สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๗ - ๒๓ ก.ย. ๕๙

 26 ก.ย. 2559 11:47 น. | อ่าน 222
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก  มีแนวโน้มความถี่ลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๒ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๘๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙)  
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน (คนร้ายลอบวางระเบิด จนท.ตร. สภ.กรงปินัง จ.ยะลา เสียชีวิต ๓ นาย) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศรายชื่อ “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์ระดับจังหวัด”), ประเด็นการเมือง (นายอภิสิทธิ์  สนับสนุนการมีผู้แทนรัฐบาลส่วนหน้าในการแก้ไขปัญหา จชต.), ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ (แผนพัฒนาภาคใต้ ทั้งในส่วนอุตสาหกรรม, การเกษตร และการท่องเที่ยว รวมไปถึงการเริ่มลงทุนในโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา พร้อมด้วยคณะกรรมการหอการค้ายะลา กลุ่มพลังมวลชน ชุมชน นักเรียน นักศึกษา หลายสถาบันได้ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณต่อต้านคอร์รัปชั่น), ประเด็นการศึกษา (พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รุกขับเคลื่อนจัดการศึกษาแบบบูรณาการเขตพัฒนา ศก.พิเศษ หวังเชื่อมเพื่อนบ้านในอาเซียน), ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (จับตายผู้ก่อเหตุวางระเบิดธนาคารพื้นที่เทศบาลเมืองยะลา), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา เตือนประชาชนรับมือน้ำท่วมพื้นที่ซ้ำซาก), ประเด็นกีฬา (นรา ยูไนเต็ดเสมอ อุดรธานี เอฟซี ในการแข่งขันฟุตบอล เอไอเอส ลีก ดิวิชั่น ๒), ประเด็นสิทธิมนุษยชน (ที่ปรึกษาฯ สถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.ต.ท.ศานิตย์ เพื่อกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยที่ให้ความช่วยเหลือเหยื่อชาวกัมพูชาเรื่องการค้ามนุษย์), ประเด็นการสร้างความเข้าใจและสมานฉันท์ (โครงการชลประทานนราธิวาส ร่วมจัดนิทรรศการในงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ ๔๑ ประจำปี ๒๕๕๙), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ จับมือเทศบาลนครยะลา จัดนิทรรศการ “มนต์มลายู วัฒนธรรมปลายด้ามขวาน”), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 จังหวัดนราธิวาส), และประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (ตั้ง รัฐบาลส่วนหน้า อีกก้าวหนึ่งของการดับไฟใต้)
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ ลดลงร้อยละ ๓๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย
      ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ได้แก่ เหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประเด็นข่าวที่สำนักข่าวระหว่างประเทศ (International news agency) รวมทั้งสื่อมาเลเซียและสิงคโปร์ ให้ความสำคัญ เช่นในสัปดาห์นี้ เหตุลอบวางระเบิดใต้ถนนในอำเภอกรงปีนัง เป็นเหตุในตำรวจเสียชีวิต ๓ คน เป็นประเด็นที่สำนักข่าวระหว่างประเทศ ๒ สำนักคือ Reuters และ AFP รายงาน ซึ่งสื่อมาเลเซียและสิงคโปร์ ได้นำไปรายงานต่อ
      สื่อมาเลเซียรายงานเนื้อหาสุนทรพจน์ของรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียในเวทีที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศองค์การความร่วมมือประเทศอิสลาม (OIC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ค โดยตอนหนึ่งของสุนทรพจน์มีใจความว่า “ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ จชต. ขอย้ำว่าเราต้องการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมืออย่างสร้างสรรค์” ขณะเดียวกันเว็บไซต์ของ OIC ก็เผยแพร่บันทึกการประชุมประจำปีของรัฐมนตรีต่างประเทศ OIC ที่เรียกว่า ACM ซึ่งมีตอนหนึ่ง เลขาธิการ OIC ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า OIC ทำงานหนักเพื่อติดตามสถานการณ์ของชาวมุสลิมในประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศไทย
      ทางด้านเศรษฐกิจสื่อมาเลเซียรายงานข่าว ที่น่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในพื้นที่ จชต. คือ ข่าวบริษัทผู้ผลิตถุงมือยาง ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก ประกาศขยายกำลังการผลิตที่โรงงานในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในโรงงานของบริษัทผู้ผลิตถุงมือยางชั้นนำของโลก อยู่ในพื้นที่อำเภอสะเดา จ.สงขลา

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.9ln(x) + 17.919) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๒ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.0966ln(x) + 0.0983) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๘๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙)  

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง
 

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-09-10

18

1

18.00

2016-09-11

14

3

4.67

2016-09-12

22

1

22.00

2016-09-13

7

0

7.00

2016-09-14

21

0

21.00

2016-09-15

11

1

11.00

2016-09-16

21

0

21.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

14.95

2016-09-17

14

4

3.50

2016-09-18

13

1

13.00

2016-09-19

12

3

4.00

2016-09-20

10

3

3.33

2016-09-21

5

2

2.50

2016-09-22

21

3

7.00

2016-09-23

14

7

2.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

5.05

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.174ln(x) + 0.6706) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ตั้ง รัฐบาลส่วนหน้า อีกก้าวหนึ่งของการดับไฟใต้ เป็นต้น ในสัปดาห์นี้ไม่มีภาพข่าวเชิงลบ

      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.8014ln(x) - 0.5849) กล่าวคือ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙) มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันเพียง ๑ ข่าว แต่ในสัปดาห์นี้ มีความถี่ถึง ๑๐ ข่าว ภาพข่าว ได้แก่ คนร้ายลอบวางระเบิด จนท.ตร. สภ.กรงปินัง จ.ยะลา เสียชีวิต ๓ นาย เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.012ln(x) + 0.7351) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๓ ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1484ln(x) - 0.0527) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ นายอภิสิทธิ์  สนับสนุนการมีผู้แทนรัฐบาลส่วนหน้าในการแก้ไขปัญหา จชต. เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ดร.นายสุรชาติ บำรุงสุข วิจารณ์รัฐบาลส่วนหน้าในการแก้ไขปัญหา จชต. เป็นแนวความคิดเก่าเมื่อ ๑๒ ปีก่อน ที่ไม่ได้ผล เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.234ln(x) + 2.2786) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๗  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙) สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ จับตายผู้ก่อเหตุวางระเบิดธนาคารพื้นที่เทศบาลเมืองยะลา เป็นต้น ในสัปดาห์นี้ไม่มีภาพข่าวเชิงลบ

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.631ln(x) + 4.4211) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๐  สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ แผนพัฒนาภาคใต้ ทั้งในส่วนอุตสาหกรรม, การเกษตร และการท่องเที่ยว รวมไปถึงการเริ่มลงทุนในโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นต้น ในช่วง ๒ สัปดาห์ (๑๐ – ๒๓ ก.ย.๕๙) ไม่มีภาพข่าวเชิงลบ ในประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้

      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล จำนวน ๑ ประเด็น ได้แก่ รองผู้ว่าฯ ตรัง เตรียมยื่นถวายฎีกาและฟ้องศาลปกครอง อ้างโยกย้ายแต่งตั้งตำแหน่งผู้ว่าฯ ไม่เป็นธรรม เป็นต้น อย่างไรก็ตามข่าวในประเด็นดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านความมั่นคง
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
      ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวใน ประเด็นเหตุร้ายรายวัน(คนร้ายลอบวางระเบิด จนท.ตร. สภ.กรงปินัง จ.ยะลา เสียชีวิต ๓ นาย) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศรายชื่อ “ยอดครูผู้มีอุดมการณ์ระดับจังหวัด”), ประเด็นการเมือง (นายอภิสิทธิ์ สนับสนุนการมีผู้แทนรัฐบาลส่วนหน้าในการแก้ไขปัญหา จชต.), ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ (แผนพัฒนาภาคใต้ ทั้งในส่วนอุตสาหกรรม, การเกษตร และการท่องเที่ยว รวมไปถึงการเริ่มลงทุนในโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา พร้อมด้วยคณะกรรมการหอการค้ายะลา กลุ่มพลังมวลชน ชุมชน นักเรียน นักศึกษา หลายสถาบันได้ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณต่อต้านคอร์รัปชั่น), ประเด็นการศึกษา (พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รุกขับเคลื่อนจัดการศึกษาแบบบูรณาการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หวังเชื่อมเพื่อนบ้านในอาเซียน), ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (จับตายผู้ก่อเหตุวางระเบิดธนาคารพื้นที่เทศบาลเมืองยะลา), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดยะลา เตือนประชาชนรับมือน้ำท่วมพื้นที่ซ้ำซาก), ประเด็นกีฬา (นรา ยูไนเต็ดเสมอ อุดรธานี เอฟซี ในการแข่งขันฟุตบอล เอไอเอส ลีก ดิวิชั่น ๒), ประเด็นสิทธิมนุษยชน (ที่ปรึกษาฯ สถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.ต.ท.ศานิตย์ เพื่อกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยที่ให้ความช่วยเหลือเหยื่อชาวกัมพูชาเรื่องการค้ามนุษย์), ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และสมานฉันท์ (โครงการชลประทานนราธิวาส ร่วมจัดนิทรรศการในงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ ๔๑ ประจำปี ๒๕๕๙), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ จับมือเทศบาลนครยะลา จัดนิทรรศการ “มนต์มลายู วัฒนธรรมปลายด้ามขวาน”), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 จังหวัดนราธิวาส), และประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (จัดตั้งรัฐบาลส่วหน้า อีกก้าวหนึ่งของการดับไฟใต้)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙  พบว่าแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.515ln(x) + 3.1724) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๙ จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลงลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๗ – ๒๓ ก.ย.๕๙
      เหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประเด็นข่าวที่สำนักข่าวระหว่างประเทศ (International news agency) รวมทั้งสื่อมาเลเซียและสิงคโปร์ ให้ความสำคัญ เช่นในสัปดาห์นี้ เหตุลอบวางระเบิดใต้ถนนในอำเภอกรงปีนัง เป็นเหตุในตำรวจเสียชีวิต ๓ คน เป็นประเด็นที่สำนักข่าวระหว่างประเทศ ๒ สำนัก คือ Reuters และ AFP รายงาน ซึ่งสื่อมาเลเซียและสิงคโปร์ ได้นำไปรายงานต่อ
      สื่อมาเลเซียรายงาน เนื้อหาสุนทรพจน์ของรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ในเวทีที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศองค์การความร่วมมือประเทศอิสลาม (OIC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมใหญ่องค์การสหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ค โดยตอนหนึ่งของสุนทรพจน์มีใจความว่า “ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ จชต. ขอย้ำว่าเราต้องการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมืออย่างสร้างสรรค์” ขณะเดียวกันเว็บไซต์ของ OIC ก็เผยแพร่บันทึกการประชุมประจำปีของรัฐมนตรีต่างประเทศ OIC ที่เรียกว่า ACM ซึ่งมีตอนหนึ่ง เลขาธิการ OIC ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า OIC ทำงานหนักเพื่อติดตามสถานการณ์ของชาวมุสลิม ในประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศไทย
      ทางด้านเศรษฐกิจสื่อมาเลเซียรายงานข่าว ที่น่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในพื้นที่ จชต. คือ ข่าวบริษัทผู้ผลิตถุงมือยาง ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกประกาศขยายกำลังการผลิตที่โรงงานในประเทศไทย ซึ่งหนึ่งในโรงงานของบริษัทผู้ผลิตถุงมือยางชั้นนำของโลก อยู่ในพื้นที่อำเภอสะเดา จ.สงขลา
            ๕.๑  สำนักข่าวระหว่างประเทศ ๒ แห่ง คือ Reuters และ AFP รายงานข่าวเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดใต้ถนนและจุดชนวนระเบิดในขณะที่รถยนต์ตำรวจ สภ.กรงปีนัง แล่นผ่าน เป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิต ๓ คน รายงานชิ้นเดียวกัน ได้ถูกนำไปรายงานต่อในสื่อมาเลเซีย คือ malaymailonline,con และ New Straits Times รวมทั้ง Straits Times สื่อสิงคโปร์ ทั้งนี้มีข้อสังเกตุว่า รายงานข่าวของ AFP เชื่อมโยงเหตุลอบวางระเบิดที่ อ.กรงปีนัง จ.ยะลา เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๓ กันยายน กับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข โดยตอนหนึ่งของรายงานข่าว ระบุว่า ……..
      รัฐบาลทหาร ได้พยายามฟื้นกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับกลุ่มติดอาวุธมุสลิม ตั้งแต่เข้าบริหารประเทศ เมื่อปี ๒๕๕๗ แต่การพูดคุยไม่มีความก้าวหน้า ขณะที่การโจมตียังคงเกิดขึ้นทั่วทั้งพื้นที่ จชต.
      เป็นที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่า กลุ่มกบฏอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดหลายจุดในเมืองท่องเที่ยวที่อยู่นอกพื้นที่ขัดแย้งในเดือนสิงหาคม สังหารประชาชน ๔ คน และบาดเจ็บอีกนับสิบคนรวมทั้งชาวต่างชาติ แต่ทางการไทยก็พยายามหลีกเลี่ยง ที่จะเชื่อมโยงเหตุระเบิดในเมืองท่องเที่ยวกับกลุ่มติดอาวุธใน จชต.

(Thailand’s ruling junta says it has tried to restart peace talks with the Muslim militants since it took power in 2014.
But the negotiations have failed to gain traction, as attacks continue to strike across the region.
The rebels are also widely believed to be behind an unprecedented string of bomb blasts on tourist towns outside their conflict zone in August, killing four people and wounding dozens, including foreigners. But Thai authorities have avoided linking the August attacks to the southern militants.)

      เช่นเดียวกับรายงานข่าวของ Reuters ที่อ้างบทวิเคราะห์ของ International Crisis Group ที่สรุปว่า การก่อเหตุลอบวางระเบิดหลายจังหวัดภาคใต้ตอนบนในเดือนสิงหาคม เป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธใน จชต.ที่ต้องการขยายพื้นที่ความขัดแย้ง
      การโจมตี (ที่กรงปีนัง) เกิดขึ้นหลังจากเหตุระเบิดหลายจุดในสามจังหวัดท่องเที่ยว ประมาณเดือนเศษ สังหารประชาชน ๔ คน บาดเจ็บอีกนับสิบคน ก่อให้เกิดความหวาดกลัวว่า กลุ่มกบฏกำลังขยายพื้นที่สู้รบพุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยว

(The attack came just over a month after a series of bombs in three of Thailand's main tourist towns killed four people and wounding dozens and raised fears the insurgents were expanding their fight to tourist targets.)
ที่มาข้อมูล : http://www.themalaymailonline.com/world/article/bomb-kills-three-police-in-restive-thai-south
http://www.nst.com.my/news/2016/09/175494/bomb-blast-kills-three-police-officers-thailands-yala-province
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/bomb-in-thai-south-kills-3-police-officers
http://www.reuters.com/article/us-thailand-blast-idUSKCN11T0S3

      ๕.๒  The Star รายงานว่านายอนิฟา อามาน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ได้กล่าวสุนทรพจน์ ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ OIC ที่มหานครนิวยอร์คเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก OIC ร่วมมือกันต่อสู้กับภัยความรุนแรงจากกลุ่มสุดโต่งและกลุ่มก่อการร้าย รวมทั้งเผยแพร่ความเชื่อที่ถูกต้องเกี่ยวกับอิสลาม เพื่อขจัดการเผยแพร่อิสลามที่ไม่ถูกต้องจากกลุ่มสุดโต่งหัวรุนแรง เช่น กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า รัฐอิสลาม และในตอนหนึ่งของสุนทรพจน์ เขาได้พูดถึงปัญหาใน จชต. ว่า
ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนพูดคุยเพื่อสันติสุข จชต. ขอย้ำว่าเราต้องการเห็นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์”

(“As facilitator of the peace process in southern Thailand, we would like to reiterate our call for all the relevant parties to engage constructively,”)
ที่มาข้อมูล : http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/09/23/anifah-urges-oic-leaders-to-counter-terrorism-threats/

            ๕.๒.๑ เอกสารข่าวการประชุมประจำปี ระดับรัฐมนตรีกลุ่มประเทศ OIC ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ OIC สรุปความเห็นของอิยาด อามีน มาดานี่ เลขาธิการ OIC เกี่ยวกับมุมมองของ OIC ต่อสถานการณ์ใน จชต. ว่า OIC ทำงานหนักเพื่อติดตามสถานการณ์ในชุมชนมุสลิม ในประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศไทย รวมทั้งในประเทศอื่นๆ ด้วย

(He added that the OIC is working very hard to follow up on the situation of Muslim communicates in the Philippines, Thailand and other states.)
ที่มาข้อมูล : http://www.oic-oci.org/oicv3/topic/?t_id=11602&ref=4553&lan=en

      ๕.๓ สำนักข่าว Bernama และ New Straits Times รายงานเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ไม่อนุญาติให้กลุ่มเอ็นจีโอหลายกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Lempar จัดกิจกรรมที่บริเวณหน้ามัสยิดกรือเซะ เนื่องในโอกาสว่าสันติภาพโลก เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน
ที่มาข้อมูล : http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1284714
http://www.nst.com.my/news/2016/09/175036/thai-authorities-prohibit-peace-forum-be-held-kerisek-mosque

      ๕.๔ The Star รายงานว่า Top Glove Corp บริษัทผู้ผลิตถุงมือยาง ที่มียอดขายสูงสุดของโลก กำลังเร่งขยายกำลังการผลิต ที่โรงงานในประเทศไทย เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานและแหล่งน้ำ ในประเทศมาเลเซีย
      นายลิม วี ไฉ่ ประธานกรรมการบริษัท เพิ่งเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัว ที่โรงงานในจังหวัดภูเก็ต และกำลังจะเพิ่มกำลังการผลิต ที่โรงงานในอำเภอสะเดา จ.สงขลา ซึ่งอยู่ติดชายแดนมาเลเซีย อีกเท่าตัวเช่นกัน โดยให้ความเห็นว่า เขาพอใจกับแรงจูงใจทางภาษี และการจ้างงานที่ไม่ยุ่งยากในประเทศไทย

(Top Glove Corp. is focusing on Thailand to boost its production capacity as shortages of workers and water at home disrupts its expansion spree.
The company, which doubled its factory capacity in Thailand’s Phuket this month, will increase its output size by 100 percent at another plant in Songkhla that borders Malaysia, Chairman Tan Sri Lim Wee Chai said in an interview Thursday. Favorable tax breaks in Thailand and the ease of hiring workers prompted the company’s decision, he said. )
ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/business/business-news/2016/09/23/top-glove-eyes-thai-expansion-on-malaysia-risk/

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related