สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๘ - ๑๔ ต.ค. ๕๙

 17 ต.ค. 2559 09:37 น. | อ่าน 346
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกมีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น แต่จำนวนข่าวน้อยลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ ต.ค.๕๙) ประมาณร้อยละ ๔ ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. มีแนวโน้มความถี่ แต่จำนวนข่าวน้อยลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว ประมาณร้อยละ ๕๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว
      ในสัปดาห์นี้ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (คนร้ายสวมฮิญาบ ตามยิงอุสตาซเสียชีวิต ส่วนหลานชายวัย 15 บาดเจ็บสาหัส) และประเด็นการศึกษา (เตือนครูในพื้นที่จังหวัดปัตตานี อย่าหลงเชื่อหลอกรับรางวัล) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นยาเสพติด (จับกุมนายหมัดสุกรี หรือเป๊ก มะเซ็ง อายุ ๓๐ ปี ชาว จ.นราธิวาส พร้อมกัญชาอัดแท่ง ๘๔๙ แท่ง), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (ภูมิทัศน์ของอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้), ประเด็นเศรษฐกิจฯ (คลองไทยไม่ควรตกขบวน ไทยแลนด์ ๔.๐), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (วิสามัญ ผกร. ๔ ศพ จากเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ อ. สะบ้าย้อย), ประเด็นการเยียวยา (ผู้ว่าฯ ยะลา มอบเงินเยียวยา ๕ แสนกับครอบครัวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ถูกยิงเสียชีวิต), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (สมาคมนักข่าวอาชญากรรมฯ ประกาศผลสุดยอดเกียรติยศตำรวจไทย ๑๐ รางวัล), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด) และประเด็นการสร้างความเข้าใจและสมานฉันท์ (พล.อ.เปรมฯ เปิดงานสานใจไทยสู่ใจใต้รุ่น ๒๙ เน้นย้ำให้เยาวชน ให้รักใคร่ สามัคคี เป็นคนดี)      
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ ต.ค.๕๙) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเพียงเล็กน้อย    
      ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค. ๕๙ มีเพียงประเด็นเดียว คือ ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นย่านหัวหมาก วังทองหลาง และอำเภอเมือง สมุทรปราการ ช่วงเช้าตรู่วันที่ ๑๑ ตุลาคม ภายหลังมีข้อมูลข่าวกรองว่า มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี เตรียมก่อเหตุคาร์บอมส์ ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ในช่วงปลายเดือนนี้ และแม้ในรายงานข่าว ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า กลุ่มที่เตรียมการก่อเหตุช่วงปลายเดือนตุลาคม เป็นกลุ่มใด แต่รายงานข่าวจากสำนักข่าวในประเทศตะวันตก ทั้ง EPA (European Press Agency) Reuters และ AFP มีการเขียนเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด ๑๔ จุด ในพื้นที่ ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน เมื่อวันที่ ๑๑ และ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ เป็นฝีมือของสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกัน benarnews.org เว็บไซต์ข่าวที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนการดำเนินงานจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ อ้างคำให้สัมภาษณ์ของแนวร่วมกองกำลังกลุ่มที่มีความเห็นต่างจากรัฐไทยในจังหวัดปัตตานีคนหนึ่ง ที่ไม่ประสงค์จะเปิดเผยตัว บอกว่า กรุงเทพฯ ไม่ใช่เป้าหมาย และกองกำลังของพวกเขา ไม่มีศักยภาพ ที่จะก่อเหตุไม่สงบ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.6174ln(x) + 13.018) แต่จำนวนข่าวน้อยลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ ต.ค.๕๙) ประมาณร้อยละ ๔ ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1016ln(x) + 1.7457) แต่จำนวนข่าวลดน้อยลง ประมาณร้อยละ ๕๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว 

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-10-01

19

1

19.00

2016-10-02

5

0

5.00

2016-10-03

5

2

2.50

2016-10-04

19

3

6.33

2016-10-05

21

4

5.25

2016-10-06

23

4

5.75

2016-10-07

22

4

5.50

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

7.05

2016-10-08

16

0

16.00

2016-10-09

12

2

6.00

2016-10-10

13

3

4.33

2016-10-11

10

0

10.00

2016-10-12

28

1

28.00

2016-10-13

21

1

21.00

2016-10-14

9

2

4.50

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

12.83

      หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

            ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข เป็นเวลา ๓ สัปดาห์ (๒๔ ก.ย. – ๑๔ ต.ค.๕๙)
      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.2571ln(x) - 0.2484) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๐ (ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ ต.ค.๕๙) มีภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันปรากฏในสื่อ ภาพข่าวได้แก่ คนร้ายสวมฮิญาบ ตามยิงอุสตาซเสียชีวิต ส่วน หลานชายวัย 15 บาดเจ็บสาหัส เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.04ln(x) + 3.2285) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๘๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ ต.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.146ln(x) + 0.0943) แต่จำนวนข่าวน้อยกว่าสัปดาห์ที่แล้ว ประมาณร้อยละ ๓๓  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ผ่าดรีมทีม ครม.ส่วนหน้า เครื่องมือใหม่ในการแก้ไขปัญหา จชต.เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส. จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ฟันธงข่าวคาร์บอมบ์ แค่ปลุกผี แล้วโยนบาป ให้พี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 2.1239ln(x) - 1.1075) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๔๓  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ ต.ค.๕๙) สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ วิสามัญ ผกร.  ๔ ศพ จากเหตุการณ์ ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ อ. สะบ้าย้อย เป็นต้น ในสัปดาห์นี้ไม่มีภาพข่าวเชิงลบ ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4992ln(x) + 2.4589) แต่จำนวนข่าวไม่แตกต่างจากสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ ต.ค.๕๙) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.053ln(x) + 0.1668) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ ต.ค.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ คลองไทยไม่ควรตกขบวน ไทยแลนด์ ๔.๐ เป็นต้น ไม่มีภาพข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ ในสัปดาห์นี้

      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
            ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิง
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค. ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (คนร้ายสวมฮิญาบ ตามยิงอุสตาซเสียชีวิต ส่วน หลานชายวัย 15 บาดเจ็บสาหัส) และ ประเด็นการศึกษา (เตือนครูในพื้นที่จังหวัดปัตตานีอย่าหลงเชื่อหลอกรับรางวัล) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นยาเสพติด (จับกุม นายหมัดสุกรี หรือเป๊ก มะเซ็ง อายุ ๓๐ ปี ชาว จ.นราธิวาส พร้อมกัญชาอัดแท่ง ๘๔๙ แท่ง), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (ภูมิทัศน์ของอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้), ประเด็นเศรษฐกิจฯ (คลองไทยไม่ควรตกขบวน ไทยแลนด์ ๔.๐), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (วิสามัญ ผกร.  ๔ ศพ จากเหตุการณ์ ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ อ. สะบ้าย้อย), ประเด็นการเยียวยา (ผู้ว่าฯ ยะลา มอบเงินเยียวยา ๕ แสนกับครอบครัวผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ถูกยิงเสียชีวิต), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (สมาคมนักข่าวอาชญากรรมฯ ประกาศผลสุดยอดเกียรติยศตำรวจไทย ๑๐ รางวัล), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด) และ ประเด็นการสร้างความเข้าใจและสมานฉันท์ (พล.อ.เปรมฯ เปิดงานสานใจไทยสู่ใจใต้รุ่น ๒๙ เน้นย้ำให้เยาวชน ให้รักใคร่ สามัคคี เป็นคนดี)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ ต.ค.๕๙ พบว่าแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.0527ln(x) + 2.2466) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๗ จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเพียงเล็กน้อย

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๘– ๑๔ ต.ค..๕๙
      ๕.๑
ประเด็นข่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นย่านหัวหมาก วังทองหลาง และอำเภอเมือง สมุทรปราการ เช้าตรู่วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ หลังจากมีข้อมูลข่าวกรองว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดี เตรียมก่อเหตุคาร์บอมส์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลในช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเหตุการณ์นี้ เป็นประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สำนักข่าวต่างประเทศและสื่อในอาเซียน รายงานมากที่สุดในรอบสัปดาห์ โดยมีสาระสำคัญมีดังนี้
      สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า บันทึกข้อมูลข่าวกรองของตำรวจ ได้ถูกเผยแพร่ให้กับผู้สื่อข่าว ระบุว่า มีโอกาสสูง ที่จะมีการก่อเหตุที่บริเวณศูนย์การค้า ที่จอดรถ และย่านนักท่องเที่ยว ขณะที่ ABC News ออสเตรเลีย รายงานว่า บันทึกข้อมูลข่าวกรอง ระบุว่า กลุ่มติดอาวุธมีแผนโจมตีอาคารจอดรถ ๓ แห่ง รวมทั้งสนามบินนานาชาคิหนึ่งแห่ง

(On Monday, a police memo circulated to reporters warned of potential attacks in late October targeting “areas such as malls, car parks and tourist attractions,” Agence France-Presse reported.
ABC News of Australia reported the memo said that an armed group was plotting as many as three car-bomb attacks, and one of the main targets was the international airport.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/english/news/thai/bomb-warning-10112016172130.html

      เช้าตรู่วานนี้ (๑๑ ต.ค) ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย ๑๐ คน ในกรุงเทพ และทั้งหมดเป็นผู้ต้องสงสัยว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนมุสลิม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุระเบิดหลายจุด ในหลายจังหวัด เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙

( Early yesterday, authorities arrested 10 people in Bangkok on suspicion of collaborating with Southern Thailand’s Muslim insurgent groups which were blamed for serial bombings in several provinces in August.)

      รายงานข่าวของสำนักข่าว EPA ที่ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อมาเลเซีย (The Star) ระบุว่า เหตุระเบิดหลายจุด ในเดือนสิงหาคม กลุ่มบีอาร์เอ็น ได้ออกมาอ้างหลังเกิดเหตุว่า เป็นผู้ลงมือกระทำ
      การโจมตีด้วยอาวุธเบา การลอบสังหาร และการวางระเบิด เกิดขึ้นเป็นปกติ ในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา แม้ว่าจะมีกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงดูแลรักษาความปลอดภัยราว ๔ หมื่นคน และพื้นที่ จชต. มีการประกาศใช้ พรก. การบริหารราชการ ในภาวะฉุกเฉิน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘
      นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จุดเริ่มต้นที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนปฏิบัติการต่อต้านรัฐ มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า ๖,๕๐๐ คน โดยอ้างเหตุว่าชาวมุสลิม ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและเรียกร้องให้มีการปกครองแบบรัฐอิสลาม

The attacks were claimed weeks later by the Barisan Revolusi Nasional, the largest Muslim armed rebel group operating in the country.
Light weapon attacks, murders and bomb blasts are almost routine in the provinces of Pattani, Narathiwat and Yala, despite a deployment of around 40,000 security forces and a state of emergency since 2005.
More than 6,500 people have died in southern Thailand since the Muslim separatist movement resumed its armed resistance in 2004, after being dormant for nearly a decade.
The insurgents denounce discrimination by the dominant Buddhist community in the country and demand the creation of an Islamic state. — EPA
ที่มาข้อมูล; http://www.thestar.com.my/news/regional/2016/10/12/thailand-beefs-up-security-bangkok-authorities-act-after-alerted-to-possible-car-bomb-attack/

      บันทึกข้อข่าวกรองของตำรวจ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า กลุ่มที่เตรียมก่อเหตุคาร์บอมส์ คือ กลุ่มใด แม้ว่ากลุ่มแบ่งแยกดินแดน จชต.เป็นกลุ่มที่ก่อเหตุคาร์บอมส์หลายครั้งที่ผ่านมา
      รายงานของสำนักข่าว AFP ที่ถูกนำไปเผยแพร่ในสื่อมาเลเซีย ระบุว่า วันที่ ๒๕ ตุลาคม เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์ “ตากใบ”ซึ่งมีชาวมุสลิมที่ถูกจับกุมจากเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงเสียชีวิตมากกว่า ๘๐ คน ด้วยเหตุขาดอากาศหายใจ เนื่องจากถูกกดทับบนรถบรรทุกผู้ต้องหา และเหตุการณ์นี้ เป็นชนวนจุดไฟใต้ในขณะนี้

(Yesterday’s police memo did not say who might be behind the bomb plot, though the southern insurgents have used car bombs in previous attacks.
October 25 is also the anniversary of 2004’s “Tak Bai incident”, when more than 80 people in the deep south died, most of them protesters crushed to death in overloaded vans after they were arrested. The deaths lit the fuse of the current southern insurgency.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/thai-junta-calls-for-calm-after-car-bomb-plot-alert
http://www.nst.com.my/news/2016/10/179617/thai-junta-appeals-calm-after-car-bomb-plot-alert​

      The Straits Times สื่อสิงคโปร์ อ้างรายงานข่าวจาก AFP และ Reuters รายงานว่า เมื่อวานนี้ (๑๑ ตค.) ตำรวจไทย ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญๆ หลายแห่งในกรุงเทพฯ รวมทั้งสนามบินและจังหวัดรอบๆ กรุงเทพฯ ภายหลังมีรายงานข่าวกรองว่า มีผู้ไม่หวังดี เตรียมก่อเหตุโจมตีรุนแรง และก่อนหน้านี้ ไม่กี่สัปดาห์ ก็มีเหตุโจมตีรุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต ในจังหวัดภาคใต้

(Police in Thailand yesterday said they have increased security at major landmarks in the capital Bangkok, at airports and in surrounding provinces following reports of bomb plots just weeks after deadly attacks rocked the country's south.)
ที่มาข้อมูล; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/high-security-in-thailand-as-police-warn-of-bomb-plot​

      ๕.๒ New Straits Times สื่อมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ระบุว่า สถานีตำรวจ Kuah บนเกาะลังกาวี รายงานไปยังสำนักงานตำรวจน้ำมาเลเซียว่า พบเห็นเรือ ๔ ลำ บรรทุกชาวโรฮีนจา ลำละประมาณ ๕๐ คน คาดว่า กำลังหาจุดขึ้นฝั่งจุดใดจุดหนึ่ง บนเกาะลังกาวี ในวันเดียวกันนี้ รายงานของตำรวจบนเกาะลังกาวี ระบุว่า ชาวโรฮีนจากลุ่มนี้ คาดว่า จะถูกผลักดันออกจากประเทศไทย
ที่มาข้อมูล; http://www.nst.com.my/news/2016/10/179809/around-200-rohingya-refugees-expected-arrive-langkawi-today​

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related