สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๓ - ๙ ธ.ค. ๕๙

 13 ธ.ค. 2559 10:27 น. | อ่าน 276
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

      ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๑๔ ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๕๓
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (๑) ผกร. ขับรถตามประกบยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในพื้นที่ หมู่ ๒ ต.ดอนรัก อ.หนองจิก เสียชีวิตพร้อมภรรยาที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์, ๒) ผกร. ไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดขนาบยิง นายประดับ มาอินจอน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ ต.ดอน อ.ปะนาเระ เสียชีวิตขณะขับรถกระบะเข้าเมือง ส่วนภรรยา นายประดับ ได้รับบาดเจ็บ ต้องส่งรักษาตัว รพ.ยะหริ่ง, ๓) ผกร. ไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืน ดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ ในขณะออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยพื้นที่และรักษาความปลอดภัยครู บ้านลีตอ และ ๔) ลูกจ้างของการไฟฟ้ามายอ ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ในพื้นที่เกิดเหตุ ก่อนจะถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต) 
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต (กระทรวงวัฒนธรรมรุกนำเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนยึดหลักบ-ว-ร (บ้าน วัด โรงเรียน)), ประเด็นยาเสพติด (รวบสาวลักลอบขนยา ๓ จชต. ยึดของกลางแสนเม็ด – ขยายผลจับ ๒ ราย), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (แม่ทัพภาคที่ ๔ ลงพื้นที่ตามสถานน้ำท่วม พร้อมเผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ ทรงห่วงใยราษฎร), ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมเทิดพระเกียรติฯ วันดินโลก), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (สายการบินไทยสมายล์ แจ้งว่า ขออาสาเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคใต้ โดยรับบริการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นราธิวาส ภูเก็ต และกระบี่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ ถึง ๒๘ ธ.ค.๕๙ หรือจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย), ประเด็นการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมมือกับธนาคารออมสินพิจารณา คัดเลือกสถานศึกษาและนักศึกษาดีเด่นด้านคุณธรรม จริยธรรม ภายใต้โครงการประกวดนักเรียนและโรงเรียนดีเด่นด้านคุณธรรมและจริยธรรม ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙ เพื่อร่วมสนองพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงและเฉลิมพระเกียรติ), ประเด็นการเมือง (๑) นายกฯสั่งเร่งช่วยเหลือ น้ำท่วมหนัก ๘ จังหวัดใต้ และ ๒) พล.อ.ประวิตรฯ พร้อมปรับลดกำลังพล ๘,๐๐๐ คน ใน ๓ จชต. เน้นใช้ พล.ร.๑๕ ทดแทน เชื่อจะไม่กระทบกับการทำงาน เพราะกำลังคนทุกคนรู้หน้าที่กันหมดแล้ว) และประเด็นกีฬา (อธิบดีกรมพลศึกษา แถลงข่าวฟุตบอลในระดับตำบล (ฟุตบอลสันติสุข) ตามแนวทางทุ่งยางแดงโมเดล ประจำปี ๒๕๕๙ ซึ่งรอบชิงชนะเลิศ จะเตะ ๑๑ – ๑๘ ธ.ค. ที่ จ.ปัตตานี)  
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ในระดับหนึ่ง
      ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙ เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกรายงานโดยสื่อมวลชนต่างประเทศและสื่อมวลชนภูมิภาคอาเซียนกว้างขวางที่สุด คือประเด็นเหตุร้ายรายวันในวันที่ ๖ ธันวาคมหลายพื้นที่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๖ คน ซึ่งสำนักข่าว Reuters อ้างแหล่งข่าวในกอ.รมน.ระบุว่าผู้เสียชีวิต ๔ ใน ๖ คนน่าจะเกิดสาเหตุความขัดแย้งส่วนตัว ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่าสำนักข่าวบางแห่งเชื่อมโยงเหตุร้ายรายวันกับการพูดคุยสันติสุขที่กำหนดไว้สัปดาห์นี้ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีวาระการพูดคุยเกี่ยวกับพื้นที่ปลอดภัย (safety zone)
      รายงานข่าวกำหนดการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ สัปดาห์นี้เป็นประเด็นที่มีการรายงานอย่างกว้างขวางรองจากประเด็นเหตุร้ายรายวัน
      ส่วนประเด็นอื่นๆ เกิดขึ้นที่ประเทศมาเลเซียแต่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นเกี่ยวกับความหละหลวมของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านสะเดา จ.สงขลา และเจ้าหน้าที่รัฐมาเลเซียเข้มงวดจับกุมรถตู้ทะเบียนไทย ที่เดินรถโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งการจับกุมคนไทยพร้อมปืนปลอมและมีดขณะเข้าไปเรี่ยไรเงินให้มัสยิดใน จชต. เจ้าหน้าที่มาเลเซียบอกว่ามีแก๊งค์เรี่ยไรเงินเข้าไปหากินผิดกฏหมายหลายกลุ่ม

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 2.6157ln(x) + 12.079) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๔ เมื่อเทียบ สัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.435ln(x) + 5.7254) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙)

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง
 

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-11-26

10

5

2.00

2016-11-27

14

4

3.50

2016-11-28

13

6

2.17

2016-11-29

15

2

7.50

2016-11-30

20

8

2.50

2016-12-01

17

3

5.67

2016-12-02

21

2

10.50

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

4.83

2016-12-03

16

1

16.00

2016-12-04

26

1

26.00

2016-12-05

22

1

22.00

2016-12-06

14

5

2.80

2016-12-07

16

4

4.00

2016-12-08

17

1

17.00

2016-12-09

14

1

14.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

14.54

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค. ๕๙ ไม่ปรากฏข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มาเป็นเวลากว่า ๒ สัปดาห์แล้ว (๒๖ พ.ย.–๙ ธ.ค.๕๙)
      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๓ -๙ ธ.ค.๕๙  ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.5ln(x) + 1.9718) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๗๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙ ) ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) ผกร. ๒  คน ขับรถตามประกบยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในพื้นที่ หมู่ 2 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก เสียชีวิตพร้อมภรรยาที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์, ๒) ผกร. ไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดขนาบยิง นายประดับ มาอินจอน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ดอน อ.ปะนาเระ เสียชีวิตขณะขับรถกระบะเข้าเมือง ส่วนภรรยา นายประดับ ได้รับบาดเจ็บ ต้องส่งรักษาตัว รพ.ยะหริ่ง, ๓) ผกร. ไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืน ดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ ในขณะออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยพื้นที่และรักษาความปลอดภัยครู บ้านลีตอ และ ๔) ลูกจ้างของการไฟฟ้ามายอ ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ในพื้นที่เกิดเหตุ ก่อนจะถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.2173ln(x) + 0.4661) สืบเนื่องจากแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตามมิติของจำนวนข่าว มีจำนวนข่าวลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ร้อยละ ๕๐ ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1E-03ln(x) + 0.0732) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) กล่าวคือไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองในสัปดาห์นี้ ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ ๑) นายกฯสั่งเร่งช่วยเหลือ น้ำท่วมหนัก ๘ จังหวัดใต้ และ ๒) พล.อ.ประวิตรฯ พร้อมปรับลดกำลังพล ๘,๐๐๐ คน ใน ๓ จชต. เน้นใช้ พล.ร.๑๕ ทดแทน เชื่อจะไม่กระทบกับการทำงาน เพราะกำลังคนทุกคนรู้หน้าที่กันหมดแล้ว เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙  ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.139ln(x) + 0.8214) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๖๗  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.0646ln(x) - 0.0448) กล่าวคือ มีข่าวเชิงลบจำนวน ๑ ข่าว จากเดิมไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ยะลา เข้มรถต้องสงสัยคาร์บอมบ์ ๑๑ คัน  เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบได้แก่  อลหม่านทั้งสนามบินหาดใหญ่ ผู้โดยสารพูดบนเครื่องไทยไลอ้อนแอร์ขณะจะเทกออฟมุ่งสู่ดอนเมืองว่า “ระเบิด” ลูกเรือรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙  ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.349ln(x) + 4.4979) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๗๔ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.2119ln(x) + 0.4044) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด จัดโปรโมชั่นมอบสิทธิพิเศษให้ผู้โดยสาร เส้นทางบินนราธิวาส–กรุงเทพฯ รับน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม ๒๐ กิโลกรัม สำหรับลองกอง โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม  เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ น้ำท่วมถนน-รางรถไฟคมนาคมเสียหายกว่า ๕๓๘ ล้าน เป็นต้น

      ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ๑ ข่าว ได้แก่ “เครือข่ายปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ค้านคลังโอนสิทธิพยาบาลข้าราชการ ให้ธุรกิจประกันของเอกชนดูแล”
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.

            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙  ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (๑) ผกร. ๒  คน ขับรถตามประกบยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในพื้นที่ หมู่ 2 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก เสียชีวิตพร้อมภรรยาที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์, ๒) ผกร. ไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดขนาบยิง นายประดับ มาอินจอน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ดอน อ.ปะนาเระ เสียชีวิตขณะขับรถกระบะเข้าเมือง ส่วนภรรยา นายประดับ ได้รับบาดเจ็บ ต้องส่งรักษาตัว รพ.ยะหริ่ง, ๓) ผกร. ไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืน ดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ ในขณะออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยพื้นที่และรักษาความปลอดภัยครู บ้านลีตอ และ ๔) ลูกจ้างของการไฟฟ้ามายอ ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ในพื้นที่เกิดเหตุ ก่อนจะถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต)    ​
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต (กระทรวงวัฒนธรรมรุกนำเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนยึดหลักบ-ว-ร (บ้าน วัด โรงเรียน)), ประเด็นยาเสพติด (รวบสาวลักลอบขนยา ๓ จชต. ยึดของกลางแสนเม็ด – ขยายผลจับ ๒ ราย), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (แม่ทัพภาคที่ ๔ ลงพื้นที่ตามสถานน้ำท่วม พร้อมเผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ ทรงห่วงใยราษฎร), ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมเทิดพระเกียรติฯ วันดินโลก), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (สายการบินไทยสมายล์ แจ้งว่า ขออาสาเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ภาคใต้ โดยรับบริการขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นราธิวาส ภูเก็ต และกระบี่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ ถึง ๒๘ ธ.ค.๕๙ หรือจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย), ประเด็นการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมมือกับธนาคารออมสินพิจารณา คัดเลือกสถานศึกษาและนักศึกษาดีเด่นด้านคุณธรรม จริยธรรม ภายใต้โครงการประกวดนักเรียนและโรงเรียนดีเด่นด้านคุณธรรมและจริยธรรม ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙ เพื่อร่วมสนองพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงและเฉลิมพระเกียรติ), ประเด็นการเมือง (๑) นายกฯสั่งเร่งช่วยเหลือ น้ำท่วมหนัก ๘ จังหวัดใต้ และ ๒) พล.อ.ประวิตรฯ พร้อมปรับลดกำลังพล ๘,๐๐๐ คน ใน ๓ จชต. เน้นใช้ พล.ร.๑๕ ทดแทน เชื่อจะไม่กระทบกับการทำงาน เพราะกำลังคนทุกคนรู้หน้าที่กันหมดแล้ว) และประเด็นกีฬา (อธิบดีกรมพลศึกษา แถลงข่าวฟุตบอลในระดับตำบล (ฟุตบอลสันติสุข) ตามแนวทางทุ่งยางแดงโมเดล ประจำปี ๒๕๕๙ ซึ่งรอบชิงชนะเลิศ จะเตะ ๑๑ – ๑๘ ธ.ค. ที่ จ.ปัตตานี)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙  พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.6266ln(x) + 0.9946) เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๓ จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค.๕๙) ในระดับหนึ่ง

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ธ.ค.๕๙
      ในรอบสัปดาห์นี้ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกรายงานโดยสื่อมวลชนต่างประเทศและสื่อมวลชนภูมิภาคอาเซียนกว้างขวางที่สุด คือประเด็นเหตุร้ายรายวันในวันที่ ๖ ธันวาคมหลายพื้นที่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๖ คน ซึ่งสำนักข่าว Reuters อ้างแหล่งข่าวในกอ.รมน.ระบุว่าผู้เสียชีวิต ๔ ใน ๖ คนน่าจะเกิดสาเหตุความขัดแย้งส่วนตัว ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่าสำนักข่าวบางแห่งเชื่อมโยงเหตุร้ายรายวันกับการพูดคุยสันติสุขที่กำหนดไว้สัปดาห์นี้ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีวาระการพูดคุยเกี่ยวกับพื้นที่ปลอดภัย (safety zone)
      รายงานข่าวกำหนดการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ สัปดาห์นี้เป็นประเด็นที่มีการรายงานอย่างกว้างขวางรองจากประเด็นเหตุร้ายรายวัน
      ส่วนประเด็นอื่นๆ เกิดขึ้นที่ประเทศมาเลเซียแต่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นเกี่ยวกับความหละหลวมของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านสะเดา จ.สงขลา และเจ้าหน้าที่รัฐมาเลเซียเข้มงวดจับกุมรถตู้ทะเบียนไทย ที่เดินรถโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งการจับกุมคนไทยพร้อมปืนปลอมและมีดขณะเข้าไปเรี่ยไรเงินให้มัสยิดใน จชต. เจ้าหน้าที่มาเลเซียบอกว่ามีแก๊งค์เรี่ยไรเงินเข้าไปหากินผิดกฏหมายหลายกลุ่ม
      ๕.๑ สำนักข่าว AFP รายงานเหตุ ผกร.ใช้อาวุธปืนลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ๖ คน ภายในช่วงเวลา ๒๔ ชั่วโมงเมื่อวันอังคารที่ ๖ ธันวาคม รายงานชิ้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่โดยสื่อมวลชนมาเลเซีย ฟิลิปินส์ และอินโดนีเซีย นอกจากนี้เหตุการณ์นี้ยังถูกรายงานโดย benarnews.org สื่อที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐบาลอเมริกัน
      รายละเอียดของข่าวอ้างข้อมูลจากตำรวจ ระบุว่า เหตุการณ์แรกเป็นเหตุผกร.ใช้อาวุธยิงที่ศรีษะผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในอ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันคนร้ายใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะสังหารสามีภรรยาขณะขับขี่มอเตร์ไซค์ที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ถัดมาในวันเดียวกันก็มีผู้ใหญ่บ้านและชายมุสลิมถูกยิงเสียชีวิต ในจ.ปัตตานี ส่วนคนที่ ๖ ถูกยิงเสียชีวิตที่จ.นราธิวาส
      พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปัตตานี เชื่อว่า เหตุลอบยิงหลายพื้นที่ในรอบ ๒๔ ชั่วโมง น่าจะเป็นการตอบโต้ของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบ ภายหลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจับกุมผู้ก่อความไม่สงบและควบคุมตัวไว้ ๘ คน ในช่วงไม่กี่วันก่อเกิดเหตุลอบยิง

(Six people were gunned down over 24 hours by suspected militants in a string of separate shootings in Thailand’s insurgency-plagued southern provinces, authorities said. 
The killings all took place on Tuesday, a police statement said.
The first fatality was a village chief, found at his home in the early hours of the morning shot in the head in southern Pattani province’s Yaring district.
Soon afterwards a couple – one of whom was a government militia member – were gunned down as they rode a motorcycle in nearby Nongchik district.
Later in the day another village chief and a Muslim civilian were shot dead in Pattani province in two separate incidents.
A sixth civilian – a Muslim man – was gunned down in neighbouring Narathiwat province.
Pattani police commander Major-General Thanongsak Wangsupa said he believed the attacks were in retaliation for a series of militant arrests in the last few days.
“We detained around eight people under the emergency law,” he said.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/regional/2016/12/08/six-gunned-down-in-one-day-in-south-thailand/
http://www.nst.com.my/news/2016/12/195116/six-shot-dead-day-thai-deep-south-violence
http://news.mb.com.ph/2016/12/07/six-shot-dead-in-day-of-thai-deep-south-violence/
http://www.benarnews.org/english/news/thai/deepsouth-deaths-12072016152217.html
http://www.thejakartapost.com/seasia/2016/12/06/four-shot-dead-in-series-of-attacks-in-deep-south.html

            ๕.๑.๑ ทางด้านรายงานของสำนักข่าว Reuters อ้างแหล่งข่าวในกอ.รมน.ระบุว่า เหตุลอบยิงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๖ คนเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว ทั้งนี้รายงานข่าวชิ้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อสิงคโปร์ (Straits Times) และสื่อมาเลเซีย

Six people were shot dead on Wednesday and Thursday in predominantly Buddhist Thailand's far south, though four of the deaths were thought to have been linked to personal disputes, the Thai military's Internal Security Operations Command said.
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2016/12/195431/muslim-separatists-thai-govt-resume-peace-talks-malaysia​
http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/thailand-to-resume-peace-talks-with-muslim-separatists-in-malaysia​
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thailand-to-resume-peace-talks-with-muslim-separatists-in-malaysia

            ๕.๑.๒ สำนักข่าว benarnewss รายงานเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ว่า ในช่วงระหว่างวันที่ ๕-๙ ธันวาคม เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธลอบยิงประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิตรวม ๙ คน โดยมีข้อความปรากฏในรายงานข่าวดังนี้
            ทั้งนี้ เมื่อนับเฉพาะห้วงวันจันทร์ถึงวันศุกร์นี้ มีผู้เสียชีวิตด้วยคมกระสุนอย่างน้อย 9 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย และในเฉพาะห้วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ในระหว่างวันอังคารถึงวันพุธ มีผู้ถูกยิงทั้งพลเรือนและเจ้าหน้าที่ถึง 6 ราย บาดเจ็บ 2 ราย
            เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในท่ามกลางความพยายามของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข และฝ่ายมาราปาตานี ในการจัดตั้งเขตปลอดภัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้
ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/thai/news/TH-violence-12092016133725.html

      ๕.๒ สำนักข่าว Reuters รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของพลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาตใต้ เปิดเผยว่า คณะพูดคุยชุดเล็กมีกำหนดเดินทางไปพูดคุยกับฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ ที่ประเทศมาเลเซีย โดยมีวาระพูดคุยเริ่องการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย (safety zone) ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารไทยบอกว่าจะเป็นพื้นที่ปลอดการสู้รบ แต่รายละเอียดยังไม่ชัดเจน
            พลเอกอักษรา บอกว่า เป้าหมายของการพูดคุยคือ เพื่อลดการสูญเสียและเหตุรุนแรง ส่วนกระบวนการพูดคุยในขณะนี้อยู่ในช่วงการสร้างไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน โดยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นกระบวนการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ

"Next week, a small team will travel to Malaysia to talk to groups who have different opinions in order to discuss 'safety zones'," General Aksara Kerdpol, the Thai government's lead negotiator, told Reuters. "Our goals is to minimise losses and violence. Talks right now are at the trust-building stage and these safety zones are one way of building this trust," he said. The safety zones would be an area where insurgency-related fighting is off-limits, according to the Thai military, but details about the zones have not been made clear.
ที่มาข้อมูล; http://www.nst.com.my/news/2016/12/195431/muslim-separatists-thai-govt-resume-peace-talks-malaysia​
http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/thailand-to-resume-peace-talks-with-muslim-separatists-in-malaysia
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thailand-to-resume-peace-talks-with-muslim-separatists-in-malaysia
      ๕.๓ สำนักข่าว bernama และสื่อมาเลเซียหลายแห่ง รายงานว่า พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณผู้บัญชาการทหารบกมาเลเซีย กับบทบาทของรัฐบาลมาเลเซียในการอำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทยกล่าวชื่นชมว่าเป็นบทบาทที่สร้างสรรค์
            พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลมาเลเซียในโอกาสที่ตันศรี ซุลกิเฟลี่ โมฮัมเหม็ด ซิน ผู้บัญชาการทหารบกเข้าเยี่ยมคารวะเพื่ออำลาก่อนที่จะรับตำแหน่งผู้อำนวยการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
“รัฐบาลไทยยืนยันแนวทางแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธีและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน,” พลโทวีรชน กล่าว  

The Thai government has thanked Malaysia for the constructive role it has played in facilitating peace talks on the conflict in southern Thailand while reaffirming its commitment towards resolving the problem peacefully with the participation of all sides.
According to the goverment’s deputy spokesman Lt Gen Weerachon Sukondhapatipak, Thai Prime Minister Gen Prayuth Chan-ocha had relayed that message during a courtesy call by Malaysia’s Armed Forces Chief Tan Sri Zulkifeli Mohd Zin.
“The Thai government reaffirmed that it would resolve the (southern Thailand) problem under peaceful means and with the participation of all sides.
"The Prime Minister also thanked the Malaysian government,” he said in a statement here today.
The Prime Minister, according to him, also commended Malaysia’s role as the facilitator in the informal talks between the Thai government and a group representing southern Thai militants.
Zulkifeli was on a farewell tour to Asean countries before officially take up his new post as the new National Security Council (NSC) director-general in the middle of this month
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/thai-govt-thanks-malaysia-for-facilitating-peace-talks-on-southern-conflict
http://www.malaysiakini.com/news/365776​
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1310635

      ๕.๔ New Straits Times สื่อภาษาอังฤษในประเทศมาเลเซีย รายงานว่า มอเตอร์ไซค์รับจ้างบริเวณหน้าด่านสะเดาและบูกิตกายูฮิตัม มีบริการรับส่งข้ามประเทศโดยที่ไม่ต้องใช้พาสปอร์ต คิดค่าบริการคนละ ๓๕๐ ริงกิต (ประมาณ ๓,๙๐๐ บาท) สำหรับการโดยสารข้ามพรมแดนทั้งสองประเทศระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร
            NST รายงานว่า บริการผ่านข้ามพรมแดนผิดกฏหมายด้วยบริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างเกิดขึ้นสักระยะหนึ่งแล้ว โดยช่วงแรกคิดค่าบริการคนละ ๘๐-๒๐๐ ริกิต จนกระทางเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวได้ไปสังเกตุการณ์ที่ด่านบูกิตกายูฮิตัม และเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปส่งที่ด่านสะเดาคิดค่าบริการ ๑๐ ริงกิต และเมื่อบอกว่าเพื่อนร่วมทางอีกคนไม่มีเอกสารการเดินทาง มอเตอร์ไซค์รับจ้างบอกว่า สามารถพาไปส่งที่ด่านนอกได้ โดยคิดค่าบริการคนละ ๓๕๐ ริงกิตพร้อมทั้งอธิบายว่า เขาต้องจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทย และยืนยันว่าถ้าจ่ายเงินสินบน สามารถผ่านเข้าประเทศไทยได้โดยสะดวก
            ผู้สื่อข่าว NST รายงานว่า เขาเห็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างป้ายทะเบียนไทยจอดอยู่ตามเพิงฝั่งมาเลเซียประมาณ ๑๐ คน และรถยนต์ป้ายทะเบียนไทยอีก ๓ คัน นอกจากนี้ยังพบว่ามีรถยนต์บริการจากด่านนอกไปหาดใหญ่อีกด้วย
            ตอนท้ายของรายงานข่าวชิ้นนี้ระบุว่า มีชาวมาเลเซียที่ถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างเดินทางเข้าประเทศไทยทางด่านบูกิตกายูฮิตัม ด้วย 

For a ride of just a kilometre long, the fee you have to pay is a whopping RM350. But if you find yourself without a passport and need to cross the Malaysian-Thai border, that fee guarantees you a hassle-free entry into Thailand and vice versa. That is the “covert” service offered by motorcyclists turned taximen at the Malaysia-Thailand checkpoint in Bukit Kayu Hitam. The motorcyclists, comprising Malaysians and Thais, offer the transport service to those wishing to cross from the Bukit Kayu Hitam Customs, Immigration, Quarantine and Security (CIQS) Complex to the Duty Free Complex or the Thai Immigration Complex for a fee of between RM5 and RM10, if you happen to have all the necessary travel documents. However, those without travel documents are charged RM350. The New Straits Times learnt that the “service” had been around for some time, but previously the taximen would charge between RM80 and RM200. The motorcycle taxi riders, commonly known as motoesai rap chang among the Thais, have been raking in huge profits, especially on weekends when the number of people crossing the border into Thailand is at its peak. The NST team inquired about the services provided by the motorcyclists yesterday. One of them, a local in his 40s, guaranteed he could smuggle people across the Thai checkpoint without any travel documents. He approached this reporter, offering his services for RM10. When told a second person wanted to cross the border but had forgotten to bring his passport, the man said he could make the necessary arrangements. “I can help but you have to pay more, of course. I’m charging RM350 per person but I can only send you as far as Danok. “I will have to ‘pay’ those manning the Immigration counters on the other (Thai) side to get through. I promise you, as long as we pay them, you will have no problem crossing the border,” he said. The man and his colleagues operate under canopies erected on both sides of the border checkpoints. During yesterday’s stake-out, there were 10 motorcycles and three cars, mostly bearing Thai-registration, parked near the makeshift counters. Besides the motorcycle taxis, the men also offer group rides in cars to southern Thai towns, from Danok to Hatyai. However, those boarding the cars are required to carry travel documents, as they have to go through the check-points. It is learnt that some of the customers are those who are barred from leaving the country
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2016/12/194424/no-passport-no-problem-msia-thai-border

      ๕.๕ New Straits Times รายงานว่า สำนักงานขนส่งทางบกรัฐเปอร์ลิสได้จับกุมรถตู้โดยสารท่องเที่ยวทะเบียนประเทศไทย ๒ คัน ในข้อหาดัดแปลงเก้าอี้โดยสารเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด โดยรถตู้คันแรกมีเก้าอี้โดยสาร ๒๐ ที่นั่ง และอีกคันมีเก้าอี้โดยสาร ๒๘ ที่นั่ง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้สั่งปรับคันแรก ๖,๐๐๐ ริงกิต และคันที่สอง ๘,๔๐๐ ริงกิต

The Road Transport Department (RTD) has impounded two tour vans from Thailand yesterday for failing to settle compounds amounting to RM14,400. Its state director Ismasuhaimi Shariff said the two vans were flagged down during a ‘Foreign Vehicles Ops’ along the Alor Star-Kangar trunk road. “Upon inspection, we found that each van has outstanding compounds, 20 and 28, amounting to RM6,000 and RM8,400 respectively.
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2016/12/195500/rtd-clampdown-foreign-vehicles-103-compounds-issued

      ๕.๖ NST รายงานว่า ตำรวจมาเลเซียจับกุมคนไทย ๙ คนซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายอายุ ๑๔ ปี โทษฐานครอบครองปืนปลอมและมีดอีกหลายเล่ม โดยที่คนกลุ่มนี้ใช้อาวุธปืนปลอมและมีดข่มขู่ผู้ดูแลมัสยิดที่สุไหงบูโล๊ะเพื่อขอพักค้างแรม ผู้ดูแลมัสยิดจึงแจ้งตำรวจให้จับกุม
            คนไทยกลุ่มนี้มัทั้งหญิงและชายอายุระหว่าง ๑๔-๕๐ ปี เดินทางเข้าไปมาเลเซียเพื่อตระเวณเรี่ยไรเงินซึ่งอ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือมัสยิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำรวจมาเลเซียเชื่อว่าคนไทยกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายแก๊งค์เรี่ยไรเงิน ที่บางคราวก็มีพฤติกรรมข่มขู่กรรโชกทรัพย์ด้วย

Police arrested nine Thais, including a 14-year-old boy, who were in possession of fake guns and knives while in a mosque near here. The group, comprising seven males and two females ranging in age from 14 and 50, claimed they had come to Malaysia to collect donations for a mosque in Thailand. District police chief Superintendent Dr Abdul Aziz Awang Darus said they were nabbed at a mosque in Bandar Baru Sungai Buloh at about 12.15am yesterday. Abdul Aziz said the mosque’s caretaker had alerted the police after one of the Thais allegedly threatened him with a gun. "They went to the mosque to sleep, but were not allowed to by the caretaker. One of them then (allegedly) threatened him by brandishing a gun. "Police went to the location after they were contacted by the caretaker," Abdul Aziz told media. Abdul Aziz said police believe they are part of a larger donation-collecting syndicate in Thailand, whose members enter Malaysia regularly to collect donations or even extort members of the public for money.
http://www.nst.com.my/news/2016/12/194944/armed-members-thai-donation-collecting-syndicate-nabbed-mosque

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

Comment
Related