สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒๒ - ๒๘ ต.ค. ๕๙

 31 ต.ค. 2559 09:38 น. | อ่าน 467
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกมีแนวโน้มความถี่ลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๔ ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๘๘  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว  (๑๕ – ๒๑  ต.ค.๕๙)
      ในสัปดาห์นี้ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (เหตุลอบวางระเบิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเฮียเบิ้ม หน้าตลาดโต้รุ่ง ถ.พิพิธ เขตเทศบาลเมืองปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี)
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นสิทธิมนุษยชน (กรมคุ้มครองสิทธิฯ ประณามผู้ก่อเหตุวางระเบิด ตลาดโต้รุ่งปัตตานี โหดร้าย-ไร้มนุษยธรรม), ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ จับบุหรี่เถื่อนมูลค่า ๑๒ ล้าน (ภัยแทรกซ้อน)), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (บิ๊กเจี๊ยบเซอร์ไพรส์นอนค้างคืนในพื้นที่ จชต. เพื่อ ตรวจพื้นที่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่), ประเด็นการศึกษา (พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปีงบฯ 2560 กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบฯ ๒,๗๗๗ ล้านบาท ในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (เร่งจับกุมผู้ก่อเหตุวางระเบิดตลาดโต้รุ่งปัตตานี โดยใช้ภาพที่ชัดเจนจากกล้องวงจรปิด), ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (“บิ๊กโบ้” ถกกลุ่ม “มาราปัตตานี” ขอให้อยู่นิ่ง ๑ ปีช่วงไทยเศร้าโศก หลัง ในหลวงร.๙ สวรรคต), ประเด็นเศรษกิจฯ ( ยางพาราขาดตลาด ส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น), ประเด็นความร่วมมือภาคประชาชน (ทั่วหล้า...อาลัยในหลวง), ประเด็นการเมือง (พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้พยายามดูแลให้ดีที่สุด อย่าให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในพื้นที่เขตเมืองและชุมชน และถนนเส้นหลักอีก), ประเด็นกีฬา (สมาคมกีฬาปันจักสีลัต พร้อมจัดมอบเงินอัดฉีดนักกีฬาชุดสู้ศึก เอเชียน บีช เกมส์ ๒๐๑๖ เป็นเงินสูงถึง ๑.๒ ล้านบาท) และประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (ธนบัตรหมุนเวียน ๑๑ แบบ)
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ ลดลงร้อยละ ๒๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๕ – ๒๑ ต.ค.๕๙) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย
      ประเด็นหลักที่มีการนำเสนอแพร่หลายทั้งโดยสำนักข่าวระหว่างประเทศ (International news agencies) และองค์กรสื่อในอาเซียน คือ เหตุการณ์ลอบวางระเบิดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว ตลาดโต้รุ่งถนนพิพิธเทศบาลเมืองปัตตานี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๑ รายและได้บาดเจ็บอีก ๒๑ คน เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศมากเป็นพิเศษเนื่องจากมีการนำไปเชื่อมโยงกับวาระครบรอบ ๑๒ ปีเหตุการณ์การจับกุมผู้ชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จ.นราธิวาส และนำไปสู่การเสียชีวิตด้วยเหตุขาดอากาศหายใจขณะถูกนำตัวขึ้นรถบรรทุกทหารไปยังค่ายอิงคยุทธบริหารจังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗
      นอกจากนี้ประเด็นอื่นๆที่สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจรายงานข่าว ก็มีเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงพนักงานราชการ กศน.อำเภอมายอ จ.ปัตตานี จนเสียชีวิต และคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้พบหารือกับตัวแทนกลุ่มผู้มีความเห็นต่างจากรัฐ เพื่อวางกรอบการพูดคุยกำหนดพื้นที่ปลอดภัย โดยทั้งสองฝ่ายพบหารือกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๒ – ๒๘  ต.ค.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.786ln(x) + 22.427) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๔ ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.1731ln(x) + 0.3892) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๘๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว  (๑๕ – ๒๑ ต.ค.๕๙)

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-10-15

22

3

7.33

2016-10-16

23

1

23.00

2016-10-17

19

1

19.00

2016-10-18

18

1

18.00

2016-10-19

26

0

26.00

2016-10-20

20

0

20.00

2016-10-21

17

3

5.67

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

17

2016-10-22

14

2

7.00

2016-10-23

17

2

8.50

2016-10-24

18

5

3.60

2016-10-25

15

6

2.50

2016-10-26

19

2

9.50

2016-10-27

23

1

23.00

2016-10-28

18

8

2.25

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

8.05

      หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘  ต.ค.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

      ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๕๙ ข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4882ln(x) - 0.5213) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๐  จากที่ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข ในช่วง ๔ สัปดาห์ที่ผ่านมา (๒๔ ก.ย. – ๒๑ ต.ค.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวกได้แก่ “บิ๊กโบ้” ถกกลุ่ม “มาราปัตตานี” ขอให้อยู่นิ่ง ๑ ปีช่วงไทยเศร้าโศก หลัง ในหลวงร.๙ สวรรคต เป็นต้น และยังคงไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุขในสัปดาห์นี้

      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.1337ln(x) - 0.8972) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖๐๐  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๕ – ๒๑ ต.ค.๕๙) ภาพข่าวได้แก่ เหตุลอบวางระเบิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเฮียเบิ้ม หน้าตลาดโต้รุ่ง ถ.พิพิธ เขตเทศบาลเมืองปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยแรงระเบิดทำให้เพิงร้านค้า อาคาร รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายจำนวนมาก เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.5828ln(x) - 0.3344) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๓๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๕ – ๒๑ ต.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ไม่ปรากฏภาพข่าวมาเป็นเวลา ๒ สัปดาห์แล้ว (๑๕ – ๒๘ ต.ค.๕๙)   ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษของคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ส่วนหน้า เป็นประธานประชุมกลุ่มภารกิจงานที่ 1 งานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดย พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้พยายามดูแลให้ดีที่สุด อย่าให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในพื้นที่เขตเมืองและชุมชน และถนนเส้นหลักอีก เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.341ln(x) + 1.7563) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕๕  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๕ – ๒๑ ต.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.1414ln(x) - 0.1116) โดยในสัปดาห์นี้มีข่าวเชิงลบจำนวน ๒ ข่าว จากเดิมที่ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นการ รปภ.ฯ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๕ – ๒๑ ต.ค.๕๙)  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ จับบุหรี่เถื่อนมูลค่า ๑๒ ล้าน (ภัยแทรกซ้อน) เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ปักธงพูโล ๑๙ ผืนใน อ.รามัน คาดแสดงสัญลักษณ์วันครบรอบเหตุตากใบ เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.194ln(x) + 3.4912) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๕ – ๒๑ ต.ค.๕๙)  ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลงเช่นกัน (y = -0.552ln(x) + 1.2074) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ (จากเดิมมีข่าวเชิงลบ ๓ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ในสัปดาห์นี้ไม่มีข่าวเชิงลบเลย) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ยางพาราขาดตลาด ส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น เป็นต้น

      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘  ต.ค.๕๙ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ๑ ประเด็นข่าว ได้แก่ ส.ต.ท. ใช้เอ็ม ๑๖ กราดยิงเพื่อนตำรวจเสียชีวิต ๒ นาย บาดเจ็บ ๑๖ สาเหตุจากความเครียดสะสมจากการปฏิบัติงานในพื้นที่
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน

            ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘  ต.ค.๕๙ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน ๑ ประเด็นข่าว ได้แก่ เยาวชนปาตานี ร้อง ยูเอ็น สอบภาครัฐริดรอนสิทธิ-เสรีภาพ หลัง บุกจับกุมนักศึกษาชายแดนใต้ไร้หลักนิติธรรม
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.

            ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘  ต.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘  ต.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      ในช่วงวันที่ ๑๕ – ๒๑ ต.ค. ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (เหตุลอบวางระเบิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเฮียเบิ้ม หน้าตลาดโต้รุ่ง ถ.พิพิธ เขตเทศบาลเมืองปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นสิทธิมนุษยชน (กรมคุ้มครองสิทธิฯ ประณามผู้ก่อเหตุวางระเบิด ตลาดโต้รุ่งปัตตานี โหดร้าย-ไร้มนุษยธรรม), ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ จับบุหรี่เถื่อนมูลค่า ๑๒ ล้าน (ภัยแทรกซ้อน)), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (บิ๊กเจี๊ยบเซอร์ไพรส์นอนค้างคืนในพื้นที่ จชต. เพื่อ ตรวจพื้นที่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่), ประเด็นการศึกษา (พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปีงบฯ 2560 กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบฯ ๒,๗๗๗ ล้านบาท ในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (เร่งจับกุมผู้ก่อเหตุวางระเบิดตลาดโต้รุ่งปัตตานี โดยใช้ภาพที่ชัดเจนจากกล้องวงจรปิด), ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (“บิ๊กโบ้” ถกกลุ่ม “มาราปัตตานี” ขอให้อยู่นิ่ง ๑ ปีช่วงไทยเศร้าโศก หลัง ในหลวงร.๙ สวรรคต), ประเด็นเศรษกิจฯ ( ยางพาราขาดตลาด ส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น), ประเด็นความร่วมมือภาคประชาชน (ทั่วหล้า...อาลัยในหลวง), ประเด็นการเมือง (พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้พยายามดูแลให้ดีที่สุด อย่าให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในพื้นที่เขตเมืองและชุมชน และถนนเส้นหลักอีก), ประเด็นกีฬา (สมาคมกีฬาปันจักสีลัต พร้อมจัดมอบเงินอัดฉีดนักกีฬาชุดสู้ศึก เอเชียน บีช เกมส์ ๒๐๑๖ เป็นเงินสูงถึง ๑.๒ ล้านบาท) และประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (ธนบัตรหมุนเวียน ๑๑ แบบ)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘ ต.ค.๕๙ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง (y = -0.301ln(x) + 2.8705) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๓ จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๑๕ – ๒๑ ต.ค.๕๙ ) เล็กน้อย

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๒ – ๒๘  ต.ค..๕๙
     
ประเด็นหลักที่มีการนำเสนอแพร่หลายทั้งโดยสำนักข่าวระหว่างประเทศ (International news agencies) และองค์กรสื่อในอาเซียน คือ เหตุการณ์ลอบวางระเบิดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว ตลาดโต้รุ่งถนนพิพิธเทศบาลเมืองปัตตานี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ ๒๔ ตุลาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๑ รายและได้บาดเจ็บอีก ๒๑ คน เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศมากเป็นพิเศษเนื่องจากมีการนำไปเชื่อมโยงกับวาระครบรอบ ๑๒ ปีเหตุการณ์การจับกุมผู้ชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จ.นราธิวาส และนำไปสู่การเสียชีวิตด้วยเหตุขาดอากาศหายใจขณะถูกนำตัวขึ้นรถบรรทุกทหารไปยังค่ายอิงคยุทธบริหารจังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗
      นอกจากนี้ประเด็นอื่นๆที่สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจรายงานข่าว ก็มีเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงพนักงานราชการ กศน.อำเภอมายอ จ.ปัตตานี จนเสียชีวิต และคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้พบหารือกับตัวแทนกลุ่มผู้มีความเห็นต่างจากรัฐ เพื่อวางกรอบการพูดคุยกำหนดพื้นที่ปลอดภัย โดยทั้งสองฝ่ายพบหารือกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
      ๕.๑ สำนักข่าวระหว่างประเทศ AFP, Reuters และ Aljazeera รวมทั้งสื่อในภูมิภาคอาเซียนทั้งสื่อมาเลเซีย และสิงคโปร์ รายงานข่าวเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดที่ตลาดโต้รุ่งในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีเมื่อคืนวันที่ ๒๔ ตุลาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๑ คนและได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย ๒๑ คน
      รายงานข่าวของสำนักข่าว AFP ซึ่งถูกนำเผยแพร่ต่อในสื่อมาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมทั้ง  Aljazeera เชื่อมโยงเหตุระเบิดที่ตลาดโต้รุ่ง เทศบาลเมืองปัตตานีเมื่อคืนวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ กับเหตุการณ์จับกุมผู้ชุมนุมประท้วงที่หน้าสภ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ และนำไปสู่การเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจระหว่างการขนส่งไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ซึ่งการเหตุการณ์ในวันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นกองกำลังติดอาวุธชาวมุสลิมเมื่อทศวรรษก่อน

(The attack coincided with the anniversary of the death of dozens of local Muslims at the hands of Thai security forces, an event that kicked off the current insurgency more than a decade ago./ AFP The explosion on Monday coincided with the anniversary of the death of dozens of local Muslims at the hands of Thai security forces, an event that sparked off the current insurgency more than a decade ago./ Aljazeera)

      สำนักข่าว AFP และ Reuters เชื่อมโยงเหตุลอบวางระเบิดที่ตลาดโต้รุ่งเทศบาลเมืองปัตตานี กับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในจังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่งในพื้นที่ภาคใต้ ในเดือนสิงหาคมปีนี้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๔ คนและบาดเจ็บนับสิบคนรวมทั้งชาวต่างชาติ ซึ่งตำรวจระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิม

(The rebels are widely believed to be behind an unprecedented string of bomb blasts on tourist towns outside their conflict zone in August, killing four people and wounding dozens, including foreigners./AFP The attack comes two months after a wave of coordinated bombings in tourist towns in Thailand's south that killed four Thais and wounded dozens, including foreigners, attacks the police linked to Muslim militants./Reuters)

      ในรายงานข่าวของสำนักข่าว AFP มีข้อความในเชิงลบต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยระบุว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแม้แต่คนเดียวที่ถูกดำเนินคดีจนถึงขั้นต้องโทษจำคุกจากการวิสามัญฆาตกรรมหรือซ้อมทรมานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ / AFP

(No member of the Thai security forces has ever been jailed for extrajudicial killings or torture in the restive “deep south”./ AFP)
ที่มาข้อมูล
; http://www.thestar.com.my/news/regional/2016/10/25/noodle-shop-bomb-patani/
http://www.thestar.com.my/news/world/2016/10/24/bomb-in-thai-south-kills-one-injures-19--police/
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/noodle-shop-bomb-kills-1-wounds-18-in-restive-thai-south
http://www.aljazeera.com/news/2016/10/deadly-explosion-hits-thailand-pattani-province-161024161928803.html​

            ๕.๑.๑ ทางด้านสำนักข่าว bernama ของทางการมาเลเซีย รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่ตลาดโต้รุ่ง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๑ คน และบาดเจ็บ ๒๑ คน ว่า สถานการณ์โดยทั่วไปถือว่าดีขึ้น ขณะเดียวกันก็พูดถึงกลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุไม่สงบว่า คนพวกนี้แฝงตัวอยู่กับประชาชน

(The overall situation in southern Thailand has improved despite last night's bombing incident in Pattani which killed a woman and left 21 others injured, including two in severe condition. Prime Minister Gen. Prayut Chan-o-cha said the militants were hiding among the civilians and aimed of staging violence in the volatile region.  "As you have seen, they (the militants) have never appeared in public, they are hiding among the people, but the overall situation (in the southern province) has improved," he told the media after chairing the weekly cabinet meeting at Government House, today.....)
ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1295736​

      ๕.๒ สำนักข่าว bernama และ malaysiakini รายงานข่าวเหตุการณ์ตำรวจที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในอำเภอบันนังสตา จ.ยะลา มีอาการเครียดอาวุธปืนเอ็ม ๑๖ กราดยิงใส่ตำรวจและประชาชนเป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิต ๒ คน ได้รับบาดเจ็บ ๙ คนและพลเรือนได้รับบาดเจ็บอีก ๔ คน
ที่มาข้อมูล ; http://www.malaysiakini.com/news/360521

      ๕.๓ สื่ออินโดนีเซีย The Jakarta Post นำรายงานข่าวของสำนักข่าว AP มารายงานต่อเกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้าย ๒ คนใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่นางสุนิสา บุญเย็น พนักงานข้าราชการกศน.อำเภอมายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะที่ผู้โดยสารที่เดินทางมาด้วยกันได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ จชต.ในปี ๒๕๔๗ ถึงปัจจุบันครูและบุคคลากรทางการศึกษาต้องเป็นเป้าถูกลอบสังหารมากกว่า ๑๘๐ คน จากจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่สงบจำนวนกว่า ๖,๕๐๐ คน

(Sunisa Boonyen parked her car in front of the school where she teaches in Pattani province when two people on a motorbike drove up. One of them fired into the driver's seat. Nopsit Temonghla, a police official in Pattani's Mayo district, says the 49-year-old teacher died immediately and a wounded passenger was hospitalized.
The assailants fled. Police were investigating whether the killing was related to political unrest. Muslim separatists in Thailand's southernmost provinces of Pattani, Yala and Narathiwat demand autonomy from the majority Buddhist country's government. Teachers have frequently been targeted since the insurgency began in 2004. Of the more than 6,500 people killed, more than 180 were educators.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.thejakartapost.com/seasia/2016/10/28/teacher-killed-in-thailands-insurgency-plagued-deep-south-.html

      ๕.๔ สำนักข่าว bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ว่า คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจัหวัดชายแดนภาคใต้ได้พบหะพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มมารา ปาตานี ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ พร้อมทั้งอ้างแหล่งข่าวจากมาราปาตานี ว่า การพูดคุยครั้งนี้เป็นเรื่องสืบเนื่องจากการหารือครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายน ซึ่ง ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยิบยก วาระการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยขึ้นมาหารือในครั้งนี้

(Thai government negotiators and from MARA Patani are meeting in Kuala Lumpur for the latest round of informal peace talks on the insurgency in southern Thailand.
According to a MARA Patani (Majlis Syura Patani) source, the talks today was a follow up the negotiations between both sides that were held in September.
"Both sides agreed to commence negotiations on the issue of "Safety Zones" beginning tomorrow as a step in confidence-building," he told Bernama.....)
ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1295823

      ๕.๕ สำนักช่าว bernama และ new straits times รายงานเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ว่า ศาลสูงมาเลเซียพิพากษาจำคุกนายมูฮัมหมัดรอมลี อารง คนไทยวัย ๔๐ ปี เป็นเวลา ๓ ปี โทษฐานกระทำความผิดเป็นธุระลักลอบนำพาผู้หญิงชาวอูกันด้า ๒ คน เข้าประเทศมาเลเซีย เหตุเกิดเมื่อ ๘ เดือนก่อน

(A Thai man was sentenced to three years' jail by the High Court here today for smuggling two migrants into Malaysia eight months ago. Judicial Commissioner Abu Bakar Katar ordered Muhammadromlee Arong, 40, to serve his jail term from the date of arrest. Earlier, the accused, clad in blue T-shirt, pleaded guilty to smuggling directly or indirectly, providing services or financial assistance to two Ugandans known as Joy Gladys Filly and Jacintah Nakabuye, aged 34.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2016/10/184085/thai-man-gets-three-years-jail-smuggling-ugandans-malaysia

๕.๖ The Straits Times สื่อสิงคโปร์รายงานข่าวรัฐบาลมาเลเซียเตรียมเก็บเงินรถยนต์ต่างชาติที่ผ่านเข้าออกพรมแดนมาเลเซียที่ติดกับสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน นี้ ประเด็นดังกล่าวทำให้รัฐบาลสิงคโปร์ออกมาเตือนว่าหากมาตรการนี้เป็นการเลือกปฏิบัติสิงคโปร์ก็จะใช้มาตรการตอบโต้เก็บเงินรถยนต์จากมาเลเซียเช่นกัน
      รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซียจึงต้องออกมาชี้แจงว่า รัฐบาลมาเลเซียเตรียมเก็บเงินรถยนต์ต่างชาติที่วิ่งผ่านเข้าพรมแดนทุกด้าน ทั้งพรมแดนที่ติดกับประเทศไทย บรูไนและอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียจะเก็บค่าธรรมเนียการใช้ถนนเท่ากันทุกด่าน คือ คันละ ๒๐ มาเลเซียริงกิต พร้อมทั้งยืนยันว่า มาตรการเก็บค่าใช้ถนนจากรถยนต์ต่างชาติไม่ได้เป็นมาตรการที่เลือกปฏิบัติเฉพาะรถยนต์ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ เท่านั้น

(The new road charge levied on foreign-registered vehicles entering Malaysia from the Singapore side will also be implemented at other entry points, Malaysian Transport Minister Liow Tiong Lai said, insisting that his government does not discriminate against Singapore.
"There is no discrimination. We will impose the road charge not only at our border with Singapore, but also our borders with Thailand, Brunei and Indonesia with a similar charge of RM20 (S$6.60) per car," Datuk Seri Liow told reporters yesterday, according to state news agency Bernama.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/new-road-charge-will-apply-at-all-borders-not-just-spores-kl

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

Comment
Related