพาะ Party A และ Party B เท่านั้น แต่รวมถึงตัวแทนจากภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชนและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย”, อาบูฮาฟิซ ระบุในแถลงการณ์

(The long-awaited Southern Thailand Safety Zone (SZ) is expected to be put on trial at a mutually agreed designated area within the first half of next year. MARA Patani (Patani Consultative Council) spokesman Abu Hafez al-Hakim said the SZ pilot project is another test of confidence building for Thailand’s government and the militant groups.
“It is indeed a small step forward and a great challenge not only for both parties A and B (Thailand and MARA), but also representatives of the Civil Society Organisation (CSO), Non-Government Organisations (NGO) and the local people who will be part and parcel of the SZ implementation,” he said in a statement today.)

      ควบคู่ไปกับการพูดคุยจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย มารา ปาตานี ได้ยื่นข้อเสนอให้ Party A ดำเนินการ ๓ ข้อ ประกอบดัวย การปล่อยตัวนักโทษการเมือง(คดีความมั่นคง) และการให้หลักประกันความปลอดภัยแก่ตัวแทนมารา ปาตานี ในการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ จชต. รวมทั้งขอให้รัฐบาลไทยตัดสินใจยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ จชต.
      เมื่อวันที่ ๑๒-๑๓ ธันวาคม แกนนำมารา ปาตานี และสมาชิกราว ๖๐ คนได้มีการสัมมนาครั้งที่ ๒ ของปี ๒๕๕๙ ซึ่งที่ประชุมมีมติว่าจะยึดแนวทางแก้ปัญหา จชต.ผ่านกลไกพูดคุยสันติสุขกับตัวแทนรัฐบาลไทยต่อไป

(The proposals comprised of safety guarantee and protection of MARA Patani’s representative at the local level and the release of political prisoners which could help the SZ implementation.

Abu Hafez said the third proposal was for the Thai government to consider cancelling the proposed controversial coal power plant and other exploration of natural resources in the deep south.
During the third JTT SZ meeting on December 20, both sides agreed on the draft of the General Framework on the Safety Zones and it will be submitted to the Joint Working Committee for endorsement in the coming months. 
MARA Patani’s second conference from December 12-13 was attended by more than 60 participants including prominent leaders such as Chegu Mae-Kutih, Awang Jabat, Kasturi Mahkota and Ahmad Chu-Wo.

At the end of the conference, MARA Patani reiterated its commitment to resolve the Patani conflict through peaceful dialogue with Thailand.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/southern-thailand-safety-zone-to-go-on-trial-in-2017-says-council-rep

            ๕.๑.๑ ทางด้าน benarnews.org เวปไซต์ข่าวที่ได้รับเงินอุดหนุนจากหน่วยงานรัฐบาลอเมริกัน รายงานทัศนะเคลือบแคลงใจของแหล่งข่าวฝ่ายรัฐไทยและกัสตูรี มะโกตา แกนนำขบวนการพูโลและแกนนำมารา ปาตานี แสดงความไม่มั่นใจว่า จะสามารถดำเนินการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยได้ภายในกลางปี ๒๕๖๐ โดยอ้างแหล่งข่าวฝ่ายรัฐไทยระบุว่า การจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยจะเกิดขึ้นได้บนเงื่อนไขที่สมาชิกขบวนการ BRN สายเหยี่ยวเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยและสนับสนุนแผนการสรีช้างพื้นที่ปลอดภัย

(Sources on the Thai government side appear less confident that a limited ceasefire can be struck within that timeframe. They say it depends on whether hardcore members of Barisan Revolusi Nasional (BRN) – the largest and most powerful rebel group in the Deep South –will come on board and back it.)

      ทางด้านกัสตูรี มะโกตา ประธานพูโล บอกว่า “ในทัศนะของผม กระบวนการเจรจาเพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นและยังไม่เห็นความสำเร็จที่ชัดเจน” นอกจากนี้ กัสตูรี ยังเตือนว่า การจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยอาจทำให้เกิดผลกระทบทางลบ
      “สำหรับผม ประเด็นพื้นที่ปลอดภัยเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก และหากไม่มีการกำหนดประเด็นที่ชัดเจน และจัดการพูดคุยที่ดี ก็จะทำให้ฝ่ายรัฐไทยมีความได้เปรียบ นอกจากนิ้กระบวนการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยก็จะถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ส่วนกลุ่มที่สนับสนุนกระบวนการฯจะมีเพียงหยิบมือ ในหมู่คนทำงานเอ็นจีโอ นักวิชาการ และผู้ที่สนใจติดตามปัญหาในจชต.” กัสตูรี กล่าวกับเบนาร์นิวส์

(“To me, the negotiation process is still in its early stage. Success which is concrete is yet to be seen,” said Kasturi Mahkota, a leader of the Patani United Liberation Organization (PULO), one of the rebel groups represented on MARA. Moreover, implementing safety zones could backfire on MARA, he warned.

“For me, the issue of safety zones is very sensitive and if it is not specified and discussed well, it may provide an advantage to Thailand …,” Kasturi told BenarNews. “This process will be heavily opposed by insurgents on the ground, and will only be accepted by a handful of the community, among them, NGOs, academics and interested parties.”)

      ๕.๒ สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ว่า การก่อวินาศกรรมลอบระเบิดรางรถไฟและขบวนรถไฟบนเส้นทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งปี ๒๕๕๙ เกิดเหตุ ๓ ครั้ง ว่า เป็นการแสดงออกของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการทำลายความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ และสร้างภาวะความหวาดกลัวกดทับประชาชนในพื้นที่
      ในตอนหนึ่งของรายงานข่าวชิ้นนี้ ระบุว่า ประชาชนในพื้นที่จชต.ใช้ชีวิตหมิ่นเหม่ท่ามกลางความขัดแย้ง ถูกขนาบด้วยกองกำลังของรัฐบาลไทยและกลุ่มกบฏที่ใช้ชีวิตปะปนอยู่กับชาวบ้าน พร้อมทั้งระบุว่า กองกำลังกลุ่มกบฏหรือพวกขบวนการได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านอย่างกว้างขวาง
      ดอน ปาทาน นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระบุว่า ชาวมาเลย์มุสลิมอาจจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่โหดเหี้ยมของกลุ่มกบฏ แต่พวกเขาก็มีความรู้สึกร่วมกันคือ ความรู้สึกไม่เชื่อมั่นต่อรัฐไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต พร้อมที่ระบุด้วยว่า มีประชาชนจำนวนไม่มากนักที่เชื่อว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ แม้ว่ามีการพูดคุยเพื่อสันติสุขหลายต่อหลายครั้ง

(For now, locals in the Muslim south remain at the hard edge of the conflict, sandwiched between Thai security forces who smother the region and rebels who live amongst them -- and are ruthless in their treatment of perceived collaborators. Yet support for 'the movement', as the rebellion is known, remains strong. The Malay-Muslim population "may not agree with the brutality of the insurgents... but they share the same sentiment, the historical mistrust of the Thai state," explains Thailand-based security analyst Don Pathan. Few believe peace is near despite endless rounds of talks.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/features/article/god-and-good-luck-guide-commuters-on-rebel-hit-thai-train​
      ๕.๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาหน่วยงานดูแลความมั่นคงชายแดนมาเลเซีย (AKSEM) เข้มงวดตรวจตราจับกุมผู้ลักลอบค้าสินค้าผิดกฏหมายข้ามชาติหลายราย รวมทั้งมีบทความกระตุ้นให้ประชาชนมาเลเซียเกิดความตระหนักในความสูญเสียงบประมาณอันเนื่องมาจากการลักลอบนำน้ำมันพืช ที่รัฐบาลมาเลเซียอุดหนุนส่วนต่างของราคาทำให้ราคาน้ำมันพืชต่ำราคาที่แท้จริง ออกไปขายในประเทศไทย
            ๕.๓.๑ New Straits Times สื่อภาษาอังกฤษในประเทศมาเลเซีย เผยแพร่บทความชื่อ People on losing end when subsidized items leak out (ประชาชนคือผู้สูญเสีย เมื่อสินค้าที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุนทำให้ราคาสินค้าราคาต่ำกว่าราคาที่แท้จริงรั่วไหลออกนอกประเทศ) มีเนื้อหา พูดถึงการลักลอบนำน้ำมันพืชออกนอกประเทศมาเลเซียไปจำหน่ายตามเมืองชายแดนของไทยที่ติดกับมาเลเซีย เช่นด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่ใช้น้ำมันพืชจากมาเลเซียซี่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันพีชที่ผลิตในประเทศไทยประมาณครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้รัฐบาลมาเลเซีย ประเมินว่า รัฐต้องสูญเสียเงินงบประมาณจากน้ำมันพืชที่รั่วไหลไปจำหน่ายในประเทศไทยปีละ ประมาณ  ๕๔๐ ล้านริงกิต ซึ่งเงินจำนวนนื้สามารถโรงพยาบาลขนาด ๑๐๘ เตียง ได้ถึง ๒ แห่ง และโรงพยาบาลขนาดนี้เป็นสิ่งที่ชาวเมือง Pendang ในรัฐปะลิสต้องการมานานกว่า ๑๐ ปี

The government estimated that some RM540 million worth of subsidised cooking oil had leaked into neighbouring countries annually, a massive leakage to government coffers. Imagine how the money could have been spent to build not just one, but two government hospitals if they were the size of the one to be built in Pendang.
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2016/12/199705/people-losing-end-when-subsidised-items-leak-out

            ๕.๓.๒ New Straits Times รายงานเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ว่า หน่วยงานความมั่นคงชายแดนมาเลเซีย ได้จับกุมปะทัดและดอกไม้ไฟที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศไทย มูลค่ารวม ๓ แสนริงกิตได้บนทางหลวงใกล้ชายแดนประเทศไทย ทั้งนี้เชื่อว่ารถบรรทุก ๒ คันที่ขนปะทัดและพลุดอกไม้ไฟ ลักลอบขนสินค้าผิดกฏหมายจากชายแดนตรงข้ามอ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส

About RM300,000 worth of firecrackers and fireworks meant for distribution during the coming Chinese New Year were seized by the Malaysian Border Security Agency in an operation at Jalan Kampung Air Banun near the Grik-Jeli road today. Two lorries, valued at about RM100,000, which were used to transport the banned items from several illegal jetties along Sungai Golok, were also seized during the 9.35am operation.
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2016/12/200338/attempt-smuggle-rm300000-worth-cny-fireworks-fizzles

            ๕.๓.๓ The Star สื่อมาเลเซีย และ Straits Times สื่อสิงคโปร์ รายงานเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ว่า หน่วยงานความมั่นคงชายแดนรัฐเคดาห์ จับกุมชายชาวมาเลเซียวัย ๔๙ ปี ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งที่ จังโหลน รัฐเคดาห์ ใกล้กับพรมแดนไทยด้านอ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมของกลางตัวนิ่ม จำนวน ๑๐๙ ตัว มีน้ำหนักรวม ๖๕๔ กิโลกรัม ทั้งนี้เชื่อว่าตัวนิ่มเหล่านี้ เตรียมส่งออกไปจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งจะมีราคากิโลกรัมละ ๓๐๐ ริงกิต หรือประมาณ ๒,๔๐๐ บาท

The Kedah Malaysian Border Security Agency (Aksem) has seized 109 pangolins from a house in Kampung Kubang Airang, in Changlun near here. 
The pangolins were trussed up in sacks, hidden under a shed and covered with canvas sheets. 
The house is believed to have been used as a transit point while waiting for buyers to pick up the animals before being smuggled to Thailand. 
State Aksem Commander Abdul Latif Abd Rahman said the pangolins, weighing a total of 654kg, can fetch up to RM300 per kg.
ที่มาข้อมูล http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/12/30/aksem-seizes-109-pangolins-from-house-in-changlun/
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/109-pangolins-rescued-from-village-in-kedah​

      ๕.๔ สื่อมาเลเซียติดตามนำเสนอข่าวการจับกุมนักค้ายาเสพติดชาวมาเลเซีย ๒ คน ที่ถูกจับกุมที่จ.ชุมพร เมื่อกลางเดือนธันวาคม ซึ่งทั้งคู่มีแผนที่ลำเลียงยาเสพติดเฮโรอีน และยาบ้าไปที่อ.หาดใหญ่ เพื่อพักรอส่งต่อไปยังเกาะปีนังในประเทศมาเลเซีย
      สื่อมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม อ้างความเห็นของผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภาค ๔ ระบุว่า ปีนังเป็นศูนย์กลางการกระจายยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำ สู่ตลาดโลก ทั้งนี้ความเป็นเมืองท่า ทำให้ปีนังมีความเหมาะสมในการกระจายสินค้าโดยใช้เส้นทางทางทะเลส่งต่อไปยังเกาะไต้หวัน เพื่อกระจายสู่ตลาดโลก

(Internationally-linked syndicates have been making Penang a transit point for their smuggled drugs from the infamous "Golden Triangle" near the Thai, Myanmar and Laos border, also known as the world's drug factory.
Thailand's Narcotics Suppression Division acting commander for area 4 (south), Maj Gen Dussadee Choosankij said the drugs would be exported to another country upon reaching Penang.
"I think Malaysia (Penang) is a hub (for drugs trafficked from Thailand) as it has a port and there are Malaysian syndicates which have connection with drug syndicates in other countries.
"The major market for these drugs (via Penang) is Taiwan and after reaching Taiwan, it will be re-exported to other countries," he said.)

ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/12/25/penang-transit-point-for-drug-smuggling-international-syndicates/​
http://www.malaysiakini.com/news/367214
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1314578

            ๕.๔.๑ ต่อมาในวันที่ ๒๘ ธันวาคม สื่อมาเลเซียได้อ้างคำให่สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ออกมาปฏิเสธว่า ปีนังไม่ได้เป็นศูนย์กลางการกระจายยาเสพติด พร้อมทั้งระบุว่ามีคนปีนังไม่กี่คนที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ซึ่งไม่ได้ความว่าปีนังเป็นศูนย์กลางการกระจายยาเสพติด ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย พูดถึงความร่วมมือกับสำนักงานตรวจแห่งชาติไทยในช่วงที่ผ่านมาทำให้ประสบความสำเร็จในการจับกุมนักค้ายาเสพติดชาวมาเลเซียได้หลายครั้งในประเทศไทย

(Inspector-General of Police Tan Sri Khalid Abu Bakar has denied a report labelling Penang as a “transit hub” for drugs smuggled into the country from Thailand.
“Just because the drugs enter through Penang, or a few Penangites were involved in the distribution, it doesn’t mean the state is a drug hub.
“Collaboration between Malaysian and Thai authorities have led to many successful drug raids and arrests in Thailand.”)
ที่มาข้อมูล ;http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/12/28/penang-not-a-transit-hub-for-drugs-igp-inaccurate-to-describe-state-as-such-just-because-a-few-penan/
http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/penang-not-a-transit-hub-for-drug-trafficking-says-igp
http://www.malaysiakini.com/news/367374​
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1314898
 

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related