สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒๗ ส.ค. - ๒ ก.ย. ๕๙

 05 ก.ย. 2559 10:41 น. | อ่าน 676
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘ ในขณะที่ข่าวเชิงลบมีแนวโน้มความถี่ลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๐ – ๒๖ ส.ค.๕๙) 
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ใช้ปืนเอ็ม ๑๖ ยิงกำนัน ตำบลตาแกะหน้าร้านน้ำชา เสียชีวิต) 
      ประเด็นที่ส่งผลในเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ไทย-มาเลย์จับมือต้านการก่อการร้าย), ประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ร่วมงานเที่ยวเทศกาลผลไม้เมืองเบตง เป็นจำนวนมาก), ประเด็นยาเสพติด (จับกุมนายวัชรพงษ์ หรือเบิร์ด เข็มจรัส อายุ 30 ปี ได้ภายในขนส่งสายใต้ใหม่ พร้อมยาบ้า ๒๖,๐๐๐ เม็ด สารภาพมีหน้าที่ขนยาเสพติดไปยังจังหวัดสงขลา), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (รับสมัครมิสทีนไทยแลนด์ ๒๐๑๖ ประเดิมเวทีแรกที่ภาคใต้), ประเด็นการศึกษา (กระทรวงศึกษาธิการเน้นจัดการศึกษาตามวิถีท้องถิ่น) และประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวถึงการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มมาราปาตานี ในวันที่ ๒ กันยายนว่า ยืนยันว่าในวันที่ ๒ กันยายน จะไปพูดคุยกันไม่ยกเลิก)
      จากประเด็นที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ทำให้แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๐ – ๒๖ ส.ค.๕๙) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย
      ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. ๕๙ – ๒ ก.ย.๕๙ มีประเด็นหลักๆ ดังนี้ คือ การพูดคุยสันติสุข วันที่ ๒ กันยายน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งสื่อมวลชนอาเซียนและสำนักข่าวระหว่างประเทศ (international news agency) เกาะติดตั้งแต่มีรายงานข่าวจากสำนักข่าว Bernama ว่าจะมีการพูดคุย จนกระทั่งการพูดคุยเสร็จสิ้นลง ในวันที่ ๒ ก.ย. และความร่วมมือทางด้านความมั่นคงไทย-มาเลเซีย ที่มีการตกลงหลายเรื่องจากการหารือร่วมกันระหว่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กับ ดร.ซาฮิด อาหมัด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีความมั่นคงมาเลเซีย เช่น ไทยรับปากส่งตัวผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ๑๐ คน ให้มาเลเซีย การตกลงในหลักการร่วมมือขจัดการก่ออาชญากรรมข้ามพรมแดน การสร้างแนวรั้วที่พรมแดนทั้งสองประเทศ และการจัดการสะสางปัญหาคนไทย ๒ สัญชาติ คือ ถือสัญชาติมาเลเซียด้วย
      นอกจากนี้มีประเด็น ศาลจังหวัดปากพนังตัดสินจำคุก ๓๕ ผู้ต้องหา คดีค้ามนุษย์ระดับบงการค้ามนุษย์โรฮีนจา เหตุเกิดเมื่อต้นปี ๒๕๕๘ และประเด็นความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีระเบิด ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน ที่ตำรวจมีหลักฐานว่า ผู้ก่อเหตุหลายคน มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.538ln(x) + 12.389) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.946ln(x) + 4.7741) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๐ – ๒๖ ส.ค.๕๙)  

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
      เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-08-20

12

2

6.00

2016-08-21

14

6

2.33

2016-08-22

11

1

11.00

2016-08-23

15

3

5.00

2016-08-24

11

9

1.22

2016-08-25

8

3

2.67

2016-08-26

19

3

6.33

 

4.94

2016-08-27

15

8

1.88

2016-08-28

12

5

2.40

2016-08-29

19

1

19.00

2016-08-30

15

1

15.00

2016-08-31

15

0

15.00

2016-09-01

12

1

12.00

2016-09-02

9

0

9.00

 

10.61

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ทั้งข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวถึงการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มมาราปาตานี ในวันที่ ๒ กันยายนว่า ยืนยันในวันที่ ๒ กันยายน จะไปพูดคุยกันไม่ยกเลิก เป็นต้น

      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

 ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ ภาพข่าว ได้แก่ ใช้ปืนเอ็ม ๑๖ ยิงกำนัน ตำบลตาแกะหน้าร้านน้ำชา เสียชีวิต เป็นต้น

       ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4956ln(x) - 0.3918) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๕๐ ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.325ln(x) + 0.9428) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๐ – ๒๖ ส.ค.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ นายกรัฐมนตรีเผยการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง ประชาชนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล พร้อมเข้มงวดการตรวจค้นยานพาหนะเข้า – ออกในพื้นที่ เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ มีผู้พยายามทำให้เหตุระเบิด เป็นเรื่องการเมือง เป็นฝีมือของพวกโหวตโน เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4483ln(x) + 2.4077) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖๕ ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.569ln(x) + 1.381) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๗๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๐ – ๒๖ ส.ค.๕๙)  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ไทย-มาเลย์จับมือต้านการก่อการร้าย เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ พนักงานสอบสวนย้ายออกนอกสาย เป็นจำนวน ๗๐๐ นายในระดับผู้กำกับการ อีก ๖๐๐ นายในระดับรองสารวัตรสอบสวน บาง สน. ร้อยเวรย้ายออกไปหมด อย่างเช่นที่สถานีตำรวจภูธรปะแต จังหวัดยะลา ไม่มีพนักงานสอบสวนเหลือแม้แต่คนเดียว ป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๒๗  ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ทั้งข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.264ln(x) + 6.131 เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๖  y = -0.123ln(x) + 0.3645 เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ ตามลำดับ) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๐ – ๒๖  ส.ค.๕๙) สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่  นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ร่วมงานเที่ยวเทศกาลผลไม้เมืองเบตง เป็นจำนวนมาก เป็นต้น

      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ๑ ประเด็น ได้แก่ ทันตแพทย์ประจำ รพ.บันนังสตา อ.บันนังสตา ผูกคอตาย ภายในแฟลตประปา เทศบาลนครยะลา
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
      ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      เมื่อนำข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ที่ปรากฏในพื้นที่ข่าวมาวิเคราะห์ค่าผลกระทบต่อการรับรู้ สามารถสรุปประเด็นข่าว ที่มีระดับผลกระทบสูง ดังนี้
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวใน ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ใช้ปืนเอ็ม ๑๖ ยิงกำนัน ตำบลตาแกะหน้าร้านน้ำชา เสียชีวิต) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ไทย-มาเลย์จับมือต้านการก่อการร้าย), ประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ร่วมงานเที่ยวเทศกาลผลไม้เมืองเบตงเป็นจำนวนมาก), ประเด็นยาเสพติด (จับกุมนายวัชรพงษ์ หรือเบิร์ด เข็มจรัส อายุ ๓๐ ปี ได้ภายในขนส่งสายใต้ใหม่ พร้อมยาบ้า ๒๖,๐๐๐ เม็ด สารภาพมีหน้าที่ขนยาเสพติดไปยังจังหวัดสงขลา), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (รับสมัครมิสทีนไทยแลนด์ ๒๐๑๖ ประเดิมเวทีแรกที่ภาคใต้), ประเด็นการศึกษา (กระทรวงศึกษาธิการเน้นจัดการศึกษาตามวิถีท้องถิ่น) และประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวถึงการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มมาราปาตานี ในวันที่ ๒ กันยายนว่า ยืนยันว่าในวันที่ ๒ กันยายน จะไปพูดคุยกันไม่ยกเลิก)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ของผู้รับข่าวสารให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. – ๒ ก.ย.๕๙  พบว่าแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.2113ln(x) + 1.5669) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๐ – ๒๖ ส.ค.๕๙ ) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๗ ส.ค. ๕๙ – ๒ ก.ย.๕๙
      มีประเด็นหลักๆ ดังนี้ คือ การพูดคุยสันติสุข วันที่ ๒ กันยายน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งสื่อมวลชนอาเซียนและสำนักข่าวระหว่างประเทศ (international news agency) เกาะติดตั้งแต่มีรายงานข่าวจากสำนักข่าว Bernama ว่า จะมีการพูดคุย จนกระทั่งการพูดคุยเสร็จสิ้นลง ในวันที่ ๒ ก.ย. และความร่วมมือทางด้านความมั่นคงไทย-มาเลเซีย ที่มีการตกลงหลายเรื่องจากการหารือร่วมกันระหว่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กับ ดร.ซาฮิด อาหมัด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีความมั่นคงมาเลเซีย เช่น ไทยรับปากส่งตัวผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ๑๐ คนให้มาเลเซีย การตกลงในหลักการร่วมมือขจัดการก่ออาชญากรรมข้ามพรมแดน การสร้างแนวรั้วที่พรมแดนทั้งสองประเทศ และการจัดการสะสางปัญหาคนไทย ๒ สัญชาติ คือ ถือสัญชาติมาเลเซียด้วย
      นอกจากนี้ก็มีประเด็น ศาลจังหวัดปากพนัง ตัดสินจำคุก ๓๕ ผู้ต้องหา คดีค้ามนุษย์ระดับบงการค้ามนุษย์โรฮีนจา เหตุเกิดเมื่อต้นปี ๒๕๕๘ และประเด็นความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีระเบิด ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน ที่ตำรวจมีหลักฐานว่า ผู้ก่อเหตุหลายคน มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
      ๕.๑ สำนักข่าวเบอนามา และสื่อมาเลเซียหลายสำนักรวมทั้งสื่อสิงคโปร์ รายงานข่าวการพบปะหารือระหว่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กับดร.ซาฮิด อาหมัด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ซึ่งการหารือคราวนี้ รองนายกรัฐมนตรีความมั่นคงทั้งสองประเทศตกลงกันได้หลายเรื่อง ได้แก่ ไทยรับปากจะส่งตัวผู้ต้องหา คดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่เกี่ยวข้องกับค่ายกักกันชาวโรฮีนจาที่บริเวณแนวพรมแดนด้านเหนือของมาเลเซีย ติดกับชายแดนไทยที่ อ.สะเดา จ.สงขลา จำนวน ๑๐ คน ให้กับทางการมาเลเซีย นอกจากนี้ทั้งสองฝ่าย ยังเห็นชอบในแนวทางการจัดการความมั่นคง บริเวณแนวพรมแดนทั้งสองประเทศ ด้วยการสร้างรั้วและกำแพง ความยาวนับร้อยกิโลเมตร เพื่อจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งแต่การค้ามนุษย์และการลักลอบค้าสินค้าผิดกฏหมาย รวมทั้งมาเลเซีย ก็ตกลงที่จะช่วยไทยจัดการกับปัญหาคนสองสัญชาติ โดยเฉพาะผู้ก่อความไม่สงบ ที่ก่อเหตุแล้วอาศัยสัญชาติมาเลเซียหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในประเทศมาเลเซีย ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ขอให้รัฐบาลไทยส่งรายละเอียดอัตลักษณ์บุคคลของคนกลุ่มนี้ ให้ทางการมาเลเซีย ทั้งนี้ความร่วมมือทั้งหมด จะอยู่ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและนายนาจิบ ตุน ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะลงนามร่วมกันที่กรุงเทพฯ ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ช่วงวันที่ ๘ - ๙ กันยายน นี้
ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1277784
http://www.nst.com.my/news/2016/08/169105/thailand-gives-go-ahead-extradite-10-thais-over-malaysias-human-trafficking
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1278060
http://www.nst.com.my/news/2016/08/169278/malaysia-thailand-ink-mous-during-pm-najibs-visit
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/asia-briefs-thailand-to-extradite-human-traffickers

      ๕.๒ สื่อมาเลเซียรวมทั้งสำนักข่าวระหว่างประเทศ คือ Reuters และ AFP ให้ความสนใจเกาะติดการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ที่เรียกตัวเองว่า มาราปาตานี ตั้งแต่การติดตามท่าทีของทั้งสองฝ่ายก่อนกำหนดวันพูดคุย ซึ่งทั้งสองฝ่าย ก็ยืนยันว่าจะพูดคุยกันตามกำหนด ที่ได้ตกลงไว้กับตัวแทนรัฐบาลมาเลเซีย ที่ทำหน้าที่ผู้อำนวยความสะดวก คือ วันที่ ๒ กันยายน และรายงานผลการพูดคุย ซึ่งสื่ออาเซียนและสำนักข่าวระหว่างประเทศส่วนใหญ่ รายงานผลการพูดคุยสันติสุข จชต.ในแง่บวก ยกเว้น Reuters ที่รายงานว่า การพูดคุย ไม่มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ คือ สำนักข่าว bernama ของทางการมาเลเซียพาดหัวว่า Mara Patani offers to join hands for peace (มาราปาตานี เสนอร่วมมือสร้างสันติภาพ) โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของพลเอกอักษรา เกิดผล ภายหลังเดินทางกลับจากการพูดคุย ว่า กลุ่มมาราปาตานี แสดงเจตนาที่ร่วมมือกับรัฐบาลไทยสร้างสันติสุขในพื้นที่ จชต. พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่า มาราปาตานี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดก่อกวนในพื้นที่ ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน

(The Patani Consultative Council (Mara Patani) has stated its willingness to join hands with the government to restore peace in the restive southern Thailand provinces, according to Gen Aksara Kerdphol.
The head of the government panel to the peace talks said the group also confirmed that it was not involved in and did not stage the recent violent incidents in the provinces.
"They confirmed they were not involved in and did not stage the violence. They also stated that they will join hands to restore peace in the southern border povinces," he told reporters at Suvarnabhumi Airport upon his return Friday from the latest round of peace talks in Malaysia.....)

      ขณะที่ benarnews.org สื่อที่ได้รับเงินสนับสนุนการดำเนินงานจากหน่วยงานรัฐบาลอเมริกัน รายงานผลการพูดคุยว่า ในการพูดคุยสันติสุขครั้งนี้ว่า คณะพูดคุยสันติสุขของไทย และองค์กรมาราปาตานี ได้ตกลงร่วมกันที่จะพิจารณาการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยหรือ “เขตหยุดยิง” เฉพาะในบางพื้นที่ (limited area) รวมทั้งข้อเสนอของเครือข่ายผู้หญิงในพื้นที่ ที่มีความขัดแย้งสามจังหวัดชายแดนใต้
      “ทางคณะพูดคุยฝ่ายไทยก็ได้นำข้อห่วงใย ของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ท่านปรารถนาที่จะให้ยุติเหตุความรุนแรงในพื้นที่เสียก่อน แล้วก็ได้พอดีกับคณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ ก็ได้ยื่นหนังสือมา เราก็ได้เอาหนังสือนั้นยื่นกับทางกลุ่มผู้เห็นต่าง (ปาร์ตี้บี) ด้วย” พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขของไทยกล่าวแก่ผู้สื่อข่าว หลังจากคณะพูดคุยฯ เดินทางกลับจากกรุงกัวลาลัมเปอร์มาถึงกรุงเทพฯ “เขาก็อาจจะรับไปพิจารณา ก็อาจจะตอบเป็นเอกสาร หรือว่าก็มาเป็นข้อพิจารณาในการพูดคุยในครั้งต่อไป” พลเอกอักษรา กล่าวเพิ่มเติม
      อย่างไรก็ตาม พลเอกอักษรา กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังจะต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดเรื่องนี้ ในการเจรจาครั้งถัดไป ซึ่งยังต้องรอฝ่ายผู้อำนวยความสะดวก หรือประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ประสานงานว่าจะเป็นเมื่อใด
      ซึ่งในวันเดียวกันนี้ นายอาบูฮาฟิซ อัลฮาคิม โฆษกมาราปาตานี กล่าวแก่ ยืนยันแก่ผู้สื่อข่าวในมาเลเซียว่า ทั้งสองฝ่ายต่างได้เห็นด้วยในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย “เรารอให้เอ็นจีโอเหล่านั้น ส่งข้อเสนอเกี่ยวกับพื้นที่ปลอดภัยมาให้เราดู เพราะเขาอยู่ในพื้นที่ เรามีแผนที่ได้รับมาก่อนจากคณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้ อยู่แล้วหมือนกัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเครือข่ายกับกลุ่มประชาสังคม ๒๓ แห่ง” นายอาบูฮาฟิซ กล่าว
      “วันนี้ พูดไม่ได้ว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก แต่ถือว่ามีความคืบหน้าหนึ่งก้าว ถ้าหากพิจารณาถึงอุปสรรค ในการเจรจาในก่อนหน้านี้” นายอาบูฮาฟิซ กล่าวเพิ่มเติม หลังจากการเจรจา เป็นเวลาสามชั่วโมงเสร็จสิ้นลง
      การเจรจาในวันนี้ ไม่ได้เปิดให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง แต่ทางมาราปาตานี ได้มีการแถลงข่าวกลุ่มย่อย หลังการเจรจาสามชั่วโมงสิ้นสุดลง

(In their latest round of exploratory peace talks, representatives of the Thai government and southern rebel groups agreed Friday to discuss a limited ceasefire at future meetings, including a proposal by a network of women’s groups in the conflict zone.
“The Thai peace-talk team addressed the Thai PM’s concerns and wish to end violence on the ground before all else. This coincided with Deep South women activists’ demands for safety zones,” Gen. Aksara Kerdpol, chief of the Thai negotiating team, told reporters upon returning to Bangkok on Friday afternoon from the meeting in Kuala Lumpur.
“So we passed these demands on to the dissidents [Party B] so they may consider them, reply in writing, or place them on the agenda for the next meeting,” he said, referring to the rebel side.
Abu Hafiz Al-Hakim, the spokesman for MARA Patani, a panel representing rebel groups and factions, said both sides agreed to talk about safety zones at future meetings. No date was given for when the next encounter would take place.
“We are now seeking NGOs to come up with proposals on safety zones; as they are on the ground, they know the situation better. … At the moment, we have one from Women’s Agenda for Peace, an all-women based NGO. The NGO has a network of 23 civil societies in the Deep South and they’re pushing for peace,” he told BenarNews.
“I won’t say today’s meeting is a big step forward, but it is a step forward, as we had many obstacles before,” Abu Hafiz said, adding, “and now we have agreed upon talking about an important stage – which is safety zones.”)

ขณะที่สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การพูดคุยสันติสุขจบลง โดยที่ไม่มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ มีเพียงทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหารือกันต่อไป และกลุ่มมาราปาตานี ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อกวนวางระเบิดใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน

(Peace talks between Thailand's military government and Muslim separatists ended yesterday with no breakthrough but with an agreement to meet again, and with the insurgents denying responsibility for a string of bomb attacks last month.)

ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1279194
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1279194
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thai-peace-talk-ends-with-separatists-denying-role-in-bomb-attacks
http://www.benarnews.org/english/news/thai/talks-peace-09022016150025.html

      ๕.๓ The Star สื่อมาเลเซีย นำรายงานของสำนักข่าว AFP มารายงานต่อเมื่อวันที่  ๒ กันยายน มีสาระสำคัญว่า ศาลทหารอนุมัติหมายจับ ๒ ผู้ต้องหาในคดีวางระเบิดสร้างความไม่สงบใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองคน มีชายมุสลิม ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางเสียงวิเคราะห์วิจารณ์ว่า กลุ่มกบฏใน จชต. มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ๗ จังหวัด ในเดือนสิงหาคม
      ทั้งนี้การอนุมัติหมายจับเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่การพูดคุยสันติสุข ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในวันที่ ๒ กันยายน

(A Thai military court issued two more arrest warrants Friday accusing Muslim men from its insurgency-torn south of involvement in last month’s tourist town bombings, deepening speculation the attacks were waged by rebels from the border region.
The new warrants came as Thai officials met for peace talks with representatives of the ethnic Malay militants behind the 12-year revolt in Thailand’s three southern border provinces, a Muslim-majority area known as the‘deep south’.)

      รายงานข่าวชิ้นนี้ แสดงความคลางแคลงใจต่อศักยภาพของมาราปาตานี โดยความตอนหนึ่งระบุว่า บรรดาผู้สันทัดกรณีต่างมีข้อสังเกตุว่า มาราปาตานีสามารถสั่งการกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ จชต. ได้จริงหรือ พร้อมทั้งมีข้อสังเกตุว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ขณะนี้แยกเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย

(Observers speculate the movement is fractured and have cast doubt on the ability of the rebels’ representatives to control militants on the ground.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/regional/2016/09/02/two-more-arrest-warrants-issued-for-thai-tourist-bombings/

      ๕.๔ สำนักข่าว bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒ กันยายนว่า ดาโต๊ะฮิชัมมุดดิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหม กล่าวกับผู้สื่อข่าวในระหว่างการเดินทางมาทำพิธีเปิดสำนักงานของพรรคอัมโนที่ Pasir Mas ใกล้พรมแดนไทยว่า การก่อสร้างรั้วและกำแพง เพื่อเสริมสร้างมาตรการป้องกันการก่ออาชญากรรมข้ามชาติตลอดแนวชายแดนรัฐเปอร์ลิส เคดาห์ และเปรัค เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธ IS และการลักลอบค้ามนุษย์และสิ่งผิดกฏหมาย
      รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย บอกว่า วาระการเสริมสร้างแนวรั้วและกำแพง จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลไทย ดังนั้นจึงจะมีการหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ ๕๓ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในเดือนพฤศจิกายน ปีนี้

(The construction of fences and walls along the Malaysia-Thailand border is important to enhance border control to curb Daesh militants as well as other smuggling activities.
Defence Minister Datuk Seri Hishammuddin Tun Hussein said the initiative would complement the existing fence and walls along 111 kms of the border in Perlis, Kedah and Perak.
“A committee will be set up to identify hot spots, taking into account geographical factors such as the thickness of the forest, river depth and other factors in the border areas,” he told reporters after opening the Pasir Mas Umno Division delegates’ meeting here, today.
“A committee will be set up to identify hot spots, taking into account geographical factors such as the thickness of the forest, river depth and other factors in the border areas,” he told reporters after opening the Pasir Mas Umno Division delegates’ meeting here, today.

ที่มาข้อมูล; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/malaysia-thai-border-to-be-strengthened-hishammuddin-says
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1279198

      ๕.๕ สื่อมาเลเซีย และสำนักข่าวระหว่างประเทศ รายงานข่าวศาลจังหวัดปากพนัง พิพากษาลงโทษจำคุกผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา เป็นเวลา ๓๕ ปี คดีนี้เหตุเกิดต้นปี ๒๕๕๘ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวไทร ได้จับกุมรถบรรทุกลักลอบขนชาวโรฮีนจาหลบหนีเข้าเมือง จำนวน ๙๗ คน ขณะกำลังมุ่งหน้าไปที่ชายแดน และต่อมาสามารถติดตามจับกุมคนไทย ที่เป็นผู้บงการได้ จนนำไปสู่การพิพากษาจำคุก ๓๕ ปี

ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/thai-kingpin-jailed-for-rohingya-trafficking
http://www.nst.com.my/news/2016/09/169773/thai-court-sentences-man-35-years-rohingya-trafficking-case

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น
 

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related