สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๐ - ๑๖ ก.ย. ๕๙

 19 ก.ย. 2559 16:35 น. | อ่าน 906
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๘๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ก.ย.๕๙)  
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวใน ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ลอบยิงอดีตครู ตชด. เสียชีวิตที่ อ.จะแนะ ตำรวจคาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดี) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นการเมือง (แนวทางประชารัฐ จุดประกายชุมชนประชารัฐสีชมพู), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (รัฐบาลสั่งการให้ดูแลดูแล ๓ จชต. อย่างเข้มข้น), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (ช่อง ๓ ทำกิจกรรม บริจาคตุ๊กตาให้น้อง ๆ โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงฯ จังหวัดนราธิวาส ), ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ (โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ในเขตเทศบาลนครยะลา), ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และสมานฉันท์ (การรถไฟแห่งประเทศยังมีกิจกรรมมอบของให้แก่มัสยิดซึ่งมีที่ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ), ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต (มูลนิธิรามาฯ ร่วมสร้างชีวิตใหม่ผู้ป่วยยากไร้), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (โปรดเกล้าฯ เรื่องให้นายทหารรับราชการ), ประเด็นการเยียวยา (นายอภิสิทธิ์ฯเยี่ยมศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล - มอบเงินเยียวยาเหยื่อความรุนแรงที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส), ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขไม่หยุดชะงัก), ประเด็นการศึกษา (รองนายกฯ เปิดอุทยานเรียนรู้สู่เยาวชนชายแดนใต้), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (การใช้มิติทางวัฒนธรรมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน), ประเด็นกีฬา (ทีมยะลา ยูไนเต็ด เสียดายพลาดเป้าแชมเปี้ยนลีก), และประเด็นความร่วมมือไทย-มาเลย์ (เสียงสะท้อน ๓ จชต.ข้อตกลงไทย-มาเลย์)
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ก.ย.๕๙) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วในระดับหนึ่ง
      ประเด็นข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปรากฏในสื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรอบสัปดาห์นี้ มีประเด็นสำคัญดังนี้ คือ คำสั่งศาลจังหวัดปัตตานี ชี้ว่าการไต่สวนชันสูตรศพชายหนุ่ม ๔ คนที่บ้านโต๊ะชู้ด อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เกิดจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และประเด็นข่าวนายกรัฐมนตรีตั้งข้อสังเกตุ กรณีที่มีข่าวว่าสมาชิกบีอาร์เอ็นออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าเป็นผู้ก่อเหตุมอเตอร์ไซค์บอมส์ที่หน้ารร.ตาบา อ.ตากใบ เมื่อต้นเดือนกันยายน ว่าน่าสงสัย ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ยืนยันว่าเหตุระเบิดใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบนเมื่อเดือนสิงหาคม ไม่เกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใบ จชต. ขณะเดียวกันสื่อสิงคโปร์ อ้างความเห็นนักวิเคราะห์สถานการณ์ จชต. ระบุว่า รัฐไทยมักจะยืนยันว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่มีศักยภาพก่อการร้าย เนื่องจากกังวลว่า จะเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงหรือมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.6709ln(x) + 12.565) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -2.953ln(x) + 8.6) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๘๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ก.ย.๕๙)  

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-09-03

12

5

2.40

2016-09-04

10

7

1.43

2016-09-05

16

7

2.29

2016-09-06

22

9

2.44

2016-09-07

17

5

3.40

2016-09-08

7

3

2.33

2016-09-09

20

4

5.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

2.76

2016-09-10

18

1

18.00

2016-09-11

14

3

4.67

2016-09-12

22

1

22.00

2016-09-13

7

0

7.00

2016-09-14

21

0

21.00

2016-09-15

11

1

11.00

2016-09-16

21

0

21.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

14.95

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1728ln(x) + 0.2605) อย่างไรก็ตามในมิติของความถี่มีความถี่น้อยกว่าสัปดาห์ที่แล้วในระดับหนึ่ง ในส่วนของข่าวเชิงลบ ก็มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1E-03ln(x) + 0.0732) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขไม่หยุดชะงัก เป็นต้น ในสัปดาห์นี้ไม่มีภาพข่าวเชิงลบ


      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -2.453ln(x) + 6.3422) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๙๖ ภาพข่าว ได้แก่ ลอบยิงอดีตครู ตชด. เสียชีวิตที่ อ.จะแนะ ตำรวจคาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดี เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.2502ln(x) + 0.0498) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๕๐ ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ (y = 0.0631ln(x) + 0.1722) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ ก.ย.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ แนวทางประชารัฐ จุดประกายชุมชนประชารัฐสีชมพู เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ขบวนการแยกดินแดนใต้..ใครเป็นผู้ปลุกผี เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.415ln(x) + 6.046) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๗ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลงเช่นเดียวกัน (y = -0.146ln(x) + 0.6197) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๓ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ รัฐบาลสั่งการให้ดูแลดูแล ๓ จชต. อย่างเข้มข้น เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ภรรยาคนขับรถขนใบกระท่อมร้องเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำเกินเหตุ ป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.1144ln(x) + 0.9233) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๓  ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.233ln(x) + 0.6334) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐  สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ในเขตเทศบาลนครยะลา เป็นต้น ในสัปดาห์นี้ไม่มีภาพข่าวเชิงลบ

      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๓ – ๙ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวใน ประเด็นเหตุร้ายรายวัน(ลอบยิงอดีตครู ตชด. เสียชีวิตที่ อ.จะแนะ ตำรวจคาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ไม่หวังดี) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นการเมือง (แนวทางประชารัฐ จุดประกายชุมชนประชารัฐสีชมพู), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (รัฐบาลสั่งการให้ดูแลดูแล ๓ จชต. อย่างเข้มข้น), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (ช่อง ๓ ทำกิจกรรม บริจาคตุ๊กตาให้น้อง ๆ โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงฯ จังหวัดนราธิวาส ), ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ (โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ในเขตเทศบาลนครยะลา), ประเด็นการสร้างความเข้าใจ และสมานฉันท์ (การรถไฟแห่งประเทศยังมีกิจกรรมมอบของให้แก่มัสยิดซึ่งมีที่ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ), ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต (มูลนิธิรามาฯ ร่วมสร้างชีวิตใหม่ผู้ป่วยยากไร้), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (โปรดเกล้าฯ เรื่องให้นายทหารรับราชการ), ประเด็นการเยียวยา (นายอภิสิทธิ์ฯเยี่ยมศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล - มอบเงินเยียวยาเหยื่อความรุนแรงที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส), ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขไม่หยุดชะงัก), ประเด็นการศึกษา (รองนายกฯ เปิดอุทยานเรียนรู้สู่เยาวชนชายแดนใต้), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (การใช้มิติทางวัฒนธรรมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน), ประเด็นกีฬา (ทีมยะลา ยูไนเต็ด เสียดายพลาดเป้าแชมเปี้ยนลีก), และประเด็นความร่วมมือไทย-มาเลย์ (เสียงสะท้อน ๓ จชต.ข้อตกลงไทย-มาเลย์)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (
Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙  พบว่าแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.921ln(x) + 0.402) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๘ จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วในระดับหนึ่ง

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ ก.ย.๕๙
      ประเด็นข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปรากฏในสื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรอบสัปดาห์นี้ มีประเด็นสำคัญดังนี้ คือ คำสั่งศาลจังหวัดปัตตานี ชี้ว่าการไต่สวนชันสูตรศพชายหนุ่ม ๔ คนที่บ้านโต๊ะชู้ด อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เกิดจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และประเด็นข่าวนายกรัฐมนตรีตั้งข้อสังเกตุ กรณีที่มีข่าวว่าสมาชิกบีอาร์เอ็นออกมาแสดงความรับผิดชอบว่าเป็นผู้ก่อเหตุมอเตอร์ไซค์บอมส์ที่หน้ารร.ตาบา อ.ตากใบ เมื่อต้นเดือนกันยายน ว่าน่าสงสัย ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ยืนยันว่าเหตุระเบิดใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบนเมื่อเดือนสิงหาคม ไม่เกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใบ จชต. ขณะเดียวกันสื่อสิงคโปร์ อ้างความเห็นนักวิเคราะห์สถานการณ์จชต. ระบุว่า รัฐไทยมักจะยืนยันว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบไม่มีศักยภาพก่อการร้าย เนื่องจากกังวลว่า จะเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงหรือมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

      ๕.๑ สำนักข่าวเบอนามาของทางการมาเลเซีย นำเสนอรายงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี ๓ ตอนๆที่หนึ่ง พูดถึงสภาพสังคมวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า มีความคล้ายคลึงกับมาเลเซีย กระทั่งนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางมาเที่ยวใน จชต. แยกไม่ออกว่า กำลังอยู่ที่กลันตัน ตรังกานู หรืออยู่ที่ปัตตานี รายงานชื้นนี้ สรุปว่า ความเป็นจริงก็คือสันติภาพใน จชต.ยังห่างไกล พร้อมกับอ้างความเห็นของชายวัย ๓๐ ปี ชื่อ Rusdi Ibrahim ระบุว่าอุปสรรคสำคัญของการบรรลุสันติภาพก็คือ ความไม่ไว้เนี้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน
      Rusdi บอกว่า ชาวบ้านรู้สึกว่าทหารมีเป้าหมายมีแรงจูงใจใปฏิบัติการของพวกเขา ขณะเดียวกันก็ไม่ไว้ใจการกระทำของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเหตุให้เป็นข้อจำกัดในการปฏิสัมพันธ์และพูดจาสื่อสารระหว่างชาวบ้านกับทหาร
      (The truth is peace in south Thailand is still a distant reality.
      A local, Rushdi Ibrahim, in his 30s, noted the biggest impediment in achieving peace here is the suspicion harboured by one another.
      “What is happening now is that the locals and the security forces don’t trust each other, hence one is suspicious of the other and this is why there is uncertainty here,” he said.
      The locals felt that the security forces had their own motives in their actions and the security forces too were suspicious of the actions of the locals.
      Hence there has been limited interactions and communications between both sides.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.malaysiaoutlook.com/waiting-for-peace-to-descent-on-pattani/
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1282246

            ๕.๑.๑ รายงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา จชต. ของสำนักข่าวเบอนามา ตอนที่ ๒ พูดถึงโครงการพาคนกลับบ้าน ที่เรียกในภาษามลายู ว่า Bawa Balik Kampung (Take Back to the Village) เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้กลุ่มติดอาวุธต่อสู้รัฐบาล สามารถวางอาวุธและกลับคืนสู่หมู่บ้านของเขาโดยไม่ถูกจับกุม ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่เข้าร่วมโครงการยังจะได้รับการฝึกทักษะวิชาชีพเพื่อให้สามารถเลี้ยงชีพได้ ซึ่งเป็นกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งในจชต.ด้วยวิธีการที่นุ่มนวล (soft appaoch)
            (The "Bawa Balik Kampung" (Take Back to the Village) programme offers a way out for the militants to lay down arms and return to their villages without being arrested.
            Moreover, under the programme those who take up the programme could also learn new skills to help improve their economic standing. This is the soft approach adopted by the Thai government in addressing the conflict in the southern most provinces of Thailand.)
            รายงานของสำนักข่าวเบอนามา ระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มโครงการพาคนกลับบ้านในปี ๒๕๕๖ จนถึงขณะนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหญิงและชาย รวมกันประมาณ ๔,๒๐๐ คน และประมาณร้อยละ ๖๐ ถึง ๗๐ ของผู้เข้าร่วมโครงการ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
            (The programme that began in 2013 so far has seen 4,200 participants throughout Pattani, including women, with 60 to 70 percent success rate.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.oananews.org/content/news/general/taking-back-village-deradicalise-militants
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1282880​

            ๕.๑.๒ รายงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา จชต.ของสำนักข่าวเบอนามา ตอนที่ ๓ พูดถึง การพัฒนาเศรษฐกิจกในจชต.ให้เข้มแข็ง เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จชต. โดยพูดคุยกับนักธุรกิจเชื้อสายมลายูในท้องถิ่น ชายหนุ่มที่จบการศึกษาจากมหาวิทบาลัยในมาเลเซีย และเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
            Wan Abdullah Wan Ahmad เลขาธิการสมาคมนักธุรกิจมลายูจังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกว่า การพัฒนาให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นมาตรการสำคัญที่จะหยุดยั้งการอพยพของคนหนุ่มสาวออกไปหางานทำในประเทศมาเลเซีย ที่กรุงเทพหรือที่อื่นๆในประเทศไทย
            Wan Abdullah คาดว่า มีชายหนุ่มจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ทำงานเป็นลูกจ้างในร้านต้มยำกุ้งทั่วประเทศมาเลเซีย
            (Sustainable economic growth in the south is crucial in overcoming the migration of the younger generation further down south to Malaysia or up north to Bangkok and other places in Thailand to earn a living," he pointed out.
            Wan Abdullah estimated that about 150,000 of the youngsters in south Thailand were hired by the Tomyam (a Thai soup) restaurants throughout Malaysia.)
            Wan Abdullah บอกว่า การยิงกันและระเบิดที่เกิดขึ้นแทบทุกวันเป็นอุปสรรคขัดขวางนักลงทุนไม่ให้เข้ามาใน จชต. และหากไม่มีนักลงทุนเข้ามาลงทุน เศรษฐกิจจชต.ก็คงไม่กระเตื้องและคนหนุ่มสาวก็ยังจะพากันทิ้งบ้านเกิดไปหางานทำที่อื่น อีกต่อไป
            (The poor economic development is also due to the current instability here. Shooting and bombings happen almost daily and this deters investors from coming to the region.
            Without the investments from investors, the economy in south Thailand will not grow and the youngsters will continue leaving their homeland.)
            Mudaleeche Wateh วัย ๓๒ ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในมาเลเซีย (UIA) ปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจใน จชต เป็นสาเหตุของความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และการที่เศรษฐกิจย่ำแย่ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก ทำให้วัยรุ่นไม่มีงานทำหันไปก่ออาชญากรรมหรือไม่ก็ร่วมกับขบวนการติดอาวุธ ด้วยเหตุที่พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก
            (A local, Mudaleeche Wateh, 32, who graduated from Malaysian university of International Islamic University Malaysia (UIA) noted that the current instability in the south has affected economic development that in turn contributed towards greater political instability.
            The poor state of economy has made life difficult for the locals with the idle youngsters going on a crime spree or joining the militants as they could do nothing much.)
            ขณะที่นายภานุ อุทัยรัตน์ เลขาศอ.บต. บอกกับ สำนักข่าวเบอนามา ตระหนักถึงปัญหานี้ดืจึงมีโครงการพัฒนาเศรษฐกิจในจชต จำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการพัฒนาเมืองต้นแบบสามแห่ง คือที่อ.เบตง จ.ยะลา เป็นศูนย์กลางพัฒนาพลังงานทดแทน อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดน และอ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแปรรูปสินต้าเกษตรกรรม
            “เราหวังว่านักลงทุนจากมาเลเซียจะเข้ามาลงทุนใน จชต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล และเราตั้งเป้าประสงค์ให้ภูมิภาคนี้เป็นแหล่งผลิตอาหารฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดในโลก” นายภานุ กล่าวพร้อมทั้งพูดถึงบทบาทของมาเลเซียว่า สามารถมีบทบาทนี้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างสันติภาพโดยอ้อมให้กับ จชต.
            ("We hope that investors from Malaysia will invest in south Thailand especially in Halal industry. We want to make the southern region as one of the biggest halal producers of the world," he said.
Malaysia could play a pertinent role that could indirectly contribute towards peace in south provinces, he said.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.oananews.org/content/news/general/better-economy-could-help-calm-down-thailands-restive-south
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1282568

      ๕.๒ สื่อมาเลเซีย themalaymailonline และสื่อสิงคโปร์ the Straits Times เผยแพร่รายงานข่าวของสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน เกี่ยวกับคำสั่งศาลจังหวัดปัตตานีคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพ กรณีวิสามัญฆาตกรรม ๔ ศพ ที่บ้านโต๊ะชู้ด อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘ ทั้งนี้ศาลจังหวัดปัตตานี มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ว่า ผู้ตายทั้ง ๔ เสียชีวิตจากกระสุนปืนของทหารและตำรวจ รายงานข่าวของ AFP ระบุว่า คำสั่งศาลเช่นนี้เป็นสิ่งที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้น ดั้งนั้นกรณีนี้จึงอาจนำไปสู่การดำเนินคดีลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง
      พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ แห่งมูลนิธิผสานวัฒนธรรม บอกว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่การวิสามัญฆาตกรรม และที่ผ่านมาก็มีหลายกรณีที่มูลนิธิเช้าไปช่วยเหลือ ซึ่งท้ายที่สุดก็จบลงโดยที่ไม่มีการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ
      (“Sadly, this is not an extraordinary case... we have handled similar cases before,” said Pornpen Khongkachonkiet of the advocacy group Cross Cultural Foundation. “But in the end you never see any punishment for the officials.”)

สำนักข่าว AFP รายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธว่ามีการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งบอกด้วยว่าเจ้าหน้าที่ทำทุกอย่างอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายประชาชน “เมื่อกระทำผิด เรามิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบ และศาลจะทำหน้าที่ตัดสินว่าเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่” พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ กล่าวกับ AFP ทั้งนี้นายทหารหัวหน้าชุดปฏิบัติการที่บ้านโต๊ะชู้ด ถูกคำสั่งโยกย้ายไปแล้ว
(Thai officials deny human rights abuses are systemic and say they do everything in their power to avoid harming civilians.
“When there has been a mistake, we cannot deny responsibility... but a court will decide whether authorities are guilty of rights
violations,” Colonel Pramote Prom-In, spokesman for the southern army, told AFP. The commanders who ordered the Ban To Chut raid have been transferred, he added)
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/inquest-finds-thai-forces-killed-four-unarmed-muslims
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thai-security-forces-killed-4-civilians-inquest​ 

      ๕.๓ สำนักข่าวเบอนามา รายงานว่า นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ตั้งข้อสงสัยกับกรณีที่มีข่าวว่าสมาชิกขบวนการบีอาร์เอ็น ออกมาให้สัมภาษณ์กับเวปไซต์ข่าวบางแห่งว่า เป็นผู้ลงมือวางระเบิดซ่อนไว้ในรถมอเตอร์ไซค์ที่หน้าโรงรียนบ้านตาบา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เห็นเหตุให้เด็กหญิงวัย ๕ ขวบเสียชีวิตพร้อมพ่อ เหตุเกิดเมื่อต้นเดือนกันยายน โดยนายกรัฐมนตรี ตั้งข้อสังเกตุว่า ทำไมไม่ออกมาอ้างความรับผิดชอบทันทีที่เกิดเหตุ และคนที่อ้างเป็นสมาชิกบีอาร์เอ็นจริงหรือเปล่า
ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/wn/newsworld.php?id=1282506
            ๕.๓.๑ สื่อมาเลเซีย the Star และสื่อสิงคโปร์ the Straits Times นำรายงานข่าวจากสำนักข่าว Reuters มารายงานต่อเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน โดยระบุว่ารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้กล่าวในการแถลงนโยบายรัฐบาลครบ ๒ ปี เกี่ยวกับคดีระเบิด ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนว่า ว่า แม้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมจะเป็นคนที่มาจาก จชต. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นปฏิบัติการของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการขยายพื้นที่ปฏิบัติการ หรือเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
("Even though the arrested suspects were from the southern provinces this is not an expansion of the insurgency and not related to southern violence," Deputy Prime Minister and Defence Minister Prawit Wongsuwan said at an event outlining the military government's achievements since a May 2014 coup.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/world/2016/09/15/thai-deputy-pm-contradicts-police-says-bombings-not-linked-to-muslim-insurgency/
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thai-deputy-pm-contradicts-police-says-bombings-not-linked-to-muslim-insurgency
            ๕.๓.๒ Straits Times หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ตีพิมพ์บทความเกี่ยวเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเหตุระเบิดใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน ว่า รัฐบาลไทยปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ไม่มีกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบใน จชต.เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสัมภาษณ์นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงที่อธิบายเหตุผลว่า ทำไมรัฐบาลไทยถึงมีท่าทีเช่นนี้
            รุ่งระวี เฉลิมภิญโญรัตน์ นักวิเคราะห์อิสระบอกว่า หากรัฐบาลยอมรับว่าเหตุระเบิดใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบนเป็นฝีมือของบีอาร์เอ็น ก็เท่ากับรัฐบาลยอมรับความผิดพลาดกับงานความมั่นคงใน จชต ส่วนการที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิเสธการมีตัวตนของกลุ่มติดอาวุธในจชต ทุกกลุ่มรวมทั้งบีอาร์เอ็นก็เพราะเหตุที่กลัวว่า จะถูกตีความว่าเป็นปัญหาการสู้รบระดับระหว่างประเทศ ซึ่งหมายความว่า จะเปิดทางให้นานาชาติเข้าแทรกแซง
            ("Admitting that the series of bombings in the Upper South is the work of the BRN would amount to admitting the failure of security operation in the Deep South," says independent analyst Rungrawee Chalermsripinyorat. "The Thai state has repeatedly denied the existence of any armed groups in southern Thailand, including the BRN, fearing that the situation will be regarded as non-international armed conflict as defined under the international humanitarian law.")
This could attract more attention and "provide more justification for international intervention", she says.
ตอนท้ายของรายงานข่าวชื้นนี้สรุปว่า สัญญานจากเมืองหลวงที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ มากกว่า พยานหลักฐานทางคดี ผลการสืยสวนสอบสวนคดีระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ก็คงจะคลุมเครือไปอีกสักระยะหนึ่ง
(But with the messages from the capital more driven by ideology than evidence, the outcome of investigations into these recent blasts could remain fuzzy for some time.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/a-resolute-denial-clouds-thailand-blast-probes

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related