สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๖ ส.ค. - ๑๒ ส.ค. ๕๙

 15 ส.ค. 2559 12:50 น. | อ่าน 568
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น ในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มลดลงค่อนข้างมากในช่วงปลายสัปดาห์ ส่งผลให้ในภาพรวมแล้ว ความถี่ข่าวเชิงบวกเฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๐ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ค. – ๕ ส.ค.๕๙)  
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (เยาวชนป่วนสถานพินิจฯ ปัตตานี), ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ยะลาระส่ำหนัก ยิงเอ็ม ๗๙ ถล่มฐานทหาร ลอบวางเพลิงโรงไม้วอด ๕๐ ล้าน ตระเวนเผาวงจรปิด-เสามือถือ), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (หลานพลทหารวิเชียรจี้  ผบ.ทบ. พักราชการนายทหารเอี่ยวซ้อม)
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบในเชิงบวก เป็นข่าวในประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต (ร่วมใจฟื้นฟูทรัพยากรชายแดนใต้), และประเด็นการศึกษา (ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม กับเบรนคลาวด์ แก้ปัญหาการศึกษาเรียนอังกฤษหนัก ทำไมสื่อสารไม่ได้)      
      จากประเด็นที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น  ทำให้แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ค. – ๕ ส.ค.๕๙) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย
      ประเด็นหลัก เป็นข่าวเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ ๗ จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี และเช้าวันศุกร์ ที่ ๑๒ สิงหาคม แม้เหตุระเบิดไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ว่า รายงานข่าวของหลายสำนักมักจะตั้งข้อสังเกตุ เกี่ยวกับเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องมิใช่สิ่งแปลกปลอมสำหรับคนไทย เนื่องเพราะในช่วง ๑๒ ปีที่ผ่านมาเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แทบทุกวัน หรือ ตั้งข้อสังเกตุว่า ไม่มีข้อกังขาว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน จชต.มีศักยภาพสามารถลงมือก่อเหตุไม่สงบได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมกันในหลายจังหวัด แต่ที่ผ่านมาพวกเขาจำกัดพื้นที่การก่อเหตุไว้ใน จชต.
      นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงชายแดนมาเลเซีย-ไทย ที่รัฐกลันตัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งรัฐกลันตันมีคำสั่งเข้มงวดตรวจตราพื้นที่ชายแดนติดประเทศไทยป้องกันภัยจากกลุ่มที่เรียกคัวเองว่า”รัฐอิสลาม” หรือ IS

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.1103ln(x) + 11.645) ในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มลดลงค่อนข้างมากในช่วงปลายสัปดาห์ ส่งผลให้ในภาพรวมแล้ว ความถี่ข่าวเชิงบวกเฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๐ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) ก็มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน (y = 1.0404ln(x) + 3.8423) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ค. – ๕ ส.ค.๕๙)  
      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-07-30

9

1

9.00

2016-07-31

11

5

2.20

2016-08-01

17

9

1.89

2016-08-02

11

12

0.92

2016-08-03

10

4

2.50

2016-08-04

19

3

6.33

2016-08-05

16

1

16.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

5.55

2016-08-06

16

6

2.67

2016-08-07

21

4

5.25

2016-08-08

16

7

2.29

2016-08-09

14

6

2.33

2016-08-10

9

7

1.29

2016-08-11

10

6

1.67

2016-08-12

12

9

1.33

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

2.40

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

            ในสัปดาห์นี้ ไม่ปรากฏข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.6102ln(x) + 0.6878) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๗ ภาพข่าวในประเด็นนี้ ได้แก่ ยะลาระส่ำหนัก ยิงเอ็ม ๗๙ ถล่มฐานทหาร ลอบวางเพลิงโรงไม้วอด ๕๐ ล้าน ตระเวนเผาวงจรปิด-เสามือถือ เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4144ln(x) + 2.3971) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๒  ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.423ln(x) + 2.7609) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ค. – ๕ ส.ค.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ดัน ๓ อำเภอชายแดนใต้ปลอดภัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ การไม่รับร่าง รธน. ในพื้นที่ 3 จชต. เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.404ln(x) + 2.512) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕๓ ในส่วนของข่าวเชิงลบมีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.6372ln(x) - 0.718) กล่าวคือในสัปดาห์ที่แล้วไม่มีภาพข่าวปรากฏ แต่ในสัปดาห์มีข่าวเชิงลบในประเด็นนี้ จำนวน ๖ ข่าว  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ โชว์ผลงานดับไฟใต้ เทียบสถิติ 10 เดือน ปี 58 เหตุรุนแรงฮวบ ๑๒% ช่วงรอมฎอนสงบขึ้น ทยอยถอนกำลังพลเป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ อังกฤษ-แคนาดา-ออสเตรเลียเตือนพลเมืองเลี่ยงเดินทางมาจังหวัดภาคใต้ไทย เป็นต้น
      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.6575ln(x) + 1.317) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๒ ในขณะข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ (y = 0.0475ln(x) + 0.1288) สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่  เกษตรยะลาจัดงานเทศกาลผลไม้โอชา ช่วง ก.ค.-ก.ย. เชิญชวนนักท่องเที่ยวลิ้มลองผลไม้ไทย เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ เอกชนติงคลังคิดค่าเช่าพื้นที่ตั้งนิคมฯ แพงไป เมินลงทุนเขตศก.พิเศษ เป็นต้น
      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๓๐ ก.ค. – ๕ ส.ค.๕๙ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้ ๑ ข่าว ได้แก่ น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หลานสาว พลทหารวิเชียร เผือกสม ซึ่งถูกทำโทษจนเสียชีวิตในค่ายทหาร จ.นราธิวาส เมื่อปี 2554 ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้พักราชการ พ.ต.ภูริ เพิกโสภณ หนึ่งในผู้ทำโทษพลทหารวิเชียร และต่อมาถูกชี้มูลความผิดกับพวก 10 คน ผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 และกฎหมายอาญาทหาร เนื่องจาก พ.ต.ภูริยังปฏิบัติหน้าที่และได้เลื่อนยศตามลำดับ โดยประเด็นนี้เป็นประเด็นต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์แล้ว
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
            ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒  ส.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      เมื่อนำข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ที่ปรากฏในพื้นที่ข่าวมาวิเคราะห์ค่าผลกระทบต่อการรับรู้ สามารถสรุปประเด็นข่าว ที่มีระดับผลกระทบสูง ดังนี้

ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวใน ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (เยาวชนป่วนสถานพินิจฯ ปัตตานี), ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ยะลาระส่ำหนัก ยิงเอ็ม ๗๙ ถล่มฐานทหาร ลอบวางเพลิงโรงไม้วอด ๕๐ ล้าน ตระเวนเผาวงจรปิด-เสามือถือ), ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล (หลานพลทหารวิเชียรจี้  ผบ.ทบ. พักราชการนายทหารเอี่ยวซ้อม) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต (ร่วมใจฟื้นฟูทรัพยากรชายแดนใต้), และประเด็นการศึกษา (ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม กับเบรนคลาวด์ แก้ปัญหาการศึกษาเรียนอังกฤษหนัก ทำไมสื่อสารไม่ได้)
      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้เชิงบวก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของผู้รับข่าวสารให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙  พบว่าแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.234ln(x) + 1.6393) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ค – ๕ ส.ค.๕๙) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วลดลงเล็กน้อย

. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ ส.ค.๕๙
      ๕.๑ ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ   
            ๕.๑.๑
 ในสัปดาห์นี้ ในเว็บไซด์ Aljazeera ไม่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง แต่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุระเบิด ๗ จังหวัด ในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงวสันที่ ๑๑ และ ๑๒ สิงหาคม
            ๕.๑.๒  ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ จชต. ในเว็บไซด์ OIC (www.oic-oci.org)
            ๕.๑.๓  ในสัปดาห์นี้ เว็บไซด์ United Nations ไม่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้
            ๕.๑.๔  ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ คณะกรรมการกาชาดฯ ICRC (http://www.icrc.or.th/)
            ๕.๑.๕ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ที่ปรากฏในเว็บไซด์ Human Right Watch แต่มีแถลงการณ์ของ Human Right Watch ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม เรียกร้องให้เร่งจับกุมตัวผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดในจังหวัดภาคใต้ และนำตัวดำเนินคดีตามกฏหมายโดยเร็ว
ที่มาข้อมูล ; https://www.hrw.org/news/2016/08/12/thailand-deadly-bomb-attacks-south​
            ๕.๑.๖ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ Time (http://www.time.com) แต่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุระเบิดพร้อมกันหลายจุดในวันที่ ๑๑ และ ๑๒ สิงหาคม (รายละเอียดในข้อ ๕.๒.๑)
      ๕.๒ ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้
            ประเด็นหลัก เป็นข่าวเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ ๗ จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี และเช้าวันศุกร์ ที่ ๑๒ สิงหาคม แม้เหตุระเบิดไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ว่า รายงานข่าวของหลายสำนักมักจะตั้งข้อสังเกตุ เกี่ยวกับเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องมิใช่สิ่งแปลกปลอมสำหรับคนไทย เนื่องเพราะในช่วง ๑๒ ปีที่ผ่านมาเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แทบทุกวัน หรือ ตั้งข้อสังเกตุว่า ไม่มีข้อกังขาว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน จชต.มีศักยภาพสามารถลงมือก่อเหตุไม่สงบได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมกันในหลายจังหวัด แต่ที่ผ่านมาพวกเขาจำกัดพื้นที่การก่อเหตุไว้ใน จชต.
            นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับความมั่นคงชายแดนมาเลเซีย-ไทย ที่รัฐกลันตัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งรัฐกลันตันมีคำสั่งเข้มงวดตรวจตราพื้นที่ชายแดนติดประเทศไทยป้องกันภัยจากกลุ่มที่เรียกคัวเองว่า”รัฐอิสลาม” หรือ IS
            ๕.๒.๑ สื่อมวลชนในภูมิภาคนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเหตุระเบิด ๗ จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ช่วงกลางคืนวันที่ ๑๑ และเช้าวันที่ ๑๒ สิงหาคม รวมทั้งสำนักข่าวระดับโลกทุกสำนักล้วนแล้วให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้น ทั้ง Reuters, AP, AFP, BBC , Aljazeera, CNN และ Deutche Welle (DW) ของประเทศเยอรมันนี โดยทุกสำนักรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า เกิดเหตุระเบิดใน ๗ จังหวัดซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวยุโรป แต่รายงานข่าวหลายชิ้นเชื่อมโยงเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ กับเหตุการณ์ไม่สงบใน จชต. เช่นรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ซี่งสื่อในภูมิภาคอาเซียนคือ The Star สื่อมาเลเซีย นำไปเผยแพร่ต่อมีข้อความดังนี้ ;
ไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ ความสงสัยจึงไปตกอยู่ที่กองกำลังติดอาวุธชาวมุสลิม
(No group has claimed responsibility, though suspicion could fall on insurgents in Muslim-majority provinces in southern Thailand.)
หรือข้อความอีกตอนที่ระบุว่า เหตุระเบิดพร้อมกันสองจุดเป็นเรื่องปรกติในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ นับตั้งแต่เหตุรุนแรงปะทุขึ้นในปี ๒๕๔๗ มีประชาชนเสียชีวิตกว่า ๖,๕๐๐ คน พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชากรส่วนใหญ่ออกเสียงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ต่างจากส่วนอื่นๆของประเทศที่ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ สิงหาคม ที่ผ่านมามีบางโอกาสที่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นนอกพื้นที่ จชต. แต่พื้นที่เกิดเหตุครั้งนี้ ทั้งหัวหิน ภูเก็ต และพังงา อยู่ไกลพื้นที่ความขัดแย้งซึ่งการโจมตีมักพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคง และเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยอื่นๆ

(Such twin blasts are common in the three Muslim-majority southernmost provinces of Thailand, where a long-running insurgency intensified in 2004, with more than 6,500 people killed since then.

The three provinces, near the border with Malaysia, soundly rejected the referendum on the new military-backed constitution, which passed convincingly in most of the rest of the country in Sunday's vote.

Violence has occasionally spilled over to areas outside the three provinces, which were part of a Malay sultanate until they were annexed by Buddhist-majority Thailand a century ago.

Hua Hin, Phuket and Phang Nga are far from the usual conflict zone, where attacks are typically aimed at the security forces and government representatives, not tourists.)

ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/world/2016/08/12/two-blasts-heard-in-thai-resort-hours-after-overnight-explosions--witness/
หรือข้อความบางตอนในรายงานของสำนักข่าว AFP พาดพิงสถานการณ์ใน จชต.ว่า แม้บรรดานายพลทั้งหลายยังไม่สามารถหยุดยั้งการก่อเหตุโดยกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมในพื้นที่ จชต. ซึ่งอยู่ห่างไกลจากกรุงเทพและหัวหิน ความขัดแย้งก็จำกัดอยู่ในพื้นที่ จชต. มีเพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้นที่ความรุนแรงเล็ดลอดออกมานอกพื้นที่จชต.

Mr Zachary Abuza ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มติดอาวุธในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเรื่องไม่ปรกติ ที่กลุ่มติดอาวุธโจมตีหัวหิน และให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจชต.อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นหน่วยปฏิบัติการขนาดเล็ก ที่ลงมือก่อเหตุโดยลำพัง

(Yet the generals have failed to quell a long-running Islamic insurgency in Thailand’s three southernmost provinces – a region far from Bangkok or Hua Hin. The conflict is largely contained to the far south but violence has occasionally spilled into other areas.

Mr Zachary Abuza, an expert on militants in South-east Asia, said it would be “very unusual” for the insurgents to target Hua Hin.

If southern rebels were behind the recent blasts, “it is almost definitely a small cell operating on their own initiative”, he told AFP. – Wires)

ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/regional/2016/08/12/four-dead-as-thailand-hit-with-string-of-blasts/

ขณะที่รายงานของ Time magazine อ้างความเห็นของ Zachary Abuza ระบุว่า “สัญชาติญานบอกเขาว่า ไม่ใช่ฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจาก จชต. ทั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพราะไม่เชื่อฝีมือ แต่คิดว่าคนพวกนี้ไม่ทำ แม้ว่าที่ผ่านคนพวกนี้จะเคยลงมือก่อเหตุการณ์ไม่สงบพร้อมกันหลายจุด หลายจังหวัด แต่ก็ไม่เคยก่อเหตุนอกพื้นที่ จชต.”

(“My initial gut feeling is that this is not southern insurgency. It’s not that they couldn’t, it’s that it’s been a very long time that they’ve done a coordinated attack across multiple cities in multiple provinces, and they’ve never been able to do it outside of the south.”)
ที่มาข้อมูล ; http://time.com/4449708/thailand-blasts-junta-referendum/?iid=sr-link2​

            ๕.๒.๒ The Star รายงานเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ว่า เกิดเหตุระเบิดในเวลาไล่เลี่ยกัน ๑๐ จุด ในจังหวัดนราธิวาส ก่อนการลงประชามติในช่วงค่ำวันเสาร์ โดยเป้าหมายการโจมตีส่วนใหญ่เป็นเสาไฟฟ้า จึงทำให้หลายพื้นที่เดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือ มีปัญหาการติดต่อสื่อสาร แต่ไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ที่มาของข้อมูล; http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/08/07/ten-explosions-south-thailand-ahead-of-referendum/​
            ๕.๒.๓ The Star รายงานว่า ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตันได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดกวดขัน ระแวดระวังในทุกพื้นที่ของรัฐกลันตัน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่ติดกับประเทศไทย หลังจากที่ตำรวจได้จับกุมสมาชิกกลุ่ม IS สองคนเมื่อวันอังคารที่ ๙ สิงหาคม ที่บริเวณที่เรียกว่า Kuala Krai
ที่มาข้อมูล; http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/08/13/kelantan-police-beef-up-security-against-is-activities/
            ๕.๒.๔ สำนักข่าว Bernama และ The Star รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำมาเลเซียลาดตระเวณพบการลักลอบนำเข้าควายจากประเทศไทย จำนวน ๒๐ ตัว ได้ที่บริเวณ Kampung Pisau Raut ในเขต Tumpat รัฐกลันตัน ใกล้พรมแดนไทย
      รายงานข่าวระบุว่า จากการสืบสวนจากพยานหลักฐานในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย เชื่อว่า การลักลอบนำเข้าควายอย่างผิดกฏหมายน่าจะกระทำเป็นขบวนการ และในกรณีนี้ผู้ชายที่ลักลอบนำเข้าควายได้หลบหนีไปในความมืด ทิ้งควายที่มีร่องรอยโคลนตามลำตัวไว้ ๒๐ ตัวมูลค่าประมาณ ๑ แสนริงกิต หรือประมาณ ๑ ล้านบาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ควายเหล่านี้ถูกต้อนข้ามแม่น้ำสุไหงโกลกเข้าประเทศมาเลเซีย
ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/08/08/marine-police-seize-smuggled-buffaloes-worth-rm100000/
            

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น
 

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related