สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒๓ - ๒๙ ก.ค. ๕๙

 01 ส.ค. 2559 20:42 น. | อ่าน 713
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก มีแนวโน้มความถี่ลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๑ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. ก็มีแนวโน้มความถี่ลดลงเช่นเดียวกัน เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙)  
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ลอบเผา ๒ จุด ซุ่มยิงดับ ๓ เย้ยนายกฯ ลงชายแดนใต้), ประเด็นการเยียวยา (ทีมน้องเมย์ ๕ ปี สู้เพื่อน้า ทวงความยุติธรรมใต้รองเท้าบูท), และประเด็นอาชญกรรมในพื้นที่ (ชายถูกโจรตั้งด่านปล้น อุ้มหายพบเป็นศพทิ้งคูน้ำ)
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบในเชิงบวก เป็นข่าวในประเด็นความร่วมมือภาคประชาชน (เบตงผุดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (เปิดความในใจ ๗ บุคคลถวายงานสมเด็จพระบรมฯ), ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพยสิน (สั่งคุมเข้มศาลากลางปัตตานี คนร้ายมุ่งเป้าจ้องบอมบ์), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (กระทรวงการต่างประเทศจัดหน่วยบริการหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ไปจังหวัดนราธิวาส), ประเด็นการศึกษา (บิ๊กน้อย มอบทุนการศึกษา เยียวยาทายาทเหยื่อไฟใต้), ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (ศาลแพ่งสั่งริบที่ดินแกนนำกลุ่มโจรใต้สนับสนุนก่อการร้ายซ่อนตัว/ผลิตอาวุธ), ประเด็นการสร้างความเข้าใจและสมานฉันท์ (จัดงานเฉลิมพระเกียรติฉลองราชย์ ๗๐ ปี เคียงคู่ทรงงาน ๘๔ พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน) และประเด็นกีฬา (กอ.รมน.ภาค 4 จัดมวยเพื่อสันติสุข)
      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ประเด็นที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น  ทำให้แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙ ) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย
      ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกี่ยวข้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นความร่วมมือทางด้านความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อควบคุมป้องกันมิให้สมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “รัฐอิสลาม” หรือ IS เล็ดลอดผ่านพรมแดนเข้าไทยและมาเลเซีย ขณะเดียวกันมาเลเซีย ก็เตรียมแผนรับมือกับกลุ่มคนต่างชาติ ที่ลักลอบเข้าไปตัดไม้กฤษณา ในเขตอุทยานแห่งชาติ รัฐเปรัค ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียระบุว่า ใช้เส้นทางลักลอบเข้าเมืองผ่านพรมแดนประเทศไทย และการประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ๓ เมืองคือ หนองจิก สุไหงโกลก และเบตง เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนา

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.106ln(x) + 20.062) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๑ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) ก็มีแนวโน้มความถี่ลดลงเช่นเดียวกัน (y = -1.285ln(x) + 5.0983) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙)  

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
      เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง
 

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-07-16

23

7

3.29

2016-07-17

13

5

2.60

2016-07-18

10

2

5.00

2016-07-19

23

3

7.67

2016-07-20

19

2

9.50

2016-07-21

27

2

13.50

2016-07-22

19

1

19.00

 

8.65

2016-07-23

24

2

12.00

2016-07-24

20

1

20.00

2016-07-25

20

0

20.00

2016-07-26

12

2

6.00

2016-07-27

14

7

2.00

2016-07-28

16

2

8.00

2016-07-29

13

3

4.33

 

10.33

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

            ในสัปดาห์นี้ ไม่ปรากฏข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ค่อนข้างมีความต่อเนื่องของการเกิดขึ้นของข่าว ในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ถึงปลายสัปดาห์นี้ ดังนั้นจึงส่งผลให้มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.2915ln(x) + 0.0469) อย่างไรก็ตามจำนวนความถี่ อาจไม่แตกต่างกันนัก (สัปดาห์ที่แล้ว ๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙)  ๔ ข่าว และในสัปดาห์นี้ ก็มี ๔ ข่าวเช่นเดียวกัน) ภาพข่าวในประเด็นนี้ ได้แก่ ลอบเผา ๒ จุด ซุ่มยิงดับ ๓ เย้ยนายกฯ ลงชายแดนใต้ เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.9641ln(x) + 0.7652) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๑๘  ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.145ln(x) + 0.5465) อย่างไรก็ตามความถี่ไม่แตกต่างกัน (ทั้ง ๒ สัปดาห์มีข่าวเชิงลบ สัปดาห์ละ ๒ ข่าวเท่ากัน)  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ สถานการณ์ใต้ดีขึ้น เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ปชป.ร้องใช้ ม.๔๔  คืนที่ชาวบ้าน ๓ จว.ใต้ เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -2.32ln(x) + 6.6028) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๖๙ ในส่วนของข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้ ก็มีแนวโน้มความถี่ลดลง เช่นเดียวกัน (y = -0.48ln(x) + 1.2209) โดยในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ สั่งคุมเข้มศาลากลางปัตตานี คนร้ายมุ่งเป้าจ้องบอมบ์ เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.3134ln(x) + 2.1504) เนื่องจากในช่วงปลายสัปดาห์ มีความถี่ของข่าวในประเด็นนี้เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามในแง่ของจำนวนความถี่ จะมีจำนวนความถี่ไม่แตกต่างกัน ในขณะข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.143ln(x) + 0.4001) อย่างไรก็ตามในแง่ของจำนวนความถี่จะมีจำนวนความถี่ไม่แตกต่างกัน สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่  บิ๊กตู่ยันเดินหน้าเขต เศรษฐกิจพิเศษ เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ประมงโพงพาง ฮือจี้ผู้ว่าฯแก้ปัญหา เป็นต้น
      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
            ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
             ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      เมื่อนำข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ที่ปรากฏในพื้นที่ข่าวมาวิเคราะห์ค่าผลกระทบต่อการรับรู้ สามารถสรุปประเด็นข่าว ที่มีระดับผลกระทบสูง ดังนี้
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวใน ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ลอบเผา ๒ จุด ซุ่มยิงดับ ๓ เย้ยนายกฯ ลงชายแดนใต้), ประเด็นการเยียวยา (ทีมน้องเมย์ ๕ ปี สู้เพื่อน้า ทวงความยุติธรรมใต้รองเท้าบูท), และ ประเด็นอาชญกรรมในพื้นที่ (ชายถูกโจรตั้งด่านปล้น อุ้มหายพบเป็นศพทิ้งคูน้ำ) ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ประเด็นความร่วมมือภาคประชาชน (เบตงผุดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (เปิดความในใจ ๗ บุคคลถวายงานสมเด็จพระบรมฯ), ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพยสิน (สั่งคุมเข้มศาลากลางปัตตานี คนร้ายมุ่งเป้าจ้องบอมบ์), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (กระทรวงการต่างประเทศจัดหน่วยบริการหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ไปจังหวัดนราธิวาส), ประเด็นการศึกษา (บิ๊กน้อย มอบทุนการศึกษา เยียวยาทายาทเหยื่อไฟใต้), ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (ศาลแพ่งสั่งริบที่ดินแกนนำกลุ่มโจรใต้สนับสนุนก่อการร้ายซ่อนตัว/ผลิตอาวุธ), ประเด็นการสร้างความเข้าใจและสมานฉันท์ (จัดงานเฉลิมพระเกียรติฉลองราชย์ ๗๐ ปี เคียงคู่ทรงงาน ๘๔ พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน) และประเด็นกีฬา (กอ.รมน.ภาค 4 จัดมวยเพื่อสันติสุข)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้เชิงบวก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของผู้รับข่าวสารให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙  พบว่าแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.2806ln(x) + 1.6979) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๖ – ๒๒ ก.ค.๕๙) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๙ ก.ค.๕๙
      ๕.๑ ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ   

            ๕.๑.๑  ในสัปดาห์นี้ ในเว็บไซด์ Aljazeera  (www.aljazeera.com) รายงานข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ตั้งข้อหาดำเนินคดีหมิ่ประมาทและความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ กับนักรณรงค์สิทธิมนุษยชน ๓ คน คือ น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ น.ส.อัญชนา หีมมินา และนายสมชาย หอมละออ ผู้จัดทำรายงานการซ้อมทรมานผู้ถูกคุมขังในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นรายงานที่แทบจะไม่เคยมีการจัดทำมาก่อน ใช้กระบวนการสัมภาษณ์อดีตผู้ถูกคุมขัง ๕๔ คน ให้พูดถึงวิธีการที่ตำรวจและทหารซ้อมทรมานต่อพวกเขาทั้งทางร่างกายและจิตใจ
            รายงานข่าวชิ้นนี้ระบุว่า กลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มแสดงความเห็นว่า กฏหมายหมิ่นประมาท และพรบ.คอมพิวเตอร์ เป็นกฏหมายที่ผู้มีอำนาจนำมาใช้เพื่อปิดปากบรรดาพวกปากกล้า
ที่มาข้อมูล ; http://www.aljazeera.com/news/2016/07/thai-activists-charged-report-army-torture-160726171815097.html
            ๕.๑.๒  ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ จชต. ในเว็บไซด์ OIC (www.oic-oci.org)
            ๕.๑.๓  ในสัปดาห์นี้ เว็บไซด์ United Nations (http://www.un.org/news) เผยแพร่แถลงการณ์ของ David Kaye ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน องค์การสหประชาติ ตำหนิรัฐบาลไทย ที่ใช้กฏหมายเข้มงวดจำกัดเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งรวมถึงการแสดงความคิดเห็นทางสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงก่อนการลงประชามติ ในวันที่ ๗ สิงหาคม
      Mr Kaye เสนอแนะต่อรัฐบาลไทยว่า แทนที่จะใช้กฏหมายลงโทษผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลควรที่จะสนับสนุน สร้างบรรยากาศการพุดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปิดเผย เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงประชามติ
      Mr Kaye มีตำแหน่งเป็นผู้เขียนรายงานขององค์การสหประชาชาติ (Special Rapporteur) เกี่ยวกับการส่งเสริมและปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ที่มาข้อมูล ; http://www.un.org/apps/news/story.asp?NewsID=54556#.V52F6vl97IU
            ๕.๑.๔  ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ คณะกรรมการกาชาดฯ ICRC (http://www.icrc.or.th/)                   ๕.๑.๕ ในสัปดาห์นี้ ข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ที่ปรากฏในเว็บไซด์ Human Right Watch (https://www.hrw.org/asia/thailand) คือแถลงการณ์ของ Human Right Watch เรียกร้องให้รัฐบาลไทยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการดำเนินคดี น.ส.นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ ในฐานความผิดหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ทหารและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับการซ้อมทรมานพลทหารวิเชียร เผือกสม สังกัด ร.๑๕๑ พัน ๓ ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ น.ส.นริศราวัลถ์ เป็นหลานสาวของพลทหารวิเชียร       ในตอนหนึ่งของแถลงการณ์ Brad Adam ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ของ Human Rights Watch กล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า จับกุมดำเนินคดีกับน.ส.นริศราวัลถ์ เพื่อสร้างความอับอายและตอบโต้ น.ส.นริศราวัลถ์ ที่ต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับน้าชายของเธอ
ที่มาข้อมูล; https://www.hrw.org/news/2016/07/27/thailand-torture-victims-outspoken-niece-arrested
           ๕.๑.๖ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ Time (http://www.time.com
      ๕.๒ ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นความร่วมมือทางด้านความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง เพื่อควบคุมป้องกันมิให้สมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “รัฐอิสลาม” หรือ IS เล็ดลอดผ่านพรมแดนเข้าไทยและมาเลเซีย ขณะเดียวกันมาเลเซีย ก็เตรียมแผนรับมือกับกลุ่มคนต่างชาติ ที่ลักลอบเข้าไปตัดไม้กฤษณาในเขตอุทยานแห่งชาติ รัฐเปรัค ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียระบุว่า ใช้เส้นทางลักลอบเข้าเมืองผ่านพรมแดนประเทศไทย และการประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ๓ เมืองคือ หนองจิก สุไหงโกลก และเบตง เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนา
            ๕.๒.๑ สำนักข่าว Bernama ของทางการมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม อ้างคำแถลงของพลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ระบุว่า รัฐบาลไทย มีแผนแม่บทการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นเมืองต้นแบบการพัฒนา ๓ แห่ง คือ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี อ.เบตง จ.ยะลา และอ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส
      วันเดียวกัน Straits Times ของสิงคโปร์ รายงานว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงแผนการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในระหว่างการเดินทางตรวจราชการ ที่จังหวัดนราธิวาส โดยประกาศว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ จชต. รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน และเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารฮาลาล อันดับ ๕ ของโลก
ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/mahathir-says-family-and-friends-under-pressure-over-najib-criticism
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1266116
            ๕.๒.๒ สำนักข่าว Bernama และ malaymailonline รายงานเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พลเอก Zulkifeli Mohd Zin ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพรมแดนไทยและมาเลเซีย       กระชับความร่วมมือคุมเข้มชายแดน เพื่อป้องกันมิให้สมาชิกกลุ่ม IS เล็ดลอดผ่านพรมแดนทั้งสองประเทศ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย แถลงกับผู้สื่อข่าวภายหลังเป็นประธานร่วมคณะกรรมาธิการระดับสูงไทย-มาเลเซีย ร่วมกับพลเอกสมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเขาระบุว่า วาระสำคัญของการประชุม คือ ภัยคุกคามจาก IS
      นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หยิบยกแผนการก่อสร้างกำแพงและรั้วตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ขึ้นมาหารือด้วย ซึ่งขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในขั้นตอนการกำหนดพื้นที่สร้างแนวรั้วและกำแพง ซึ่งหากกำหนดพื้นที่ได้เรียบร้อย ก็จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชายแดนซึ่งมีรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศ พิจารณาในที่ประชุมเดือนพฤศจิกายน ปีนี้
ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียและไทย ตกลงที่จะรับผิดชอบค่าใช้จายในการก่อสร้างฝ่ายละเท่ากัน
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/defence-forces-chief-urges-vigilance-against-is-threat-at-thai-border#sthash.Coaf6pJ2.dpuf
            ๕.๒.๓ สำนักช่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฏาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน ภายหลังการตรวจตราชายแดนมาเลเซีย-ไทย ว่า ถึงแม้ขณะนี้ยังไม่พบภัยคุกคามจากกลุ่ม IS ในพื้นที่รัฐกลันตัน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เพิ่มมาตรการข่าวกรอง รวมทั้งสั่งการให้สถานีตำรวจทุกแห่งในรัฐกลันตัน รวมทั้งโรงแรมทุกแห่ง เข้มงวดกวดขันมากขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1266095
           ๕.๒.๔ The Star รายงานเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ Dr Zambry Abd Kadir มุขมนตรีแห่งรัฐเปรัค ระบุว่า จะมีการหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อหามาตรการดูแลพรมแดนที่ติดกับประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภายหลังมีรายงานข่าวในสื่อมาเลเซียว่า มีชาวต่างชาติ ลักลอบผ่านพรมแดนไทยเข้าไปตัดไม้กฤษณาในเขตป่าสงวนแห่งชาติ Amanjaya และคาดว่าชาวต่างชาติที่ลักลอบตัดไม้ มีทั้งคนไทย เวียดนาม กัมพูชา และปากีสถาน
ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/metro/community/2016/07/27/border-security-issue-mb-more-needs-to-be-done-to-prevent-people-crossing-into-states-forests-to-ste/
           ๕.๒.๕ สำนักข่าว Bernama และ malaymailonline รายงานเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ไทย ที่อำเภอสุไหงโกลก บอกว่า ได้รับการประสานงานจากตำรวจมาเลเซีย ให้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายสองคนที่ร่วมกันก่อเหตุระเบิด ที่สถานบันเทิงในเมือง Puchong เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๘ คน เหตุเกิดเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าว นับเป็นปฏิบัติการครั้งแรกของสมาชิกกลุ่ม IS ในประเทศมาเลเซีย คนร้ายสองคนที่เจ้าหน้าที่มาเลเซียต้องการตัว และคาดว่าอาจจะหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก คือ Md Saifuddin Muji อายุ ๒๘ ปี และ Jasanizam Rosni วัย ๓๓ ปี
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/cops-widen-puchong-bomb-blast-investigation-to-southern-thailand

                                                                            เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น 
 

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related