สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๐ - ๑๖ ธ.ค. ๕๙

 19 ธ.ค. 2559 09:47 น. | อ่าน 511
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ​ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๑๘ ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว ร้อยละ ๔๓
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) ผกร. ลอบวางระเบิดที่จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารใส่ทหารชุดรักษาความปลอดภัยคณะครูใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พบผู้บาดเจ็บกว่า ๘ ราย เคราะห์ดีไม่มีใครเสียชีวิต และ ๒) ผกร. ลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ดักสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ ๔๔๑๒ ร้อย ตชด.๔๔๗ ขณะขับรถกระบะ และ จยย.ออกจากฐาน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ๔ นาย ส่วนรถถูกสะเก็ดพังเสียหาย)
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นสิทธิมนุษยชน (สื่อมวลชนแสดงความเห็นว่า การจงใจสังหารผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องแก่ใกล้คลอดจนเสียชีวิต ขณะซื้ออาหารในตลาดปาลัส อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ครั้งนี้ คือ ความรุนแรงแบบไร้ขอบเขตในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไม่มีใครยอมรับได้ เพราะทั้งโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ปกติ ผิดหลักการของทุกศาสนาและขัดต่อหลักมนุษยธรรมสากลอย่างรุนแรง), ประเด็นเศรษฐกิจฯ ได้แก่ ๑) กบภูเขาเบตง สัตว์เศรษฐกิจเปิบพิสดารของชอบชาวจีน-มาเลย์ และ ๒) นักท่องเที่ยวมาเลย์ทะลัก ข้ามพรมแดนล้นด่านสะเดา), ประเด็นการสร้างความเข้าใจฯ (นายอำเภอเบตง นำเจ้าหน้าที่เรือนจำ พร้อมผู้ต้องขังชาย-หญิง ๕๗๙ คน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวารครบ ๕๐ วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ได้แก่ ๑) จับเพิ่ม ๖ ผู้ต้องหาเอี่ยวบึ้ม กทม. เตรียมขยายผลในส่วนที่เหลือ, ๒) จับกุมเรือประมงดัดแปลงบรรทุกน้ำมันเถื่อนกลางอ่าวไทยพร้อมน้ำมันดีเซล ๕,๐๐๐ ลิตร คาดเป็นเรือสองสัญชาติ และ ๓) ผบก. ภ.จว.ยะลา ได้วิทยุสั่งการด่วนกองกำลัง ๓ ฝ่าย จัดกำลังเฝ้าระวังเข้มในเขตเมืองยะลา หลังหน่วยงานความมั่นคง ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เตือนคนร้ายเตรียมก่อเหตุร้ายด้วยระเบิดคาร์บอมบ์และจักรยานยนต์บอมบ์ ในเขตเมือง เพื่อทำลายความเชื่อมั่นของการลงทุน ความมั่นใจการแก้ปัญหาความไม่สงบของ ครม.ส่วนหน้า อีกทั้งยังให้ทุกจุดตรวจทั่ว จ.ยะลา ขึ้นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ประกาศโฉมใบหน้าบุคคลอันตราย กว่า ๒๐ ราย), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (สายการบินไทยสมายล์สายการบินฯ ขออาสาเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคใต้ โดยรับบริการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นราธิวาส ภูเก็ต และกระบี่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ ถึง ๒๘ ธ.ค.๕๙), ประเด็นยาเสพติด (ปส.รวบแก๊งรับจ้าง ๒ ล้าน ขนยาเสพติด ยึดไอซ์ ๕๐๐ กิโลกรัม มูลค่ากว่า ๑.๕ พันล้านบาท), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (ร.๑๐ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงช่วยใต้ จัดซื้อสิ่งของบรรเทาทุกข์), ประเด็นกีฬา (เครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดโครงการ "ซีพี สานฝัน...ปั้นโอกาส ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ"), ประเด็นการศึกษา (บิ๊กน้อยห่วงใย ลงใต้เยี่ยม ครู - นร. พร้อมมอบของใช้ให้ ๖๙๖ โรงเรียน), และประเด็นการเมือง (นายกฯตรวจน้ำท่วมสงขลาให้กำลังใจประชาชน)
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ ลดลงร้อยละ ๒ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ธ.ค.๕๙) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว เล็กน้อย
      ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙ เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ถูกรายงานโดยสื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียน เป็นประเด็นการก่อเหตุความไม่สงบลอบวางระเบิดโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม
      สื่อมาเลเซีย ยังได้เสนอข่าวเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมข้ามพรมแดน คือ การจับกุมชาวมาเลเซียพร้อมอาวุธปืนที่จังโหลน เมืองชายแดนมาเลเซียใกล้ๆ กับด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา ซึ่งผู้ต้องหาให้การกับตำรวจว่า อาวุธปืนดังกล่าว สั่งซื้อจากประเทศไทย และตำรวจตระเวณชายแดน อ.สะเดา จับกุมผู้ต้องหา ๔ คน ขณะตัดรั้วที่กั้นพรมแดนมาเลเซีย-ไทย ลักลอบขนใบกระท่อมน้ำหนัก ๗๐๐ กิโลกรัม มูลค่า ๓ แสนริงกิต เข้าประเทศไทย
      นอกจากนี้สื่อมาเลเซีย ได้หยิบยกข้อความบางตอน ในบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทย (The Nation) ฉบับวันที่ ๑๑ ธันวาคม ไปรายงานต่อ โดยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า บรรลุเป้าหมายได้ยาก หากรัฐไทยยังไม่สามารถดูแลรักษาความสงบในพื้นที่
      ขณะเดียวกัน Anadolu Agency สำนักข่าวในประเทศตุรกี ได้เผยแพร่บทความ “สงครามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ จชต. ห่างไกลจากความสมดุล” ตั้งข้อสังเกตุว่า สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงไทยฝ่ายเดียว เนื่องเพราะขบวนการแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะกลุ่ม BRN เป็นองค์กรลับ และไม่มีโฆษกของขบวนการ

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -2.632ln(x) + 20.95) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๘ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.197ln(x) + 1.9251) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-12-03

16

1

16.00

2016-12-04

26

1

26.00

2016-12-05

22

1

22.00

2016-12-06

14

5

2.80

2016-12-07

16

4

4.00

2016-12-08

17

1

17.00

2016-12-09

14

1

14.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

14.54

2016-12-10

18

1

18.00

2016-12-11

5

0

5.00

2016-12-12

20

2

10.00

2016-12-13

9

3

3.00

2016-12-14

23

0

23.00

2016-12-15

21

0

21.00

2016-12-16

6

2

3.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

11.86

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

            ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค. ๕๙ ไม่ปรากฏข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มาเป็นเวลากว่า ๓ สัปดาห์แล้ว (๒๖ พ.ย.–๑๖ ธ.ค.๕๙)
      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙  ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1933ln(x) + 0.1522) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๓ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๓ -๙ ธ.ค.๕๙) ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) ผกร. ลอบวางระเบิดที่จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารใส่ทหารชุดรักษาความปลอดภัยคณะครูใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พบผู้บาดเจ็บกว่า ๘ ราย เคราะห์ดีไม่มีใครเสียชีวิต และ ๒) ผกร. ลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ดักสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ ๔๔๑๒ ร้อย ตชด.๔๔๗ ขณะขับรถกระบะและ จยย.ออกจากฐาน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ๔ นาย ส่วนรถถูกสะเก็ดพังเสียหาย เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.3388ln(x) + 0.0332) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ธ.ค.๕๙) ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นการเมือง ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ นายกฯ นำคณะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙  ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.5121ln(x) - 0.2071) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๐๐  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ธ.ค.๕๙) ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สินในสัปดาห์นี้ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) จับเพิ่ม ๖ ผู้ต้องหาเอี่ยวบึ้ม กทม. เตรียมขยายผลในส่วนที่เหลือ, ๒) จับกุมเรือประมงดัดแปลงบรรทุกน้ำมันเถื่อนกลางอ่าวไทยพร้อมน้ำมันดีเซล ๕,๐๐๐ ลิตรคาดเป็นเรือสองสัญชาติ และ ๓) ผบก. ภ.จว.ยะลา ได้วิทยุสั่งการด่วนกองกำลัง ๓ ฝ่าย จัดกำลังเฝ้าระวังเข้มในเขตเมืองยะลา หลังหน่วยงานความมั่นคง ๓จังหวัดชายแดนใต้เตือนคนร้ายเตรียมก่อเหตุร้ายด้วยระเบิดคาร์บอมบ์และจักรยานยนต์บอมบ์ ในเขตเมืองเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของการลงทุน ความมั่นใจการแก้ปัญหาความไม่สงบของ ครม.ส่วนหน้า อีกทั้งยังให้ทุกจุดตรวจทั่ว จ.ยะลา ขึ้นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ประกาศโฉมใบหน้าบุคคลอันตราย กว่า ๒๐ ราย  เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙  ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.6494ln(x) - 0.7535) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๑๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.202ln(x) + 0.8626) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๘๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) กบภูเขาเบตง สัตว์เศรษฐกิจเปิบพิสดารของชอบชาวจีน-มาเลย์ และ ๒) นักท่องเที่ยวมาเลย์ทะลัก ข้ามพรมแดนล้นด่านสะเดา เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากอุทกภัยในพื้นที่ เป็นต้น

      ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
            ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙  ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
      ประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) ผกร. ลอบวางระเบิดที่จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารใส่ทหารชุดรักษาความปลอดภัยคณะครูใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พบผู้บาดเจ็บกว่า ๘ ราย เคราะห์ดีไม่มีใครเสียชีวิต และ ๒) ผกร. ลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง ดักสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ ๔๔๑๒ ร้อย ตชด.๔๔๗ ขณะขับรถกระบะและ จยย. ออกจากฐาน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ๔ นาย ส่วนรถถูกสะเก็ดพังเสียหาย
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
      ​1. ประเด็นสิทธิมนุษยชน ได้แก่ สื่อมวลชนแสดงความเห็นว่า การจงใจสังหารผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องแก่ใกล้คลอดจนเสียชีวิต ขณะซื้ออาหารในตลาดปาลัสอ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ครั้งนี้ คือ ความรุนแรงแบบไร้ขอบเขตในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่มีใครยอมรับได้ เพราะทั้งโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ปกติ ผิดหลักการของทุกศาสนาและขัดต่อหลักมนุษยธรรมสากลอย่างรุนแรง
      ​2. ประเด็นเศรษฐกิจฯ ได้แก่ ๑) กบภูเขาเบตง สัตว์เศรษฐกิจเปิบพิสดารของชอบชาวจีน-มาเลย์ และ ๒) นักท่องเที่ยวมาเลย์ทะลัก ข้ามพรมแดนล้นด่านสะเดา)
      3. ประเด็นการสร้างความเข้าใจฯ ได้แก่ นายอำเภอเบตง นำเจ้าหน้าที่เรือนจำ พร้อมผู้ต้องขังชาย-หญิง ๕๗๙ คน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวารครบ ๕๐ วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล)
      ​4. ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) จับเพิ่ม ๖ ผู้ต้องหาเอี่ยวบึ้ม กทม. เตรียมขยายผลในส่วนที่เหลือ, ๒) จับกุมเรือประมงดัดแปลงบรรทุกน้ำมันเถื่อนกลางอ่าวไทยพร้อมน้ำมันดีเซล ๕,๐๐๐ ลิตรคาดเป็นเรือสองสัญชาติ และ ๓) ผบก. ภ.จว.ยะลา ได้วิทยุสั่งการด่วนกองกำลัง ๓ ฝ่าย จัดกำลังเฝ้าระวังเข้มในเขตเมืองยะลา หลังหน่วยงานความมั่นคง ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เตือนคนร้ายเตรียมก่อเหตุร้ายด้วยระเบิดคาร์บอมบ์และจักรยานยนต์บอมบ์ ในเขตเมืองเพื่อทำลายความเชื่อมั่นของการลงทุน ความมั่นใจการแก้ปัญหาความไม่สงบของ ครม.ส่วนหน้า อีกทั้งยังให้ทุกจุดตรวจทั่ว จ.ยะลา ขึ้นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ประกาศโฉมใบหน้าบุคคลอันตราย กว่า ๒๐ ราย
      ​5. ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ สายการบินไทยสมายล์สายการบินฯ ขออาสาเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคใต้ โดยรับบริการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นราธิวาส ภูเก็ต และกระบี่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ ถึง ๒๘ ธ.ค.๕๙
      6. ประเด็นยาเสพติด ได้แก่ ปส.รวบแก๊งรับจ้าง ๒ ล้าน ขนยาเสพติด ยึดไอซ์ ๕๐๐ กิโลกรัม มูลค่ากว่า ๑.๕ พันล้านบาท
      ​7. ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ร.๑๐ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงช่วยใต้ จัดซื้อสิ่งของบรรเทาทุกข์
      8. ประเด็นกีฬา ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดโครงการ "ซีพี สานฝัน...ปั้นโอกาส ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ"
      9. ประเด็นการศึกษา ได้แก่ บิ๊กน้อยห่วงใย ลงใต้เยี่ยม ครู - นร. พร้อมมอบของใช้ให้ ๖๙๖ โรงเรียน
      10. ประเด็นการเมือง ได้แก่ นายกฯ ตรวจน้ำท่วมสงขลาให้กำลังใจประชาชน)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙  พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.211ln(x) + 2.8542) ลดร้อยละ ๒ จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ธ.ค.๕๙) เล็กน้อย

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ธ.ค.๕๙
      สัปดาห์นี้ ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ถูกรายงานโดยสื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียน เป็นประเด็นการก่อเหตุความไม่สงบลอบวางระเบิดโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม
      สื่อมาเลเซียยังได้เสนอข่าวเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมข้ามพรมแดน คือ การจับกุมชาวมาเลเซียพร้อมอาวุธปืนที่จังโหลน เมืองชายแดนมาเลเซียใกล้ๆ กับด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา ซึ่งผู้ต้องหาให้การกับตำรวจว่า อาวุธปืนดังกล่าวสั่งซื้อจากประเทศไทย และตำรวจตระเวณชายแดน อ.สะเดา จับกุมผู้ต้องหา ๔ คน ขณะตัดรั้วที่กั้นพรมแดนมาเลเซีย-ไทย ลักลอบขนใบกระท่อมน้ำหนัก ๗๐๐ กิโลกรัม มูลค่า ๓ แสนริงกิต เข้าประเทศไทย
      นอกจากนี้สื่อมาเลเซีย ได้หยิบยกข้อความบางตอนในบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทย (The Nation) ฉบับวันที่ ๑๑ ธันวาคม ไปรายงานต่อ โดยมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า บรรลุเป้าหมายได้ยาก หากรัฐไทยยังไม่สามารถดูแลรักษาความสงบในพื้นที่
      ขณะเดียวกัน Anadolu Agency สำนักข่าวในประเทศตุรกี ได้เผยแพร่บทความ “สงครามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ จชต. ห่างไกลจากความสมดุล” ตั้งข้อสังเกตุว่า สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงไทยฝ่ายเดียว เนื่องเพราะขบวนการแบ่งแยกดินแดนโดยเฉพาะกลุ่ม BRN เป็นองค์กรลับ และไม่มีโฆษกของขบวนการ
      ๕.๑ สื่อมวลชนมาเลเซีย คือ สำนักข่าวเบอนามา และ The Malay Mail Online รายงานเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคมว่า เกิดเหตุระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ๒ จุด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รัฐได้รับบาดเจ็บ ๗ คน และประชาชนได้รับบาดเจ็บ ๒ คน โดยจุดแรกเป็นเหตุระเบิดที่อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ผู้ก่อความไม่สงบใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดขนาด ๒๐ กิโลกรัมบรรจุในถังก๊าซหุงต้ม แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๘ คน แยกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ๖ คน และประชาชน ๒ คน ส่วนเหตุระเบิดลูกที่ ๒ ที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นระเบิดน้ำหนักประมาณ ๑๐ กิโลกรัม โจมตีอาสาสมัครทหารพรานขณะลาดตระเวณ เป็นเหตุให้ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ ๑ คน

(Seven security forces personnel and two civilians were injured in two separate bombing incidents in two provinces in southern Thailand today.
The first incident, which occurred in Kampung Air Keroh, Chanet in Narathiwat at 3.30pm (local time), left six personnel and two civilians injured.
“The incident occurred when the security volunteers from the Chanet district office were escorting a group of teachers,” said Chanet Police Investigation Department chief Lt Apichart Suni.
He said the explosion was caused by a homemade bomb weighing 20kg hidden in a gas cylinder and activated via radio frequency.
Apichart said the victims only suffered minor injuries and were sent to the district hospital for treatment. In the second incident in Saiburi, Pattani at 5.30pm, a ranger suffered chest injuries when a bomb weighing 10kg exploded while he was on patrol, said Pattani acting police chief Col Piyawat Chalermsri. — Bernama)
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/nine-injured-in-two-separate-bombings-in-southern-tailand
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1311511

      ๕.๒ สำนักข่าวเบอนามา รายงานเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐเคดาห์และสำนักงานตำรจสอบสวนกลาง ได้ร่วมกันจับกุมสามีภรรยา ๒ คู่ ในข้อหาลักลอบนำเข้าอาวุธปืน และก่ออาชญากรรม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นรถยนต์ของผู้ต้องหาคันหนึ่ง พบเครื่องแบบตำรวจหญิงพร้อมอาวุธปืนห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ภาษาไทย ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า สามีของตำรวจหญิงให้การยอมรับว่า เป็นเจ้าของอาวุธปืน ซึ่งเขาให้การว่าซื้อจากผู้ชายไทยในราคา ๓ พันริงกิต

(Police detained two couples in two separate cars yesterday, including a policewoman, for their alleged involvement in smuggling firearms into the country and criminal activities.
Sources close to the investigation said a team from the State Police Contingent picked up the four suspects, aged between 26 and 41, during a crime prevention patrol duty at Km9.7 of the North-South Expressway here about 10.40pm.  In the first case, police found a sling bag that contained a Luger pistol, a round of bullets and 30 pieces of 9mm bullets wrapped in a Thai-language newspaper in a Perodua Myvi, driven by a husband and wife, aged 31 and 26 respectively, a source told Bernama here. The source also said they found a set of police uniform that belonged to the 26-year-old woman, who is a police constable in Kuala Lumpur.  “Initial investigations revealed that her husband admitted that the pistol, which he bought for RM3,000 from a man in Thailand, belonged to him,” said the source, adding that the man just wanted to keep the pistol.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/cop-among-four-detained-for-alleged-firearms-smuggling
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1311194

      ๕.๓ สำนักข่าวเบอนามา รายงานว่า ตำรวจตระเวณชายแดนไทยจับกุมชายไทย ๔ คน ขณะตัดรั้วลวดหนามที่บริเวณพรมแดนดด้าน อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อลักลอบขนใบกระท่อม ๑๙ กระสอบน้ำหนักรวม ๗ ร้อยกิโลกรัม มูลค่าประมาณ ๓ แสนริงกิต เข้าประเทศไทย ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่ ๔ คน ให้การว่าเป็นคนสงขลา

(Thai Police last night seized 19 sacks of ketum leaves weighing 700kg about to be smuggled into the country at the Malaysia-Thailand border fence, here.
Thai 437th Border Police chief, Col Pahol Kerdkaew said four Thai men were arrested while trying to cut the steel fencing separating the two countries.
"The estimated value of the ketum leaves seized was RM300,000," he said today, adding the men between 21 and 48 years-old are from Songkhla.....)
ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1311794

      ๕.๔ The New Straits Times สื่อมวลชนมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม อ้างเนื้อหาจากบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ The Nation ฉบับวันที่ ๑๑ ธันวาคม มีใจความสรุปได้ว่า นโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะไม่บรรลุเป้าหมายการยุติความรุนแรงจากความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธสงคราม โดยให้เหตุผลสนับสนุนว่า ความล้มเหลวที่ไม่สามารถแก้ปัญหากลุ่มติดอาวุธใต้ดินด้วยกระบวนการทางการเมือง เป็นอุปสรรคขัดขวางแผนการพัฒนาพื้นที่ จชต.ทุกแผนงาน

(The Thai government’s plan to pursue a development policy in the country’s restive south will not bring an end to the longstanding armed conflict centred there, said a top-selling Thai newspaper. In a hard-hitting editorial published on Saturday, English daily The Nation said failure seek a political solution to the ongoing insurgency would doom any plans for development in the country’s deep south.)

      รายงานข่าวชิ้นนี้ พูดถึงเจ้าหน้าที่รัฐไทยว่ามักจะพูดถึงการสร้างความยุติธรรมแต่กลับปรากฏว่าในช่วง ๑๓ ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีเจ้าหน้าที่รัฐได้รับโทษทัณฑ์จากการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมแม้แต่คนเดียว แม้ว่าหน่วยงานสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและต่างประเทศมีการจัดทำรายงานเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่ จชต.ออกมาหลายฉบับก็ตาม

(“Authorities have often talked about justice but not a single security officer in these past 13 years, since the current wave of insurgency began, has been punished for any crime – even in the most obvious cases that called for criminal charges. “It is intriguing that local and international human rights organisations have documented so many violations but none of them has been dealt with seriously by the government.”)

      รายงานข่าวชื้นนี้ ยังได้อ้างบางส่วนของบทบรรณาธิการ The Nation พูดถึงการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกล่ามาราปาตานีว่า เป็นเพียงความพยายามสร้างภาพลักษณ์ของรัฐไทยว่า มุ่งแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี แต่ก็ไม่มีทางสำเร็จ เนื่องจากมาราปาตานี ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะให้หลักประกันได้ว่า กลุ่มขบวนการติดอาวุธจะยุติการโจมตี เพราะมาราปาตานี ไม่สามารถควบคุมสั่งการกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ขณะเดียวกัน BRN ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข

(MARA Patani is not in a position to guarantee that the insurgents will not carry out attacks, because they have virtually no control over the militants on the ground and the one group that does – the Barisan Revolusi Nasional (BRN) – is not a part of the dialogue process.”)
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2016/12/196293/thais-plan-develop-restive-south-doomed-fail-political-solution-way-go-report

      ๕.๕ Anadolu Agency สำนักข่าวในประเทศตุรกี เผยแพร่บทความชื่อ “Information war far from fair in Thailand south” เขียนโดย Don Pathan แห่งบริษัทที่ปรึกษาชื่อ Asia Conflict and Secutity Ltd
            ทั้งนี้เนื้อหาหลักของบทความชิ้นนี้ พูดถึงข่าวสารเกี่ยวกับความไม่สงบใน จชต.ว่าเป็นลักษณะที่ฝ่ายหนึ่งถือไมโครโฟนอยู่ข้างเดียว ขณะที่ฝ่าย BRN และระดับปฏิบัติการในพื้นที่ ไม่มีโฆษกหรือผู้ข่าวสารที่มีตัวตนเปิดเผย ทำให้นักวิจัยและสื่อมวลชน ไม่สามารถตรวจสอบเหตุรุนแรงต่างๆ ได้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธใต้ดินหรือไม่ แม้แต่รายชื่อสมาชิกสภาองค์กรนำ (DPP) ของ BRN ที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยอ้างว่ามีข้อมูล แต่ฝ่ายบีอาร์เอ็นเอ็นรวมทั้งสมาชิกขบวนการที่ทิ้งกลุ่มออกมาร่วมมือกับฝ่ายรัฐ กลับบอกว่า ไม่มีใครยืนยันข้อมูลตามที่รัฐไทยอ้างว่า เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

(With one side holding a microphone, while there is a genuine absence of an identifiable spokesman for the BRN and the organic, decentralized structure of the insurgent cells, it makes it extremely difficult for researchers and journalists to verify whether specific operations or attacks charged to the militancy are indeed genuine.
Even the identity of the membership of the Dewan Pimpinan Parti (DPP), the BRN’s ruling council, is extremely secretive. The Thai government claims to have a list of DPP members, but BRN cadres -- even those who have left the group and have been working with the government since -- say no one knows for sure.)

      บทความที่เขียนโดย ดอน ปาทาน อธิบายเพิ่มเติมว่า การที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ไม่มีโฆษกที่เปิดเผยตัวชัดเจน ทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับความขัดแย้งและเป้าหมายการต่อสู้ของบวนการแบ่งแยกดินแดน เป็นเนื้อหาที่ผลิตโดยรัฐไทยแต่ฝ่ายเดียว

(In the absence of an identifiable spokesman for the separatist militants, the narrative about what conflict and insurgency aim to achieve in the southernmost border provinces is pretty much left to the Thai side to construct.)

      นอกจากนี้บทความนี้ ยังพุ่งเป้าไปที่การทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. โดยเฉพาะการออกมาให้ข่าวการจับกุมผู้ต้องหา ๓ คนจาก จชต.เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อวินาศกรรมแหล่งท่องเที่ยว ๖ จุด ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า เป็นส่วนหนึ่ง ของการปฏิบัติการข่าสารเพื่อด้อยค่ากลุ่ม BRN แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่พลตำรวจเอกศรีวราห์ บอกว่า ผู้ต้องหาทั้งสามคน ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน
      หมายเหตุ ดอน ปาทาน เป็นอดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ The Nation และขณะนี้ก็ยังคงเป็นผู้สื่อข่าวอิสระที่รายงานข่าวเกี่ยวกับ จชต.ให้กับ The Nation
ที่มาข้อมูล ; http://aa.com.tr/en/analysis-news/information-war-far-from-fair-in-thailands-south/703727​

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

Comment
Related