สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๓ ส.ค. - ๑๙ ส.ค. ๕๙

 22 ส.ค. 2559 22:55 น. | อ่าน 593
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก มีแนวโน้มความถี่ลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ก็มีแนวโน้มความถี่ลดลงเช่นเดียวกัน เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙)  
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ซุกบึ้ม ๒๐ กิโลหวังสังหาร จนท.นราฯ) สำหรับประเด็นที่ส่งผลกระทบในเชิงบวก เป็นข่าวในประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ทหารจับ ๑๗ คนโยงบึ้ม ๗ จังหวัด มือทำระเบิดยังหนีซุกมาเลย์), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (ปวงประชาราษฎร์หลอมรวมใจ! ร่วมลงนามถวายพระพรในหลวง), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (บิ๊กแกละจ่อขึ้น ผบ.ทบ. บิ๊กจอมคั่วเก้าอี้ ผบ.ทอ.), ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (ศาลอนุมัติหมายจับมือวางระเบิดภูเก็ต), ประเด็นสิทธิมนุษยชน (กสม.สัญจร-ถกปัญหาภาคใต้), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (ภาพวงจรปิดโยงปฏิบัติการ สำรวจทางก่อนบึ้มบางเนียง), ประเด็นกีฬา (นราพลาดท่าพ่ายสตูลบอลดิวิชั่น ๒) และประเด็นการสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์ (พระคุณแม่ดีเด่นจึงมีลูกกตัญญู)  จากประเด็น ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น  ทำให้แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย
      รายงานข่าวส่วนใหญ่ เป็นประเด็นเกี่ยวกับเหตุลอบวางระเบิด ๗ จังหวัด ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ช่วงระหว่างวันที่ ๑๐-๑๒ สิงหาคม รายงานข่าวหลายชิ้น โดยเฉพาะสื่อมวลชนตะวันตก มักจะเชื่อมโยงเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน กับเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีการก่อเหตุไม่สงบ ติดต่อกันมานาน ๑๒ ปี มีผู้เสียชีวิตกว่า ๖,๕๐๐ คน
      รายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ บนพื้นที่สื่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยส่งวัตถุพยานเศษซากโทรศัพท์ ที่ใช้จุดชนวนระเบิดที่พบที่จุดเกิดเหตุ ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว มีเครื่องหมาย MCMC (ตัวอักษรย่อของ กสทช.มาเลเซีย) พร้อมด้วย serial number และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกหมายจับหนึ่งในผู้ต้องหา ในคดีลอบวางระเบิดที่ภูเก็ต ซึ่งผลการตรวจสอบดีเอ็นเอ ผู้ต้องหารายนี้พบว่า มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และเคยมีหมายจับคดีความมั่นคง ที่ อ.ตากใบ
      นอกจากนี้ ก็เป็นรายงานข่าว ที่มีเนื้อหาความเห็นจากนักวิเคราะห์ความมั่นคง ในประเทศตะวันตก ที่เชื่อว่า เหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.656ln(x) + 16.909) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) ก็มีแนวโน้มความถี่ลดลงเช่นเดียวกัน (y = -1.057ln(x) + 6.8304) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙)  

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-08-06

16

6

2.67

2016-08-07

21

4

5.25

2016-08-08

16

7

2.29

2016-08-09

14

6

2.33

2016-08-10

9

7

1.29

2016-08-11

10

6

1.67

2016-08-12

12

9

1.33

สัดส่วนเฉลี่ย

2.40

2016-08-13

13

3

4.33

2016-08-14

15

2

7.50

2016-08-15

16

4

4.00

2016-08-16

13

5

2.60

2016-08-17

12

3

4.00

2016-08-18

14

2

7.00

2016-08-19

14

5

2.80

สัดส่วนเฉลี่ย

4.60

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

            ในสัปดาห์นี้ ไม่ปรากฏข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.495ln(x) + 4.1906) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๖๙ ภาพข่าวในประเด็นนี้ ได้แก่ ซุกบึ้ม ๒๐ กิโลหวังสังหาร จนท.นราฯ เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -2.581ln(x) + 7.1445) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๖๐ ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ (y = 0.4137ln(x) + 0.7556) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ สุทินฉุนเด็กฝึกข่าวปั้นเหตุบึ้มใต้ ใส่ร้าย BRN แฉชัดคนนอกประเทศสั่ง เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ เบื้องหลังบึ้ม ๗ จังหวัด คนชายแดนใต้มั่นใจ บีอาร์เอ็น เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.6617ln(x) - 0.7044) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐๐ ในส่วนของข่าวเชิงลบ ก็มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน (y = 0.2889ln(x) + 0.0517) จากความถี่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตามความถี่ของข่าวลดลงร้อยละ ๖๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙)  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ทหารจับ ๑๗ คนโยงบึ้ม ๗ จังหวัด มือทำระเบิดยังหนีซุกมาเลย์ เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ สลด! ตชด. ทำปืนลั่นใส่ ด.ช.วัย ๑๓ ขณะตั้งด่านตรวจที่สุไหงโก-ลก เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙  ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.896ln(x) + 4.6844) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๓ ในขณะข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.146ln(x) + 0.6197) อย่างไรก็ตามมิติของความถี่ ความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕๐ สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่  โชว์ทางหลวงสวยเป๊ะ เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวนรา เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ท่องเที่ยววูบ! หัวหินโอดเสียหายหนัก สื่อนอกชี้พุ่งเป้าทุบศก. ตปท.เตือนภัยพลเมือง กต.รับเหนือคาดหมาย เป็นต้น

      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
            ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙  ส.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      เมื่อนำข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ที่ปรากฏในพื้นที่ข่าวมาวิเคราะห์ค่าผลกระทบต่อการรับรู้ สามารถสรุปประเด็นข่าว ที่มีระดับผลกระทบสูง ดังนี้
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวใน ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ซุกบึ้ม ๒๐ กิโลหวังสังหาร จนท.นราฯ) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ทหารจับ ๑๗ คนโยงบึ้ม ๗ จังหวัด มือทำระเบิดยังหนีซุกมาเลย์), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (ปวงประชาราษฎร์หลอมรวมใจ! ร่วมลงนามถวายพระพรในหลวง), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (บิ๊กแกละจ่อขึ้น ผบ.ทบ. บิ๊กจอมคั่วเก้าอี้ ผบ.ทอ.), ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (ศาลอนุมัติหมายจับมือวางระเบิดภูเก็ต), ประเด็นสิทธิมนุษยชน (กสม.สัญจร-ถกปัญหาภาคใต้), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (ภาพวงจรปิดโยงปฏิบัติการ สำรวจทางก่อนบึ้มบางเนียง), ประเด็นกีฬา (นราพลาดท่าพ่ายสตูลบอลดิวิชั่น ๒) และประเด็นการสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์ (พระคุณแม่ดีเด่นจึงมีลูกกตัญญู)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้เชิงบวก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของผู้รับข่าวสารให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่  ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙  พบว่าแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.1811ln(x) + 1.097) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ ส.ค.๕๙
      ๕.๑ ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ   
            ๕.๑.๑
 ในสัปดาห์นี้ ในเว็บไซด์ Aljazeera รายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายชิ้นเกี่ยวกับเหตุระเบิดในจังหวัดภาคใต้ตอนบน เช่นรายงานข่าวตำรวจไทยขอความช่วยเหลือตำรวจมาเลเซีย ให้ช่วยสืบสวนหาตัวเจ้าของโทรศัพท์ ที่ใช้จุดชนวนระเบิดที่ จ.ภูเก็ต และรายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เหตุเกิดตอนเช้าวันที่ ๑๕ สิงหาคม มีทหารได้รับบาดเจ็บหนึ่งนาย และต่อมาได้เกิดระเบิดลูกที่สอง ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีกหนึ่งนาย

            (In one of the incidents, a bomb went off on Monday morning in Bacho district, Narathiwat province, targeting government troops in motorcycles.

            "One soldier was seriously injured from a bomb buried under the road," local police captain Wiroge Boonkae told AFP news agency.

            According to The Nation, a Bangkok-based newspaper, a second soldier was also wounded in the explosion.)

ที่มาข้อมูล ;http://www.aljazeera.com/news/2016/08/thailand-southern-region-hit-fresh-blasts-160815160552034.html​

            ๕.๑.๒  ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ จชต. ในเว็บไซด์ OIC (www.oic-oci.org)
            ๕.๑.๓  ในสัปดาห์นี้ เว็บไซด์ United Nations ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้
            ๕.๑.๔  ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ คณะกรรมการกาชาดฯ ICRC (http://www.icrc.or.th/)
            ๕.๑.๕ ในสัปดาห์นี้ Brad Adams ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ Human Right Watch ออกแถลงการณ์ประณามเรียกร้องให้รัฐบาลไทย เร่งนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งระบุว่า ผู้ที่ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะนำมาอ้าง เพื่อความชอบธรรมกับการกระทำครั้งนี้ได้เลยเพราะเป็นการกระทำโดยตั้งใจทำร้ายพลเรือน
            (“Whatever the grievances of those responsible, there is no acceptable justification or excuse for these deliberate attacks on civilians,” said Brad Adams, Asia director at Human Rights Watch.)

ที่มาข้อมูล ; https://www.hrw.org/news/2016/08/12/thailand-deadly-bomb-attacks-south​

      ๕.๒ ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้
            รายงานข่าวส่วนใหญ่ เป็นประเด็นเกี่ยวกับเหตุลอบวางระเบิด ๗ จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ช่วงระหว่างวันที่ ๑๐-๑๒ สิงหาคม รายงานข่าวหลายชิ้นโดยเฉพาะสื่อมวลชนตะวันตก มักจะเชื่อมโยงเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน กับเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีการก่อเหตุไม่สงบติดต่อกันมานาน ๑๒ ปี มีผู้เสียชีวิตกว่า ๖,๕๐๐ คน
            รายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ บนพื้นที่สื่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยส่งวัตถุพยานเศษซากโทรศัพท์ ที่ใช้จุดชนวนระเบิดที่พบที่จุดเกิดเหตุ ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว มีเครื่องหมาย MCMC (ตัวอักษรย่อของ กสทช.มาเลเซีย) พร้อมด้วย serial number และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกหมายจับหนึ่งในผู้ต้องหา ในคดีลอบวางระเบิดที่ภูเก็ต ซึ่งผลการตรวจสอบดีเอ็นเอผู้ต้องหารายนี้พบว่า มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และเคยมีหมายจับคดีความมั่นคง ที่ อ.ตากใบ
            นอกจากนี้ ก็เป็นรายงานข่าว ที่มีเนื้อหาความเห็นจากนักวิเคราะห์ความมั่นคงในประเทศตะวันตก ที่เชื่อว่าเหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
            ๕.๒.๑ สำนักข่าว Bernama และสื่อเกือบทุกสำนัก ในมาเลเซีย รวมทั้ง Straits Times สื่อสิงคโปร์ รายงานเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ระบุว่า ตำรวจไทยได้ขอความช่วยเหลือตำรวจมาเลเซีย ขอให้ช่วยสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายจากเศษซากโทรศัพท์ เครื่องที่ใช้จุดชนวนระเบิดที่ภูเก็ต ซึ่งสำนักข่าวเบอนามา ระบุว่า โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวมี serial number ที่จดทะเบียนไว้กับ กสทช.มาเลเซีย (MCMC)

            (Thai police are reported to be seeking Malaysian help to identify the source of a mobile phone used in one of the bombings that struck the southern provinces last week.

            A portion of a mobile phone used to trigger an explosion in Phuket on Friday contained a Malaysian Communications and Multimedia Commission serial number, according to Bernama news agency.)

แหล่งที่มาข้อมูล ;http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/southern-insurgents-or-anti-junta-forces-behind-blasts

      ต่อมาในวันที่ ๑๘ สิงหาคม themalaymailonline ได้อ้างรายงานข่าว จากสำนักข่าวเบอนามา ระบุว่า พลตำรวจโทสุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับข้อมูลผลการสืบสวนสอบสวน เศษซากโทรศัพท์ที่ใช้จุดชนวนระเบิดที่ จ.ภูเก็ต จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซียแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม

      (Malaysian police have relayed information to its Thai counterparts on a mobile phone which was reportedly used in last week’s bomb and arson attacks, according to a senior Thai police officer.

      Nevertheless, Assistant Police Chief Lt Gen Suchart Theerasawat declined to reveal further details on the information relayed by the Malaysian police.

      “The Malaysian police have relayed information pertaining to the mobile phone but I cannot reveal the details because it is part of ongoing investigations.)

http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/police-have-relayed-information-on-mobile-phone-used-in-thai-attacks-to-cou

            ๕.๒.๒ นักวิชาการด้านความมั่นคง ทั้งไทยและต่างประเทศหลายคนเชื่อว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิดใน ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนบน
                  ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน จชต.เป็นกลุ่มเดียวในประเทศไทย ที่มีศักยภาพในการลงมือก่อเหตุความไม่สงบครั้งนี้
                  ดร.ศรีสมภพ บอกกับ Straits Times แห่งสิงคโปร์ว่า การก่อเหตุไม่สงบครั้งนี้ อาจเป็นการแสดงออกของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ในการให้การสนับสนุนประชาชน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ส่วนใหญ่ลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่งผ่านการลงประชามติ เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม

                  (While the insurgents have largely confined their armed campaign to their home provinces, Dr Srisompob Jitpiromsri, a founder of the Deep South Watch which analyses the conflict, said the insurgent network was the only group within Thailand with the organisational capacity to carry out the latest attacks.

                  Voters in Pattani, Yala and Narathiwat, who have been living under the yoke of military control even before the 2014 coup, rejected the draft Constitution in the referendum, he noted. The attacks could be a way for the insurgents to demonstrate their support for local sentiments, he told The Sunday Times.)

ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/phone-that-triggered-thai-bomb-linked-to-malaysia

      ทางด้าน Anthony Davis นักวิเคราะห์ความมั่นคงแห่ง HIS Jane’s ก็เชื่อว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดน เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ๗ จังหวัด โดยเขามีสมมติฐานว่า การก่อเหตุลอบวางระเบิด ที่หนักมากขึ้น ในช่วงก่อนวันลงประชามติ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสถานการณ์ ขณะที่เหตุระเบิดในภาคใต้ตอนบน ในทัศนะของ Davis เขาวิเคราะห์ว่า เป็นการยกระดับสถานการณ์และความขัดแย้ง เพื่อสร้างอำนาจการต่อรอง ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบให้สูงขึ้น

      (Security analyst Anthony Davis of IHS Jane's was convinced of a southern separatist link.

      The period leading up to the plebiscite was marked by an upsurge of insurgent bomb attacks.

      The latest attacks beyond the deep south "reflect the fact that they are raising the level and extending the scope of the conflict, possibly with a view to establish a strong bargaining position", said Mr Davis.)

ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/southern-insurgents-or-anti-junta-forces-behind-blasts

      ขณะเดียวกัน Anthony Davis ก็ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Associated Press ยืนยันสมมติฐานว่า กลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนปัตตานี เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการก่อเหตุไม่สงบ ในภาคใต้ตอนบน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการวางแผนเตรียมการที่ดี และมีการประสานการปฏิบัติการยุทธการที่ดี สามารถวางแผนทำงานได้ภายในเวลารวดเร็ว ภายใน ๓ วัน หรือน้อยกว่านั้น ส่วนกลุ่มเสื้อแดง Davis เชื่อว่า นอกจากถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เขาเชื่อว่าไม่มีศักยภาพ ที่จะทำงานก่อเหตุที่ซับซ้อนเช่นที่เกิดขึ้นได้

      (Anthony Davis, a writer for Jane's Defence Weekly, told The Associated Press that the Patani-Malay National Revolutionary Front separatist group was the sole opposition force that could carry out such a well-planned, well-coordinated operation in Thailand's southern region.

      With the Red Shirt movement being closely monitored by the security forces, "the theory that they could have organized such a complex operation under the noses of the military government makes no sense," he said.

      He added that if the supposed motive was anger over the recent referendum outcome, "the planning and preparation for these attacks would have had to take place within three days. And that makes even less sense.")

ที่มาข้อมูล ; http://www.thejakartapost.com/seasia/2016/08/15/thai-junta-accused-of-exploiting-bombings-for-political-ends.html

      John Blaxland นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เป็นอีกคนที่เชื่อว่า กลุ่มติดอาวุธใน จชต.เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหลายจุด ในภาคใต้ตอนบน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองบนโต๊ะเจรจา บีบให้รัฐบาลไทย ยอมรับเงื่อนไขของพวกเขามากขึ้น และชี้ให้เห็นว่าการลงมือปฏิบัติการ ทำให้เสียงของพวกเขาดังมากขึ้น

      (John Blaxland, a senior fellow at Australian National University, said he believed militants could have launched last week’s bombings to increase their bargaining power at the negotiating table.

      “If my theory is correct, the message is: ‘We want you to make more concessions in the south of Thailand,’” Blaxland said. “They figure that the message is better heard through actions.”)

ที่มาข้อมูล ; http://www.scmp.com/news/asia/southeast-asia/article/2004253/thailands-forgotten-war-recent-blasts-force-southern
 

            ๕.๒.๓ ดร.ฐิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับสมมติฐานที่เชื่อว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดน จชต.เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดภาคใต้ตอนบน แต่อาจารย์ฐิตินันท์ เชื่อว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุรุนแรง น่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองภายในประเทศ โดยอาจารย์ให้เหตุผลว่า หากขบวนการแบ่งแยกดินแดน ต้องการส่งสัญญานถึงคณะทหารที่ปกครองประเทศ คนพวกนี้ก็น่าจะก่อเหตุรุนแรงในกรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่ อย่างเช่น เชียงใหม่ ซึ่ง ดร.ฐิตินันท์ ก็เขียนบทความแสดงความเห็นเดียวกันนี้ ในหนังสือพิมพ์ The Gurdian ในประเทศอังกฤษ ด้วย

อาจารย์ฐิตินันท์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ความวุ่นวายทางการเมือง เป็นต้นตอของเหตุระเบิดขนาดเล็ก ที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานับตั้งแต่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถูกยึดอำนาจใน ปี ๒๕๔๙

      (Chulalongkorn University political analyst Thitinan Pongsudhirak, however, thinks the insurgents are unlikely to be behind the attacks.

      "If they had wanted to send a message to the junta, the insurgents would more likely have attacked Bangkok, or major cities such as Chiang Mai or Phuket city," he wrote in an article on The Guardian website.

      "Domestic political unrest, a major source of small-scale bomb blasts over the past decade, since the ousting of the former prime minister Thaksin Shinawatra (in 2006), is therefore the most likely explanation," he added.)

ที่มาข้อมูล; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/southern-insurgents-or-anti-junta-forces-behind-blasts

            ๕.๒.๔ สื่อหลายแห่งในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งสำนักข่าวชั้นนำของโลก เช่น Reuters รายงานข่าวศาลทหารออกหมายจับนายอาหามะ เลงหะ ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ในข้อหาเกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิด ที่ จ.ภูเก็ต

      Deputy national police spokesman Kissana Phatanacharoen identified the suspect as Ahama Lengha from Narathiwat province near Thailand's border with Malaysia.

      A Thai military court issued an arrest warrant on Tuesday for a then unidentified suspect for attempting to bomb a beach in the tourist island of Phuket.

ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/thai-police-identify-suspect-in-deadly-blasts-working-with-malaysia​

            ๕.๒.๕ รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย Dr Ahmad Zahid Hamidi บอกว่า กระทรวงมหาดไทย จะเพิ่มมาตรการตรวจตราชายแดนมาเลเซีย ที่ติดกับประเทศไทยให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในรัฐกลันตัน เพื่อปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย การลักลอบนำเข้าอาวุธและยาเสพติด รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกว่า ตอนนี้มีการจัดตั้งหน่วยงานความมั่นคงชายแดน ที่เรียกว่า Aksem มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมดประมาณ ๑ หมื่นคน เทียบกับก่อนหน้านี้ ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลชายแดนเพียง ๙๙๗ คน

      (Deputy Prime Minister Datuk Seri Dr Ahmad Zahid Hamidi today said that the Home Ministry will continue intensifying control over Malaysia-Thailand border crossings, especially in Kelantan, to combat smuggling.

      Ahmad Zahid, who is also Home Minister, said there were approximately 10,000 security forces personnel stationed at border areas right now to combat the smuggling of persons, firearms and drugs.

      "Prior to this, there were only 997 members of Anti-Smuggling Unit (now known as Malaysian Border Security Agency (Aksem)) at border areas, but now, there are 10,000 members.)

ที่มาข้อมูล : http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1274867
http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/home-ministry-to-strengthen-malaysia-thailand-border-patrol-dpm-says
                             

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

Comment
Related