สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๙ - ๑๕ เมษายน ๒๕๕๙

 20 เม.ย. 2559 15:31 น. | อ่าน 574
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงกลาง ถึงปลายสัปดาห์ ข่าวเชิงลบค่อนข้างมีความถี่สูง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ ของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ยังดูรุนแรงใกล้เคียงสัปดาห์ที่แล้ว
      ข่าวเชิงลบ ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ค่อนข้างมาก ยังคงเป็นข่าวใน ประเด็นสิทธิมนุษยชน (สิทธิมนุษยชน ไทย-๑๙๙ ชาติในสายตาสหรัฐ), ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (คนร้ายก่อความไม่สงบ ป่วนนราฯ อีกรอบ วางบึมที่ อ.รือเสาะ ๑ จุด), ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (นักโทษตะลุมบอนป่วนคุกยะลา), และประเด็นการเมือง (คสช.โละ ศอ.บต. เซ่น ม.๔๔ ดึงอำนาจกลับคืน กอ.รมน.)
      สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่  ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (อักษรายกทีมไปมาเลย์ถกไฟใต้ นัดเจรจาปลายเมษานี้ปัตตานี), ประเด็นการเยียวยา (ยันทหารโหดคดีพลทหารทรงธรรมต้องเจอโทษสูงสุด), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (เปิดตัวหนังสือปั่นเที่ยวเมืองจักรยาน), ประเด็นวัฒนธรรม/วิถีชีวิต (งานเทศกาลสงกรานต์), ประเด็นกีฬา (โตโยต้าลีกคัพ), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ชุดสืบสวนแกะรอยกล้องตามจับคนร้ายวางบึ้มจะนะ), ประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (ลุยแก้ปัญหาอุตสาหกรรม), ประเด็นยาเสพติด (รวบข่ายยาบ้าเมืองปัตตานียึด ๒.๔ แสนเม็ดส่งชายแดนใต้) และประเด็นการศึกษา (ม.อ.จัดค่ายดาราศาสตร์)
      ประเด็นหลักๆ เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการรายงานในสื่ออาเซียน เป็นประเด็นเกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดไว้ในมอเตอร์ไซค์จอดไว้ที่ข้างสถานีรถไฟจะนะ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๒ คนและบาดเจ็บกว่า ๑๐ คน นอกจากประเด็นที่สื่อมาเลเซีย รายงานอย่างกว้างขวางอีกเรื่อง ก็คือ กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวมาเลเซียว่า ชาวตุรกีเชื้อสายอุยเกอร์ ๒ คน ที่เชื่อว่ามีแผนก่อวินาศกรรมในเมืองท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทย เล็ดลอดออกจากประเทศไทยทางด้านจังหวัดภูเก็ตไปยังประเทศมาเลเซีย และคาดว่ามีจุดหมายที่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย หรือ ตุรกี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยและมาเลเซีย ได้ออกมาปฏิเสธข่าวในเวลาต่อมา 

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ เม.ย.๕๙)  

      ๒.๒ ระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI) ที่เกิดขึ้นจากแนวโน้มความถี่ข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา  (๒ – ๘ เม.ย.๕๙) อย่างไรก็ตามในช่วงกลาง ถึงปลายสัปดาห์ ข่าวเชิงลบค่อนข้างมีความถี่สูง ส่งให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวกเฉลี่ย (Average Positive Awareness Level)  ในสัปดาห์นี้มีค่า (+๑.๔๒)  ลดลงจากเดิม ซึ่งมีค่าเท่ากับ (+๑.๕๘)  ในสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ภาพลักษณ์ ของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ยังดูรุนแรงใกล้เคียงสัปดาห์ที่แล้ว

      ๒.๓ เปรียบเทียบระดับผลกระทบต่อการรับรู้ของข่าวในประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง ในช่วงวันที่  ๒ – ๘ เม.ย.๕๙


      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ข่าวเชิงลบ ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ค่อนข้างมาก ยังคงเป็นข่าวใน ประเด็นสิทธิมนุษยชน (สิทธิมนุษยชน ไทย-๑๙๙ ชาติในสายตาสหรัฐ), ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (คนร้ายก่อความไม่สงบ ป่วนนราฯ อีกรอบ วางบึมที่ อ.รือเสาะ ๑ จุด), ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (นักโทษตะลุมบอนป่วนคุกยะลา), และประเด็นการเมือง (ศสช.โละ ศอ.บต. เซ่น ม.๔๔ ดึงอำนาจกลับคืน กอ.รมน.)
      สำหรับภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่  ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (อักษรายกทีมไปมาเลย์ถกไฟใต้ นัดเจรจาปลายเมษานี้ปัตตานี), ประเด็นการเยียวยา (ยันทหารโหดคดีพลทหารทรงธรรมต้องเจอโทษสูงสุด), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (เปิดตัวหนังสือปั่นเที่ยวเมืองจักรยาน), ประเด็นวัฒนธรรม/วิถีชีวิต (งานเทศกาลสงกรานต์), ประเด็นกีฬา (โตโยต้าลีกคัพ), ประเด็น รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ชุดสืบสวนแกะรอยกล้องตามจับคนร้ายวางบึ้มจะนะ), ประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (ลุยแก้ปัญหาอุตสาหกรรม), ประเด็นยาเสพติด (รวบข่ายยาบ้าเมืองปัตตานียึด ๒.๔ แสนเม็ดส่งชายแดนใต้) และประเด็นการศึกษา (ม.อ.จัดค่ายดาราศาสตร์)

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่  ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ในขณะที่ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นนี้ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ เม.ย.๕๙) ภาพข่าวที่ปรากฏได้แก่ พล.อ. อักษรายกทีมไปมาเลย์ถกไฟใต้ นัดเจรจาปลายเมษานี้ปัตตานี โดยในภาพรวม ความถี่ในประเด็นนี้ มีความถี่ค่อนข้างต่ำ

      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ เม.ย.๕๙) ภาพข่าวในประเด็นนี้ ได้แก่ คนร้ายก่อความไม่สงบ ป่วนนราฯ อีกรอบ วางบึมที่ อ.รือเสาะ ๑ จุด เป็นต้น

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ข่าวเชิงลบมีแนวโน้มลดลงค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ เม.ย.๕๙) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ โพลชี้ ประชาชน ไม่ชัวร์นักการเมืองแก้ปัญหาดีกว่ารัฐบาล-คสช. เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ สื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 60 คน ขึ้นมาแทนสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง ในขณะที่ข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ เม.ย.๕๙) อย่างไรก็ตามข่าวเชิงลบในประเด็นนี้มีความถี่ต่ำมาก  ภาพข่าวเชิงบวก ชุดสืบสวนแกะรอยกล้องตามจับคนร้ายวางบึ้มจะนะ เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ส่วนใหญ่จะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์มาตรการในการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สินของหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง ในขณะที่ข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ เม.ย.๕๙) โดยข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้ มีความถี่ต่ำค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ลุยแก้ปัญหาอุตสาหกรรม เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบได้แก่ เวทีสาธารณะ หยุดถ่านหินต่อลมหายใจคนชายแดนใต้ เป็นต้น

      ๓.๖ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล

      ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ทั้งข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ในประเด็นบำรุงขวัญกำลังพล มีแนวโน้มความถี่ลดลง เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ เม.ย.๕๙) ข่าวเชิงลบ ที่เกิดขึ้นจากภาพข่าว “ทำโทษพลทหาร...ถึงตาย” ไม่ปรากฏในสัปดาห์นี้

      ๓.๗ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
            ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙  มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้ ๑ ประเด็น ได้แก่ สิทธิมนุษยชน ไทย ในสายตา สหรัฐ
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.

            ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
            ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นนี้
      ๓.๑๐ สรุปประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ จชต. จากเว็บไซด์สำคัญ ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙
            ๓.๑๐.๑ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ จชต. ในเว็บไซด์ Aljazeera (www.aljazeera.com)
            ๓.๑๐.๒  ในสัปดาห์นี้ มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ในแถลงการรณ์ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่มประเทศความร่วมมืออิสลาม หรือ OIC ครั้งที่ ๑๓ ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๐-๑๕ เมษายน ที่ประเทศตุรกี ปรากฏในเว็บไซด์ OIC (www.oic-oci.org)  โดยในแถลงการณ์ร่วมลงวันที่ ๑๕ เมษายน ข้อที่ ๙๔ มีสาระดังนี้
                   1. ที่ประชุมได้แสดงความชื่นชมต่อความพยายามของเลขาธิการโอไอซีระหว่างเดินทางเยือนประเทศไทย และติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับชาวมุสลิมในภาคใต้ของประเทศไทย รวมทั้งแสดงความยินดีกับการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มตัวแทนของประชาคมมุสลิมในภาคใต้ของไทย และการตัดสินใจของรัฐบาลไทยที่เดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับตัวแทนชาวมุสลิมภายใต้การอำนวยความสะดวกของรัฐบาลมาเลเซีย
                   2. ที่ประชุมยังได้เรียกร้องให้กลุ่มตัวแทนชาวมุสลิมเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ จชต.เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะตัวแทนเพื่อทำงานร่วมงานโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสันติสุข ความกลมเกลียว และความเคารพในพรมแดนของประเทศ
                   3. ในส่วนของรัฐบาลไทย ที่ประชุมได้เรียกร้องให้รัฐบาลให้การยอมรับสถานะของตัวแทนประชาคมมุสลิมตามที่พวกเขาต้องการ รวมทั้งให้หลักประกันความปลอดภัยกับคณะผู้แทนเจรจาของชาวมุสลิมในการเดินทางเข้าออกประเทศไทย และให้การคุ้มครองคณะผู้แทนเจรจาไม่ให้ถูกดำเนินคดีและถูกคุมขังในระหว่างที่พวกเขาทำหน้าที่เจรจาเพื่อสันติสุข
แถลงการณ์ร่วมข้อที่ ๙๕ ที่ประชุมได้ย้ำถีงความกังวลต่อสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแสดงความหวังว่า รัฐบาลไทยจะริเริ่มดำเนินมาตรการที่สร้างสรรรค์ ตามรายละเอียดแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลไทยกับโอไอซี ปี ๒๕๕๕ และ ๒๕๕๐
(FINAL COMMUNIQUE OF THE 13TH ISLAMIC SUMMIT OF THE HEADS OF STATE/GOVERNMENT OF THE OIC MEMBER STATES
Date: 15/04/2016
94. The Conference commended the efforts of the Secretary General during his visit to the Kingdom of Thailand and for following up the situation of Muslims in Southern Thailand. The Conference welcomed the formation of a group of representatives of the Muslim community in the South and the decision of the Government to continue the peace dialogue with the group under Malaysian facilitation. The Conference called upon the group of representatives of the Muslim community in the South to include all stakeholders, and to work for the common good to ensure a peace process can be effectively realized in the South, as well as the realization of peace, harmony and territorial integrity of the country.
The Conference encouraged the Government to grant the group of representatives of the Muslim community in the South the required recognition and called upon the Government to provide guarantee of safety in travelling to and from Thailand to members of the dialogue team and protection from detention and prosecution during their engagement in the peace process.
95. The Conference reiterated concerns regarding the situation in Southern Thailand and expressed the hope that the Thai Government will make constructive steps for the implementation of their commitments included in the 2007 OIC-Thai Joint Statement reiterated in 2012.)
ที่มา ข้อมูล ; http://www.oic-oci.org/oicv3/topic/?t_id=11093&t_ref=4364&lan=en
            ๓.๑๐.๓ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ United Nations (http://www.un.org/news/)
            ๓.๑๐.๔ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ คณะกรรมการกาชาดฯ ICRC (http://www.icrc.or.th/ )
            ๓.๑๐.๕ ในสัปดาห์นี้ ไม่มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ปรากฏในเว็บไซด์ Human Right Watch (https://www.hrw.org/asia/thailand)
      ๓.๑๑. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ เม.ย.๕๙
      ประเด็นหลักๆเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการรายงานในสื่ออาเซียน เป็นประเด็นเกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดไว้ในมอเตอร์ไซค์จอดไว้ที่ข้างสถานีรถไฟจะนะ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๒ คนและบาดเจ็บกว่า ๑๐ คน นอกจากประเด็นที่สื่อมาเลเซีย รายงานอย่างกว้างขวางอีกเรื่อง ก็คือ กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวมาเลเซียว่า ชาวตุรกีเชื้อสายอุยเกอร์ ๒ คน ที่เชื่อว่ามีแผนก่อวินาศกรรมในเมืองท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทย เล็ดลอดออกจากประเทศไทยทางด้านจังหวัดภูเก็ตไปยังประเทศมาเลเซีย และคาดว่ามีจุดหมายที่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย หรือ ตุรกี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยและมาเลเซีย ได้ออกมาปฏิเสธข่าวในเวลาต่อมา 
            ๓.๑๑.๑ สำนักข่าวเบอนามา ของทางการมาเลเซีย รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ ๙ เมษายน ระบุว่า ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเล่าให้ผู้สื่อข่าวเบอนามาฟังว่า เขาได้ข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่จังหวัดภูเก็ตว่า ชายชาวอุยเกอร์ ๒ คนถือพาสปอร์ตตุรกีซึ่งหน่วยงานข่าวกรองแจ้งว่า เป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีแผนก่อการร้ายในจังหวัดท่องเที่ยวชายทะเลในภาคใต้ของไทย ได้เดินทางออกไปยังประเทศมาเลเซีย แล้ว อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อไหร่ และเดินทางทางเรือ หรือทางอากาศ
      หมายเหตุ ; Straits Times สื่อสิงคโปร์รายงานข่าวนี้เช่นกัน
      ที่มาข้อมูล ;
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1233662
                         http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/malaysia-on-high-alert-over-info-that-2-terror-suspects-heading-over-from-thailand-may
            ๓.๑๑.๒ ต่อมาในวันที่ ๑๐ เมษายน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของมาเลเซียได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่พบข้อมูลชาวอุยเกอร์ ๒ คนเดินทางเข้ามาเลเซีย ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
      ดาโต๊ะซากิป กุสมี ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย บอกกับสำนักข่าวเบอนามาว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีชาวอุยเกอร์ถือพาสปอร์ตตุรกี ๒ คน ที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเดินทางเข้ามาเลเซียแต่อย่างใด
      (The Immigration Department has not received any information regarding two Turkish men of Uighur ethnicity suspected of plotting terrorist attacks in Thailand entering the country, after they fled Thailand at the end of March.
Its director-general Datuk Sakib Kusmi said the department was always on the alert and would have detected them if they had entered via any checkpoints, but there were no traces so far.)
      ขณะเดียวกัน The Star อ้างคำพูดของตันสรี คาลิด อาบู บาการ์ผ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ระบุว่า ยังไม่พบร่องรอยว่า ชาวอุยเกอร์ที่ต้องสงสัยเดินทางเช้ามาเลเซียเช่นกัน
     (Police have not detected the two alleged Uighur terror suspects who are believed to have entered Malaysia from Thailand, said Tan Sri Khalid Abu Bakar.)
     ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นอีกคนที่ให้สัมภาษณ์ว่า ชาวอุยเกอร์สองคนที่เป็นข่าว เป็นผู้อพยพทางด้านเศรษฐกิจ
    (Deputy Prime Minister Datuk Seri Dr Ahmad Zahid Hamidi was quoted saying on Sunday that the two were actually economic refugees.)
    ที่มาข้อมูล http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/04/15/uighur-terror-suspects-not-detected-in-msia/
                    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1233793
            ๓.๑๑.๓ ทางด้านพลโททวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้เลขาสมช. และแม่ทัพภาคที่ ๔ เดินทางลงพื้นที่ จชต.พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าข่าวกรองทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อป้องกันเหตุร้ายไม่ให้เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์
      ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีชาวอุยเกอร์และเชเชนที่ต้องสงสัยเดินทางเข้าประเทศไทย เลขาธิการ สมช.บอกว่า ไม่มีการยืนยันข้อมูลนี้
      เบอนามา รายงานว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หาดใหญ่ ปีนี้ คาดว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว เชื่อว่าจะมีเงินสะพัดประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท
     (For the violence-plagued Thai Far South, General Thawip revealed that Deputy Prime Minister and Defence Minister General Prawit Wongsuwan, Commanding General of the 4th Army Area Command General Lieutenant General Wiwan Pathomphak and him, visited the troubled region last week and ordered intelligence officials to work harder to help prevent any untoward incident.
In response to recent reports from Malaysia that a number of Uighur and Chechen people have secretly entered Thailand, the NSC chief there has been "no confirmation" that they have arrived in the Thai Kingdom.
Meanwhile, international tourists, mostly Malaysians, have been travelling to Hatyai, Thailand's southern business hub in Songkhla Province, to enjoy the three-day "Midnight Songkran Festival", scheduled for April 11-13, during which over 200 million baht are expected to be changed)
      ที่มาข้อมูล http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1234571
            ๓.๑๑.๔ สำนักข่าวเบอนามา และ malaysiakini รายงานเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ว่า นายกรัฐมนตรีตุรกีเจ้าภาพการจัดประชุมสุดยอดผู้นำประเทศโอไอซี ได้พบหารือกับนายนาจิบ ตุน ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในระหว่างร่วมประชุมสุดยอดผู้นำโอไอซี ครั้งที่ ๑๓ ที่ประเทศตุรกี โดยที่ผู้นำประเทศตุรกี ได้แสดงความหวังว่า มาเลเซียจะมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาในโลกมุสลิม และผู้นำมาเลเซีย ยังได้แสดงความเห็นว่า ปัยหาความมั่นคงในภาคใต้ของฟิลิปินส์ ภาคใต้ของประเทศไทยและปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงยา ควรได้รับความสนใจจากที่ประชุมสุดยอดผู้นำโอไอซี
    (Najib said he had also raised issues concerning the Southeast Asia region which should be given attention by the OIC, including the security issue in southern Philippine and southern Thailand, as well as the issue of Rohingya refugees.)
      ที่มาข้อมูล ; https://www.malaysiakini.com/news/337996​
            ๓.๑๑.๕ The Star รายงานจากเมืองรันตู ปันยัง เมืองชายแดนในรัฐกลันตัน ติดแม่น้ำสุไหงโกลก ว่า สภาพแม่น้ำขณะนี้แห้งขอดกลายเป็นลำธาร ที่บางช่วงสามารถเดินข้ามโดยที่เท้าไม่เปียก ทั้งนี้ ชายแจวเรือข้ามฟากวัย ๔๔ ปี บอกว่า เขาไม่เคยเห็นแม่น้ำสุไหงโกลกแห้งขอดเช่นนี้มาก่อน พร้อมทั้งบอกว่า หากเป็นเช่นนี้อีกสอง สามเดือน เขาคงต้องหางานใหม่
      ที่มา http://www.thestar.com.my/news/nation/2016/04/16/hot-spell-reduces-sg-golok-to-a-stream/
 

Comment
Related