สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๖ - ๒๒ ธ.ค. ๖๐

 26 ธ.ค. 2560 08:56 น. | อ่าน 109
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          จากติดตามสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชนภายในประเทศในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ พบว่า ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐)
          ประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่ เหตุร้ายรายวัน (๑๐ โจรใต้ควงอาวุธสงคราม ป่วนยึดรถบัสจุดไฟเผาวอด) และ อาชญากรรมในพื้นที่ (...๑) รัว ๑๑ มม.ซัลโวอาสาสมัครรามันดับ, ๒) บุกยิงสาวท้อง ๕ เดือน ถึงในบ้าน อาการสาหัส คาดขัดแย้งส่วนตัว และ ๓) โอว์!โจรจี้ชิงทองรูปพรรณ ๒๐ บาทที่แท้เป็นร้อยตำรวจโท)
          ประเด็นข่าวเชิงบวก ได้แก่ การพูดคุยเพื่อสันติสุข (กองทัพ-นักวิชาการ แลกเปลี่ยน ไอเดีย สานฝันดับไฟใต้), การช่วยเหลือประชาชน (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจ.ปัตตานี-สตูล), การเมือง (..๑) ชาวเทพา นัดรวมพลัง แสดงจุดยืนสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และ ๒) บิ๊กป้อม สั่งมทภ.๔  เร่งหาเหตุเผารถบัส – ใบปลิวว่อนชายแดนใต้), เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (สนามบินเบตงดันการค้า กระตุ้นมูลค่าชายแดนไทย-มาเลเซียเพิ่ม ๒๐ % รายได้ ๓,๖๐๐ ล้าน), การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (..๑)  ตั้งด่านคุมเข้ม‘เบตง’ สกัดโจรใต้ทำลายเมืองเศรษฐกิจ และ ๒) หมายจับ ๖ มือเผารถทัวร์ใต้), การบังคับใช้กฎหมาย (ขยายเวลาสถานการณ์ฉุกเฉิน ๓ จชต.อีก ๓ เดือน เริ่ม ๒๐ ธ.ค.), การบำรุงขวัญกำลังพล (ผบ.ทบ.ลงใต้มอบของขวัญปีใหม่ และให้นโยบายกำลังพล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ), การเยียวยา (ผวจ.ยะลามอบเงินเยี่ยวยาให้กับผู้ประกอบการรถทัวร์), ยาเสพติด (จับกัญชาล็อตใหญ่ ๕๒๐ กก. ซุกรถพ่วง ๒๒ ล้อจ่อส่งลงใต้), การศึกษา (แจกของขวัญทุก รร. มอบ เน็ตไฮสปีด ใช้ หวังเปิดโลกกว้างเด็ก), และ กีฬา (๒๐๐ ทีมบอลแดนใต้โม่แข้งชิงถ้วย บิ๊กตู่)
          จากสถานการณ์ข่าวดังที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลง ร้อยละ ๑๔ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐)

    ในส่วนของประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ ดังนี้
          ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการรายงานในสื่อระหว่างประเทศและอาเซียน คือ เหตุคนร้ายพร้อมอาวุธสงครามบุกยึดรถโดยสารประจำทางสายเบตง – กรุงเทพ คนร้ายได้ไล่ให้คนขับรถพร้อมกระเป๋ารถ และผู้โดยสารลงจากรถก่อนเผารถโดยสารคนดังกล่าวเสียหายทั้งคัน สำนักข่าว Reuters เรียกคนร้ายกลุ่มนี้ว่า armed insurgents หรือกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาล
          การประกาศเลื่อนเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์ทะเบียนต่างประเทศที่ผ่านด่านพรมแดนทางด้านประเทศไทยและสิงคโปร์เดินทางเข้าประเทศมาเลเซียจากกำหนดเดิมซึ่งจะจัดเก็บตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๑ ออกไปก่อนเป็นประเด็นข่าวที่มีการนำเสนอกว้างขวางที่สุด ขณะที่ New Straits Times สื่อมาเลเซีย รายงานว่า รัฐมนตรีช่วยว่าคมนาคมมาเลเซียได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า มีรถยนต์จากประเทศไทยละเมิดกฏหมายขนส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางจากประเทศไทยเข้าประเทศมาเลเซียเกินกว่า ๒ กิโลเมตรจากพรมแดนซึ่งเป็นระยะทางที่อนุญาต หากนำรถยนต์เข้าประเทศมาเลเซียไกลกว่านั้นต้องมีใบอนุญาตที่เรียกว่า International Circulation Permit (ICP) บังคับใช้กฏหมายที่เข้มงวดเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบกมาเลเซียจึงมีการตั้งด่านตรวจรถยนต์จากประเทศไทยอย่างเข้มงวด
          New Straits Times สื่อมาเลเซียเผยแพร่รายงานข่าวการสืบสวนสอบสวนกรณีการค้นพบหลุมศพหมู่ ๑๓๙ ศพที่ค่ายกักกันผู้อพยพชาวโรฮิงยา ในรัฐเปอร์ลิสใกล้กับพรมแดนไทยด้าน อ.สะเดา เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยอ้างว่ามีการค้นพบข้อมูลใหม่ว่า เจ้าหน้าที่มาเลเซียปกปิดข้อมูลเนื่องจากมีหลักฐานว่าเจ้าหน่าที่พบค่ายกักกันแห่งนี้ในเดือนมกราคม ๒๕๕๘ และปกปิดไว้จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทางการไทยพบหลุมศพชาวโรฮิงยาในพรมแดนไทยต้นเดือนพฤษภาคม และแจ้งให้ทางการมาเลเซียตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงในพรมแดนมาเลเซีย หลังจากนั้นจึงมีการตรวจสอบพื้นที่และพบหลุมศพหมู่ชาวโรฮิงยาช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓ (๑๑๖ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐) ๑๒๐ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีน้ำเงิน) มีแนวโน้มฯ ค่อนข้างคงที่ ในส่วนของข่าวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๑ (๒๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐) ๓๐ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีแดง)  มีแนวโน้มฯ ค่อนข้างคงที่

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

    ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

    2017-12-09

    17

    5

    3.40

    2017-12-10

    16

    4

    4.00

    2017-12-11

    21

    4

    5.25

    2017-12-12

    21

    7

    3.00

    2017-12-13

    18

    2

    9.00

    2017-12-14

    12

    5

    2.40

    2017-12-15

    11

    0

    11.00

     

    16.57

    3.86

    5.44

    2017-12-16

    12

    4

    3.00

    2017-12-17

    12

    9

    1.33

    2017-12-18

    20

    5

    4.00

    2017-12-19

    26

    3

    8.67

    2017-12-20

    23

    3

    7.67

    2017-12-21

    10

    5

    2.00

    2017-12-22

    17

    1

    17.00

     

    17.14

    4.29

    6.24

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว


    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ มีข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุขจำนวน ๑ ข่าว จากที่ไม่ปรากฏข่าวเชิงบวกฯ เลยมากกว่า 8 สัปดาห์ (๔ พ.ย. – ๑๕ ธ.ค.๖๐)  ในส่วนของข่าวเชิงลบ ยังคงไม่ปรากฏข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มากว่า  ๙ สัปดาห์แล้ว (๔ พ.ย. – ๒๒ ธ.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวกได้แก่ กองทัพ-นักวิชาการ แลกเปลี่ยน ไอเดีย สานฝันดับไฟใต้

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ๑๓ ข่าว จากที่ไม่มีข่าวฯ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ –  ๑๕ ธ.ค.๖๐) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑๐ โจรใต้ควงอาวุธสงคราม ป่วนยึดรถบัสจุดไฟเผาวอด

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีความถี่ลดลง ร้อยละ ๖ (๑๘ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐)  ๑๗ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่ลดลง ร้อยละ ๖๗ (๒๑ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐)  ๗ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ลดลง ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ ๑) สั่ง กฟผ. รื้อแผนล็อกเป้าโรงไฟฟ้าถ่านหินใต้ มี.ค. รู้ผลหวยออกที่ไหน, ๒) ชาวเทพา นัดรวมพลัง แสดงจุดยืนสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา, ๓) เมืองต้นแบบดับไฟใต้, ๔) บิ๊กป้อม สั่งมทภ.๔  เร่งหาเหตุเผารถบัส – ใบปลิวว่อนชายแดนใต้ สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) กฎหมายกับการพัฒนา: เดิน...เทใจให้เทพา ทำไมส่งเสียงไม่ได้, ๒) จิ๋วอบรม บิ๊กตู่ ปชช.ใกล้อดตาย, ๓) โหมกลบข่าวขาลง ดิ้นสืบทอดอำนาจ จุดไฟการเมือง และ ๔) หมายจับอีก1ค้านโรงไฟฟ้าเทพา

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๗๐ (๑๐ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐)  ๒๗ ข่าว ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีข่าวเชิงลบฯ ๒ ข่าว จากที่ไม่มีข่าวเชิงลบฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑)  ตั้งด่านคุมเข้ม‘เบตง’ สกัดโจรใต้ทำลายเมืองเศรษฐกิจ, ๒) พร้อมสู้ถ้ากล้ามาซ้ำ! สภ.ระแงะ โชว์หมายจับไวนิลมหึมา ล่าโจรยิงถล่มโรงพัก, ๓) หมายจับ ๖ มือเผารถทัวร์ใต้, ๔) จักรทิพย์ มอบของขวัญปีใหม่ ตำรวจชายแดนใต้-ชี้เผารถทัวร์ตอบโต้ จนท., ๕) ผบ.ทบ.สั่งเร่งหาสาเหตุ เผารถทัวร์ เบตง-กทม. กำชับความปลอดภัยช่วงปีใหม่, ๖) เซ่นป่วนบันนังสตา! มทภ.๔ สั่งปลด ผญบ.-สอบวินัยทหาร, และ ๗) มทภ.๔ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ปชช.มีส่วนร่วม ต่อต้านการก่อเหตุรุนแรง ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑)ทัวร์ยะลา–เบตงผวา ยังไม่กล้าเปิดวิ่งรับส่งผู้โดยสาร, และ ๒) สถานการณ์ที่ปลายด้ามขวาน บนความเปลี่ยนแปลงที่ไม่น่าไว้วางใจ

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีความถึ่ลดลง ร้อยละ ๑๓  (๘ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐) ๗ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ ลดลง ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มี ความถี่ลดลงร้อยละ ๘๐ (๕ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐) ๑ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ ลดลง ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ผัง EEC ฉลุยบังคับใช้ ก.ค.๖๑ บูม ๖ เมืองใหม่ รับไฮสปีดเทรน, ๒) ‘เก๋าเก๋า’โกยรายได้! ชาวประมงนราฯพลิกวิกฤตช่วงมรสุม, ๓) ไทยถกมาเลย์สางปัญหารถผิดกฎหมาย, ๔) ติวเข้มชาวสวน ธารโต ปลูกกาแฟโรบัสต้า และ ๕) สนามบินเบตงดันการค้า กระตุ้นมูลค่าชายแดนไทย-มาเลเซียเพิ่ม ๒๐ % รายได้ ๓,๖๐๐ ล้าน สำหรับ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่  หวั่นพายุ ‘ไคตั๊ก’ ถล่ม เรือประมงนับร้อยจอดเทียบท่า ไม่กล้าออกทะเล

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่
    ๑. เหตุร้ายรายวัน ได้แก่  ๑๐ โจรใต้ควงอาวุธสงคราม ป่วนยึดรถบัสจุดไฟเผาวอด
    ๒. อาชญากรรมในพื้นที่ ได้แก่ ๑) รัว ๑๑ มม.ซัลโวอาสาสมัครรามันดับ, ๒) บุกยิงสาวท้อง ๕ เดือน ถึงในบ้าน อาการสาหัส คาดขัดแย้งส่วนตัว และ ๓) โอว์!โจรจี้ชิงทองรูปพรรณ ๒๐ บาทที่แท้เป็นร้อยตำรวจโท
    ประเด็นข่าวเชิงบวก
    ๑. 
    การเมือง ได้แก่ ๑) สั่ง กฟผ. รื้อแผนล็อกเป้าโรงไฟฟ้าถ่านหินใต้ มี.ค. รู้ผลหวยออกที่ไหน, ๒) ชาวเทพา นัดรวมพลัง แสดงจุดยืนสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา, ๓) เมืองต้นแบบดับไฟใต้, ๔) บิ๊กป้อม สั่งมทภ.๔  เร่งหาเหตุเผารถบัส – ใบปลิวว่อนชายแดนใต้
    ๒. การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ปภ.แจงอุทกภัยใต้เหลือ ๓ จว. เตือน ๒๒ – ๒๔ ธ.ค.นี้รับมือพายุไคตั๊ก
    ๓. เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) ผัง EEC ฉลุยบังคับใช้ ก.ค.๖๑ บูม ๖ เมืองใหม่ รับไฮสปีดเทรน, ๒) ‘เก๋าเก๋า’โกยรายได้! ชาวประมงนราฯพลิกวิกฤตช่วงมรสุม, ๓) ไทยถกมาเลย์สางปัญหารถผิดกฎหมาย, ๔) ติวเข้มชาวสวน ธารโต ปลูกกาแฟโรบัสต้า และ ๕) สนามบินเบตงดันการค้า กระตุ้นมูลค่าชายแดนไทย-มาเลเซียเพิ่ม ๒๐ % รายได้ ๓,๖๐๐ ล้าน
    ๔. การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้แก่ ๑)  ตั้งด่านคุมเข้ม‘เบตง’ สกัดโจรใต้ทำลายเมืองเศรษฐกิจ, ๒) พร้อมสู้ถ้ากล้ามาซ้ำ! สภ.ระแงะ โชว์หมายจับไวนิลมหึมา ล่าโจรยิงถล่มโรงพัก, ๓) หมายจับ ๖ มือเผารถทัวร์ใต้, ๔) จักรทิพย์ มอบของขวัญปีใหม่ ตำรวจชายแดนใต้-ชี้เผารถทัวร์ตอบโต้ จนท., ๕) ผบ.ทบ.สั่งเร่งหาสาเหตุ เผารถทัวร์ เบตง-กทม. กำชับความปลอดภัยช่วงปีใหม่, ๖) เซ่นป่วนบันนังสตา! มทภ.๔ สั่งปลด ผญบ.-สอบวินัยทหาร, และ ๗) มทภ.๔ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ปชช.มีส่วนร่วม ต่อต้านการก่อเหตุรุนแรง
    ๕. วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ เก็บข้อมูล‘หินสี เบตง’เข้าหอจดหมายเหตุฯ พบใกล้เคียง‘หยก’
    ๖. การบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ ขยายเวลาสถานการณ์ฉุกเฉิน ๓ จชต.อีก ๓ เดือน เริ่ม ๒๐ ธ.ค.
    ๗. ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑) พานาโซนิค สานต่อ โครงการบริจาคตะเกียงโซล่าร์เซลล์ เติมแสงสว่าง มอบตะเกียงน้ำใจให้พี่น้องชาวใต้, ๒) เชฟโรเลต ตรวจเช็ครถฟรี - ลดราคาอะไหล่สำหรับลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้, ๓) ซอกแซก ๑๐๘ : ตะกาฟุลเพื่อสหกรณ์, และ ๔) วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกายมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.นราธิวาส
    ๘. การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ผบ.ทบ.ลงใต้มอบของขวัญปีใหม่ และให้นโยบายกำลังพล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
    ๙. การเยียวยา ได้แก่ ผวจ.ยะลามอบเงินเยี่ยวยาให้กับผู้ประกอบการรถทัวร์
    ๑๐. ยาเสพติด ได้แก่ จับกัญชาล็อตใหญ่ ๕๒๐ กก. ซุกรถพ่วง ๒๒ ล้อจ่อส่งลงใต้
    ๑๑. การศึกษา ได้แก่ ๑) สกอ.จับมือ ๒๑ มหาวิทยาลัย เพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารความเร็วสูงพัฒนาการศึกษา - วิจัย, ๒) แจกของขวัญทุก รร. มอบ เน็ตไฮสปีด ใช้ หวังเปิดโลกกว้างเด็ก และ ๓) วชช. ยึดยุทธศาสตร์ชาติ สร้างชุมชนคุณภาพ
    ๑๒. การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจ.ปัตตานี-สตูล
    ๑๓. กีฬา ได้แก่ ๒๐๐ ทีมบอลแดนใต้โม่แข้งชิงถ้วย บิ๊กตู่
    ๑๔. กระบวนการยุติธรรม ได้แก่ จับกระแสภูมิภาค: ฝึกอบรมผู้ต้องขัง
    ๑๕. การพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ กองทัพ-นักวิชาการ แลกเปลี่ยน ไอเดีย สานฝันดับไฟใต้

          ๔.๒ ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level: AI) ต่อสถานการณ์ จชต.

          จากสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชน ส่งผลให้ระดับการรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ลดลง ร้อยละ ๑๔  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒.๐๖ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ธ.ค.๖๐) ๑.๗๘ ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มการรับรู้เชิงบวก มีแนวโน้มฯ​ ค่อนข้างคงที่

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่  ๑๖ – ๒๒ ธ.ค.๖๐
          ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการรายงานในสื่อระหว่างประเทศและอาเซียน คือ เหตุคนร้ายพร้อมอาวุธสงครามบุกยึดรถโดยสารประจำทางสายเบตง – กรุงเทพ คนร้ายได้ไล่ให้คนขับรถพร้อมกระเป๋ารถ และผู้โดยสารลงจากรถก่อนเผารถโดยสารคนดังกล่าวเสียหายทั้งคัน สำนักข่าว Reuters เรียกคนร้ายกลุ่มนี้ว่า armed insurgents หรือกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาล
          การประกาศเลื่อนเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์ทะเบียนต่างประเทศที่ผ่านด่านพรมแดนทางด้านประเทศไทยและสิงคโปร์เดินทางเข้าประเทศมาเลเซียจากกำหนดเดิมซึ่งจะจัดเก็บตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๑ ออกไปก่อนเป็นประเด็นข่าวที่มีการนำเสนอกว้างขวางที่สุด ขณะที่ New Straits Times สื่อมาเลเซีย รายงานว่า รัฐมนตรีช่วยว่าคมนาคมมาเลเซียได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า มีรถยนต์จากประเทศไทยละเมิดกฏหมายขนส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางจากประเทศไทยเข้าประเทศมาเลเซียเกินกว่า ๒ กิโลเมตรจากพรมแดนซึ่งเป็นระยะทางที่อนุญาต หากนำรถยนต์เข้าประเทศมาเลเซียไกลกว่านั้นต้องมีใบอนุญาตที่เรียกว่า International Circulation Permit (ICP) เพื่อบังคับใช้กฏหมายที่เข้มงวดเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบกมาเลเซียจึงมีการตั้งด่านตรวจรถยนต์จากประเทศไทยอย่างเข้มงวด
          New Straits Times สื่อมาเลเซียเผยแพร่รายงานข่าวการสืบสวนสอบสวนกรณีการค้นพบหลุมศพหมู่ ๑๓๙ ศพที่ค่ายกักกันผู้อพยพชาวโรฮิงยา ในรัฐเปอร์ลิสใกล้กับพรมแดนไทยด้าน อ.สะเดา เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยอ้างว่ามีการค้นพบข้อมูลใหม่ว่า เจ้าหน้าที่มาเลเซียปกปิดข้อมูลเนื่องจากมีหลักฐานว่าเจ้าหน่าที่พบค่ายกักกันแห่งนี้ในเดือนมกราคม ๒๕๕๘ และปกปิดไว้จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทางการไทยพบหลุมศพชาวโรฮิงยาในพรมแดนไทยต้นเดือนพฤษภาคม และแจ้งให้ทางการมาเลเซียตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงในพรมแดนมาเลเซีย หลังจากนั้นจึงมีการตรวจสอบพื้นที่และพบหลุมศพหมู่ชาวโรฮิงยาช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘
          ๕.๑ The Star สื่อมาเลเซียและ Straits Times สื่อสิงคโปร์ รายงานเหตุคนร้ายพร้อมอาวุธสงครามบังคับรถโดยสารประจำทางสาย ยะลา – กรุงเทพ หยุดบนทางหลวงเบตง หลังจากนั้นก็บังคับให้คนขับรถ กระเป๋ารถ และผู้โดยสาร ๑๔ คนลงจากรถโดยสารโดยที่ไม่มีการทำร้ายร่างกาย ก่อนจุดไฟเผารถโดยสารคันดังกล่าวเสียหายทั้งคัน
          ข่าวชิ้นนี้รายงานโดยสำนักข่าว Reuters ระบุว่าคนร้ายกลุ่มนี้ซึ่งจากการเปิดเผยของตำรวจมีประมาณ ๑๐ คน เป็นกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาล (armed insurgen) )  มีจุดประสงค์ต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดน คนร้ายทั้งหมดหลบหนีโดยการตัดต้นไม้ขวางถนนและโรยตะปูเรือใบเพื่อขัดขวางการติดตาม
          สำนักข่าว Reuters รายงานว่ารัฐบาลไทยเปิดการพูดคุยเพื่อสันติสุขโดยมีรัฐบาลมาเลเซียทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและพยายามจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย แต่กระบวนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

    Armed insurgents stopped and torched a Bangkok-bound passenger bus on a highway in southern Thailand, police said.
    All 14 passengers, as well as the bus driver and his assistance, survived the attack, although their luggage was burned with the bus.
    The attack occurred yesterday in Yala, one of the predominantly ethnic Malay Muslim provinces in the south where a separatist insurgency has dragged on for more than a decade. Police said at least 10 gunmen were involved in the latest attack. They all escaped, blocking the road with tree trunks and nails to thwart any pursuers.
    The insurgents are fighting for secession from predominantly Buddhist Thailand.
    Thailand’s military government has, since 2015, held talks brokered by Malaysia, aim at ending the violence. The process, which aim to established a “safety-zone” as a confidence-building measure by early next year, has been stalled. — Reuters
    ที่มาข้อมูล ; https://www.thestar.com.my/news/regional/2017/12/18/insurgents-set-fire-to-bus-in-thailand/
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/insurgents-burn-bus-in-southern-thailand

          ๕.๑.๑ สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ว่า ตำรวจไทยควบคุมตัว ๒ ผู้ต้องสงสัยพัวพันกับการใช้อาวุธสงครามบังคับคนขับและผู้โดยสารรถประจำทางสายเบตง-กรุงเทพให้ลงจากรถ ก่อนเผารถโดยสารเสียหายทั้งคัน รายงานข่าวอ้างพยานคนหนึ่งเห็นว่าคนร้ายป้วนเปี้ยนที่ร้านค้าของชำที่ขายน้ำมันบรรจุขวดใกล้จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชายเจ้าของร้านไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องสงสัย ส่วนผู้ต้องสงสัยคนที่สองเป็นผู้หญิงถูกนำตัวไปสอบสวนเพราะเชื่อว่าเป็นผู้จัดหาเสื้อผ้าให้คนร้ายเปลี่ยนชุดก่อนหลบหนี ผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนถูกนำตัวไปสอบสวนและควบคุมตัวที่กรมทหารพรานที่ ๒๑ ในอ.รามัน จยะลา

    Police have detained two suspects in connection with the burning of a Bangkok-bound passenger bus while it was running in Yala's Bannang Sata district on Sunday, Thai News Agency (TNA) reported. One of the detainees is a shop owner, selling gasoline in bottles near the bus torching site. According to witnesses, militants gathered at the shop before they carried out the attack. The other detainee is a woman, who is believed to have brought the clothes to the insurgents for changing.
    Both suspects are being questioned at the 21st ranger regiment in Yala's Raman district
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1420708

          ๕.๒ สำนักข่าว Benanews รายงานเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีคมนาคม บอกว่า รัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจเลื่อนการเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์ทะเบียนต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศมาเลเซียทางด้านประเทศไทยและสิงคโปร์ จากเดิมที่กำหนดจัดเก็บตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๑ เนื่องจากต้องการปรับปรุงระบบการจัดเก็บให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้รัฐมนตรีคมนาคม เปิดเผยว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์จดทะเบียนต่างประเทศจะเริ่มในปีหน้า โดยกำหนดวันที่แน่นอนจะมีการประกาศในโอกาสต่อไป

    The vehicle entry permit (VEP) scheduled to be implemented on foreign registered vehicles entering Malaysia via Singapore and Thailand beginning January has been deferred, said Transport Minister Datuk Seri Liow Tiong Lai. He said the deferment was to standardise its implementation for both Malaysia-Singapore and Malaysia-Thailand routes. "We still need a little more time to look into certain details as we want to synchronise the system at both border entries. "We are still in the process of ensuring that the system is running in parallel. We do not want the VEP to be imposed only for vehicles from Singapore but not from Thailand," Liow, who is also MCA president, told reporters after a programme with Paloh community here today. He was confident that the VEP would be implemented next year and the date of execution would be announced once details were finalised.....)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1420298
    http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/vep-implementation-for-vehicles-from-singapore-thailand-postponed#DQBlF9ebCyoSR7uE.97
    https://www.nst.com.my/news/nation/2017/12/315454/update-implementation-vehicle-entry-permit-postponed-transport-minister
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/malaysia-delays-rollout-of-vehicle-entry-permit-scheme
    https://www.malaysiakini.com/news/405788

          ๕.๓ New Straits Times สื่อมาเลเซียรายงานข่าวสืบสวนสอบสวนหลุมศพหมู่ค่ายกักกันชาวโรฮิงยา ที่ถูกค้นพบใกล้ชายแดนรัฐเปอร์ลิสตรงข้ามอ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อสองปีก่อน รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับค่ายกักกันโรฮิงยาบอกผู้สื่อข่าว NST ว่า ไม่มีผู้อพยพต่างชาติเข้าเมืองผิดกฏหมายเดินแถวหมู่บ้านเหมือนเมื่อสองปีก่อน
          ชาวบ้านจากตำบลวังเกเหลียน ชื่อ Kak Nur บอกว่า พวกเขาเคยเห็นต่างชาติเดินตุรัดตุเหร่ในช่วงก่อนปี ๒๕๕๘ คนพวกนี้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสกปรกเที่ยวเดินขออาหาร โดยพวกเขาเดินตามเสียงละหมาดมาที่หมู่บ้าน

    ( Dishevelled, starving foreigners wandering into the only village in Wang Kelian were a regular sight before the discovery of illegal campsites and mass graves in the nearby hills in 2015. But no longer. A villager from Kampung Wang Kelian, who asked to be known as Kak Nur, said villagers used to see foreigners wandering the area before 2015.  “They wore faded clothes and told us, through hand gestures, that they were hungry and had not eaten for some time. “We could not allow them to stay because it is against the law,” said the food stall owner, who is in her 50s. She said the strangers told them they knew there was a settlement near their campsites through the morning call to prayer from the village mosque. “We haven’t seen any since 2015.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.thestar.com.my/news/nation/2017/12/21/no-more-wanderers-in-wang-kelian-dishevelled-foreigners-used-to-beg-for-food-say-villagers/

          ๕.๓.๑ รายงานของ NST อีกชิ้นเผยแพร่เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม เปิดเผยว่าผู้สื่อข่าวใช้เวลาสืบสวนสอบสวนนาน ๒ ปี และพบข้อมูลที่บ่งชี้ว่า มีการปกปิดข้อมูลการค้นพบค่ายกักกันชาวโรฮิงยาที่ วังเกเหลียน ก่อนที่ตำรวจมาเลเซียจะแถลงว่า มีการค้นพบค่ายกักกันเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

          นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า มีการทำลายหลักฐานในค่ายกักกันโดยเฉพาะหลักฐานเกี่ยวกับอาชญากรรม ก่อนที่จะอนุญาตให้ทีมนิติวิทยาศาสตร์เดินทางเข้าไปในพื้นที่เพื่อชันสูตรพลิกศพ ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการปกปิดข้อมูล

    (An exhaustive, two-year investigation by the New Straits Times Special Probes Team into the mass killings in Wang Kelian in 2015 that shook the world, has revealed startling new evidence, which suggests a massive, coordinated cover-up. One of the biggest revelations was that the human trafficking death camps had been discovered months earlier, but police only announced the discovery on May 25. Another huge question mark was why did police order the destruction of these camps, which were potential crime scenes, before they could be processed by forensics personnel? The in-depth investigation was sparked by a number of burning, unanswered questions that dogged the team, among them, why had the initial discovery of these death camps been kept hush-hush; and who gave the order to sanitise and destroy the crime scene; and, why.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/exclusive/2017/12/316339/exclusive-secrets-wang-kelian-exposed

                ๕.๓.๒ รายงานอีกชื้นของ NST เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์ นูร์ จัสลัน โมฮัมหมัด รัฐมนตรีช่วยว่าการมหาดไทย ระบุว่า ตำรวจยังไม่ได้สรุปสำนวนหลุมศพหมู่ที่ค่ายกักกันโรฮิงยา และจะมีการสอบสวนตามพยานหลักฐานใหม่ที่ทีมนักข่าวสืบสวนสอบสวนของ NST ได้มา รวมทั้งจะมีการตรวจสอบพยานหลักฐานและสำนวนทั้งหมดอีกครั้ง

     (Police will investigate any and all new leads in the 2015 Wang Kelian human trafficking tragedy, following the expose by the New Straits Times Special Probes Team yesterday. Deputy Home Minister Datuk Nur Jazlan Mohamed said “the file is still open. We have not closed it because we want to find the perpetrators”. He said police had been relentless in hunting down the perpetrators behind what is the biggest crime against humanity in the country’s history.  “The police will collate and investigate all new leads, including those exposed by the NST Special Probes Team. “We will follow up on what the NST has highlighted and any other new leads. “At the same time, we will review all the information we have, and investigate,” he told the NST.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/exclusive/2017/12/316680/wang-kelian-cover-file-still-open

Comment
Related