สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๘. - ๒๔ มิ.ย.๕๙

 28 มิ.ย. 2559 15:26 น. | อ่าน 1329
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก มีแนวโน้มความถี่มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๑๗
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวในประเด็นสิทธิมนุษยชน (๗ คนงานเขมร ฟ้อง บริษัทไทย ละเมิด กฏหมายค้ามนุษย์), และ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (บึ้มหนองจิก ชุดรปภ.ครู เจ็บ ๒ และ คนร้ายกราดเอ็ม ๑๖ ผู้ช่วย ผญบ.สาหัส)
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบในเชิงบวก เป็นข่าวในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้ารายได้ (จีนกับคอคอดกระ), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (กล้องวงจรปิดจับภาพ ๒ คนร้าย ใช้อาวุธยิงถล่ม อส.ยี่งอ เจ็บ ๒ นาย), ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (พล.อ.ประวิตรโต้ข่าวมะแซ อุเซ็ง กบฎแบ่งแยกดินแดนเสียชีวิต), ประเด็นการเมือง (สปท.ชง 5 จังหวัดโมเดลบริหารแบบยึดพื้นที่), ประเด็นการศึกษา (ข้าราษฎร: ครูผู้อุดมการณ์และจิตวิญญาณ), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ปูพรมหารถประกอบระเบิด เข้าเมืองยะลาตั้งรางวัลนำจับ), ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต (มท.ลงพื้นที่เก็บข้อมูลก่อนแก้ไขกม.คุ้มครองผู้บริโภค), ประเด็นการเยียวยา (จ่าหมีเหยื่อโจรใต้บึ้มขาขาด สู้ปลูกมะละกอฟัน 6 หมื่น), ประเด็นยาเสพติด (ยึด ๑๐ ล้าน พ่อค้ายาบ้าโยง ๓ จว.ใต้), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (พายุฝนถล่มรือเสาะบ้านเรือนเสียหาย ๙๔ หลังคาเรือน), ประเด็นความร่วมมือภาคประชาชน (จักรยานบอกรักพ่อเบตงผู้นำมาเลย์ร่วมปั่น ๒๓ ก.ค.) และประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต (นกเงือกสีน้ำตาล) 
      จากจำนวนข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ประเด็นที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น  ทำให้แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ มีระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเพียงเล็กน้อย 
      ประเด็นข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สื่อมวลชนอาเซียนรายงานในรอบสัปดาห์นี้  เป็นประเด็นเกี่ยวกับปัญหาการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีและสิ่งของผิดกฏหมายที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ขณะเดียวกันก็มีประเด็นเกี่ยวกับตำรวจในรัฐกลันตันเข้มงวดกวดขันไม่ให้มีการซื้อขายหรือเล่นจุดประทัด ดอกไม้ไฟในช่วงเดือนรอมฎอน 

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวกที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ (y = 0.051ln(x) + 13.98) ในขณะที่ข่าวเชิงลบ (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.1185ln(x) + 1.6439) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๑๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙) 

๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
      เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง
 

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2016-06-11

14

3

4.67

2016-06-12

10

0

10.00

2016-06-13

18

2

9.00

2016-06-14

16

1

16.00

2016-06-15

16

0

16.00

2016-06-16

13

0

13.00

2016-06-17

16

6

2.67

สัดส่วนเฉลี่ย

10.19

2016-06-18

12

4

3.00

2016-06-19

10

2

5.00

2016-06-20

20

2

10.00

2016-06-21

4

1

4.00

2016-06-22

17

3

5.67

2016-06-23

11

0

11.00

2016-06-24

20

2

10.00

สัดส่วนเฉลี่ย

6.95

หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙ 
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

       ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙  ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1516ln(x) - 0.0585) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๓๐๐ (สัปดาห์ที่แล้วไม่มีข่าวเชิงบวกในประเด็นนี้ แต่ในสัปดาห์นี้มี ๓ ข่าว) ในขณะที่ข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มลดลง (y = -0.231ln(x) + 0.4871) เฉลี่ยลดลงประมาณร้อยละ ๑๐๐ (สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวเชิงลบ ๑ ข่าว แต่ในสัปดาห์นี้ไม่มีข่าวเชิงลบ) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙)   โดยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งข่าวเชิงบวกและเชิงลบ ในประเด็นนี้มีความถี่ต่ำมาก ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นนี้ ได้แก่ พล.อ.ประวิตรโต้ข่าวมะแซ อุเซ็ง กบฎแบ่งแยกดินแดนเสียชีวิต

๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4799ln(x) - 0.1493) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๓๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙) ภาพข่าวในประเด็นนี้ ได้แก่  บึ้มหนองจิก ชุดรปภ.ครู เจ็บ ๒ และ คนร้ายกราดเอ็ม ๑๖ ผู้ช่วย ผญบ.สาหัส ป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1783ln(x) + 0.0363) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙) ในขณะที่ ช่วง ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีภาพข่าวเชิงลบปรากฏ สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ สปท.ชง 5 จังหวัดโมเดลบริหารแบบยึดพื้นที่ เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.878ln(x) + 2.365) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๗๗ ในขณะที่ข่าวเชิงลบในประเด็นนี้ มีแนวโน้มความถี่ลดลงเช่นเดียวกัน (y = -0.321ln(x) + 0.7203) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ปูพรมหารถประกอบระเบิด เข้าเมืองยะลาตั้งรางวัลนำจับ เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ สื่อมวลชนยังวิพากษ์วิจารณ์มาตรการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน ของ กอ.รมน.ภาค ๔ เป็นต้น ที่ปรากฏในช่วง  ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ไม่ปรากฏในสัปดาห์นี้

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.011ln(x) + 2.877) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๖ ในขณะที่ข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลงเช่นเดียวกัน (y = -0.09ln(x) + 0.2333) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙) โดยข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้ มีความถี่ต่ำค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ จีนกับคอคอดกระ เป็นต้น และไม่ปรากฏภาพข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้

      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙ มีข่าวเชิงลบจำนวน 1 ประเด็น ได้แก่ “งานหนัก เงินน้อย ปัญหาโลกแตกโรงพยาบาลรัฐ”
      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้ ๑ ประเด็น ได้แก่ ๗ คนงานเขมร ฟ้อง บ.ไทย ละเมิด กฏหมายค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตามข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประเด็นทางด้านความมั่นคงแต่อย่างใด ในส่วนของประเด็น  ข้อพิพาทระหว่าง ๓ เอ็นจีโอ กับ กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า ที่ปรากฏเป็นภาพข่าวในประเด็นนี้ ในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ปรากฏเป็นภาพข่าวในสัปดาห์นี้
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
            ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๑๐ สรุปประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ จชต. จากเว็บไซด์สำคัญ ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙
            ๓.๑๐.๑
 ในสัปดาห์นี้ มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ จชต. ในเว็บไซด์ Aljazeera (www.aljazeera.com) จำนวน ๑ ข่าว ได้แก่ “ผลกระทบที่ครู ใน ๓ จชต. ได้รับการความยื้ดเยื้อยาวนานของเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จชต.”
ที่มา: http://www.aljazeera.com/indepth/features/2016/06/south-thailand-battle-mental-trauma-160606073411685.html
            ๓.๑๐.๒  ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ จชต. ในเว็บไซด์ OIC (www.oic-oci.org)
            ๓.๑๐.๓ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ United Nations (http://www.un.org/news)
            ๓.๑๐.๔ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ คณะกรรมการกาชาดฯ ICRC (http://www.icrc.or.th/)
            ๓.๑๐.๕ ในสัปดาห์นี้ มีข่าวสำคัญเกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ Human Right Watch (https://www.hrw.org/asia/thailand)  จำนวน  ๑ ข่าว คือ การถกแถลงประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน ๔ ประเทศ (บังคลาเทศ, เอธิโอเปีย, ไทย, และ เยเมน) สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ได้แก่ การละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงประชามติ ร่าง รธน. และ การละเมิดสิทธิมนุษยชนของหน่วยงานด้านความมั่นคงใน ๓ จชต.
ที่มา: https://www.hrw.org/news/2016/06/22/un-human-rights-council-item-4-general-debate

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

      เมื่อนำข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ที่ปรากฏในพื้นที่ข่าวมาวิเคราะห์ค่าผลกระทบต่อการรับรู้ สามารถสรุปประเด็นข่าวที่มีระดับผลกระทบสูง ดังนี้

ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ เป็นข่าวใน ประเด็นสิทธิมนุษยชน (๗ คนงานเขมร ฟ้อง บริษัทไทย ละเมิด กฏหมายค้ามนุษย์), และ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (บึ้มหนองจิก ชุดรปภ.ครู เจ็บ ๒ และ คนร้ายกราดเอ็ม ๑๖ ผู้ช่วย ผญบ.สาหัส)
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบในเชิงบวก เป็นข่าวในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้ารายได้ (จีนกับคอคอดกระ), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (กล้องวงจรปิดจับภาพ ๒ คนร้าย ใช้อาวุธยิงถล่ม อส.ยี่งอ เจ็บ ๒ นาย), ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (พล.อ.ประวิตรโต้ข่าวมะแซ อุเซ็ง กบฎแบ่งแยกดินแดนเสียชีวิต), ประเด็นการเมือง (สปท.ชง 5 จังหวัดโมเดลบริหารแบบยึดพื้นที่), ประเด็นการศึกษา (ข้าราษฎร: ครูผู้อุดมการณ์และจิตวิญญาณ), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (
ปูพรมหารถประกอบระเบิด เข้าเมืองยะลาตั้งรางวัลนำจับ), ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต (มท.ลงพื้นที่เก็บข้อมูลก่อนแก้ไขกม.คุ้มครองผู้บริโภค), ประเด็นการเยียวยา (จ่าหมีเหยื่อโจรใต้บึ้มขาขาด สู้ปลูกมะละกอฟัน 6 หมื่น), ประเด็นยาเสพติด (ยึด ๑๐ ล้าน พ่อค้ายาบ้าโยง ๓ จว.ใต้), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (พายุฝนถล่มรือเสาะบ้านเรือนเสียหาย ๙๔ หลังคาเรือน), ประเด็นความร่วมมือภาคประชาชน (จักรยานบอกรักพ่อเบตงผู้นำมาเลย์ร่วมปั่น ๒๓ ก.ค.) และประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต (นกเงือกสีน้ำตาล)

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

       จากจำนวนข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วนฯ และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวก และเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้เชิงบวก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของผู้รับข่าวสารให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ มิ.ย.๕๙  พบว่าแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.088ln(x) + 2.4883) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗  มิ.ย.๕๙) จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ มีระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเพียงเล็กน้อย

. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มิ.ย.๕๙
      เป็นประเด็นเกี่ยวกับปัญหาการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีและสิ่งของผิดกฏหมายที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งประเมินว่าแต่ละปีมาเลเซียมีมูล่าประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านริงกิต รวมทั้งปัญหาอาชญากรรมที่มีอาวุธปืนเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าประเทศมาเลเซียจะมีกฏหมายห้ามประชาชนครอบครองอาวุธปืนก็ตาม ขณะเดียวกันก็มีประเด็นเกี่ยวกับตำรวจในรัฐกลันตันเข้มงวดกวดขันไม่ให้มีการซื้อขายหรือเล่นจุดประทัด ดอกไม้ไฟในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งกฏหมายนี้กำหนดให้พ่อแม่ผู้ปกครองมีหน้าที่ดูแลลูกหลานไม่ให้เล่นจุดประทัด และดอกไม้ไฟด้วย ทั้งนี้หากพบว่าผู้ปกครองปล่อยปละละเลย กฏหมายมีบทลงโทษผู้ปกครองด้วย
      ๕.๑ เวปไซต์หนังสือพิมพ์นิวส์สเตรทไทมส์ของมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ว่า ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีจากไทยเข้าประเทศมาเลเซียมีมูลค่าปีละประมาณ ๒ พันล้านริงกิต รวมทั้งยาเสพติดและสิ่งของผิดกฏหมายอื่นๆ รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตุว่ามีคดีอาชญากรรมที่มีการใช้อาวุธปืนเพิ่มมากขึ้นแม้ว่า กฏหมายมาเลเซียเข้มงวดห้ามไม่ให้ประชาชนครอบครองอาวุธปืนก็ตาม
บทความชื้นนี้จึงมีการเสนอให้ รัฐบาลมาเลเซียเพิ่มมาตรการกำกับดูแลชายแดนให้เข้มงวดมากขึ้น เช่น การเพิ่มการลาดตระเวณตรวจตราชายแดน การสร้างกำแพงหรือรั้วไฟฟ้าตามแนวพรมแดนมาเลเซีย-ไทย การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ และด่านตรวจให้เพียงพอรับมือกับ อาชญากรรมตามแนวพรมแดน รวมถึงการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง มิให้ประจำอยู่ด่านใดด่านหนึ่งนานเกินไป เพื่อป้องกันอาชญากรมีเวลาพัฒนาสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่รัฐ
ที่มาข้อมูล http://www.nst.com.my/news/2016/06/153880/step-border-control
      ๕.๒ เวปไซต์หนังสือพิมพ์นิวส์สเตรทไทมส์ รายงาน เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ว่า ดาโต๊ะมาสลัน ลาซิม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งรัฐกลันตัน มีคำสั่งแต่งตั้งหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามการค้า และการเล่นจุดประทัด ดอกไม้ไฟ และเข้มงวดเป็นพิเศษในพื้นที่เมือง ๔ แห่ง ที่ตั้งอยู่ใกล้พรมแดนไทยคือ Tumpat, Pasir Mas, Jeli และ Tanah Merah ผู้บัญชาการตำรวจแห่งรัฐกลันตัน บอกว่า การตั้งหน่วยเฉพาะกิจเปป็นการส่งสัญญานว่าตำรวจเอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฏหมาย พร้อมทั้งย้ำว่า ผู้ปกครองที่ซื้อประทัดดอกไม้ไฟให้ลูกหลาน หรือ ปล่อยปละละเลยให้ลูกหลานเล่นประทัด ดอกไม้ไฟ มีความผิดตามกฏหมาย จำคุกสูงสุดไม่เกิน ๗ ปี ปรับไม่เกิน ๑ หมื่นริงกิต หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มาข้อมูล; http://www.nst.com.my/news/2016/06/154216/special-task-force-patrol-all-districts                        

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กราฟเส้น
 

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related