สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒๕ พ.ย. - ๑ ธ.ค. ๖๐

 05 ธ.ค. 2560 13:17 น. | อ่าน 63
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          จากติดตามสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชนภายในประเทศในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย.- ๑ ธ.ค.๖๐ พบว่า ข่าวเชิงบวกมีความถี่คงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๔๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐)
          ประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่  เหตุร้ายวัน (โจรใต้ลอบกัดบึ้มอส.นราฯ ชาวบ้านโดนลูกหลงเจ็บ), การเมือง (สุริยะใส แนะบิ๊กตู่ ใจกว้างปล่อยตัวชาวเทพา และ บทสรุป บิ๊กตู่ สัญจรใต้ อารมณ์ทำมวลชนกระเจิง) และ การรักษาความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สิน (แพทย์สุดยื้อ! ผู้ช่วยพยาบาลเหยื่อโจรใต้ลอบยิงที่บันนังสตาเสียชีวิตแล้ว)
          สำหรับประเด็นข่าวเชิงบวกที่มีระดับการรับรู้สูง ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิต (ของบ ๑.๓ หมื่นล้านกรมชลฯแก้ท่วมใต้), เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (ครม.รับทราบแผนพัฒนาภาคใต้สู่แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลก), การช่วยเหลือประชาชน (ทหารลอยคอแจกน้ำดื่มแก่ผู้ประสบอุทกภัยริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก), ความร่วมมือของภาคประชาชน (พี่ตูนรอผมด้วย หนุ่มยะลาปั่นไล่หลังหวังทันขบวนวิ่ง ก้าวคนละก้าว) และ การบังคับใช้กฎหมาย (บิ๊กป้อม แจงต่อ พ.ร.บ. ๕ อำเภอชายแดนใต้ ไม่เกี่ยวม็อบ)
          จากสถานการณ์ข่าวดังที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลง ร้อยละ ๔๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐)

    ในส่วนของประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย.- ๑ ธ.ค.๖๐ ดังนี้
          รายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด รายงานโดยสื่อมาเลเซีย และสำนักข่าว AFP ทั้งนี้ประเด็นที่นำเสนอเกือบทั้งหมดเป็นรายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ระดับน้ำท่วมสูงครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมด และข่าวที่มีการเผยแพร่กว้างขวางที่สุดเป็นรายงานของสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ที่พาดหัวข่าวว่า “อุทกภัยในจังหวัดชายแดนใต้มีผู้เสียชีวิต ๕ คน” บ่งชี้ว่า สื่อมวลชนต่างประเทศประเมินคุณค่าข่าวอิงกับการสูญเสียชีวิตมากกว่าบริบทผลกระทบด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับภัยพิบัติ หรือ ประเด็นความมั่นคง
          นอกจากนี้ยังพบว่าสื่อมวลชนมาเลเซียให้ความสำคัญกับปัญหาการลักลอบขนสิ่งผิดกฏหมายจากไทยเข้ามาเลเซีย โดย New Straits Times ส่งผู้สื่อข่าวไปสังเกตุการณ์ที่จุดลักลอบผ่านแดนริมแม่น้ำโกลกใน อ.รันเตาปันยัง รัฐกลันตัน และพบว่า มิจฉาชีพบางคนฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วมสูงทั้งพื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำโกลกทั้งฝั่งไทยและมาเลเซียลักลอบขนสิ่งของผิดกฏหมายเนื่องจากการลาดตระเวณของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่ทั่วถึง
          อย่างไรก็ตามประเด็นการชุมนุมม็อบคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ อ.เทพา และนำไปสู่การจับแกนนำ ๑๖ คน ซึ่งเป็นประเด็นข่าวใหญ่ในสื่อมวลชนไทย กลับไม่พบประเด็นข่าวนี้ในสื่อมวลชนระหว่างประเทศและสื่อมวลชนอาเซียน มีเพียง benarnews.org สื่อออนไลน์ที่ได้รับเงินทุนดำเนินงานจากหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐแห่งเดียวที่นำเสนอประเด็นข่าวนี้ 

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๕ พ.ย.- ๑ ธ.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย.- ๑ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีความถี่คงที่ (๑๔๔ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐) ๑๔๗ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีน้ำเงิน) มีแนวโน้มฯ คงที่ ในส่วนของข่าวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๙ (๔๙ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐) ๗๓ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีแดง)  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
                เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

       ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)  

    2017-11-18

    15

    5

     3.00

    2017-11-19

    17

    3

     5.67

    2017-11-20

    17

    8

     2.13

    2017-11-21

    22

    11

     2.00

    2017-11-22

    22

    13

     1.69

    2017-11-23

    26

    5

     5.20

    2017-11-24

    25

    4

     6.25

     

     20.57

    7

     3.70

    2017-11-25

    27

    6

     4.50

    2017-11-26

    23

    4

     5.75

    2017-11-27

    26

    13

     2.00

    2017-11-28

    9

    18

     0.50

    2017-11-29

    28

    16

     1.75

    2017-11-30

    25

    8

     3.13

    2017-12-01

    9

    8

     1.13

     

     21.00

     10.43

     2.68

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว


    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย.- ๑ ธ.ค.๖๐
           ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

                ในช่วงวันที่ ๒๔ พ.ย.- ๑ ธ.ค.๖๐ ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (ไม่มีข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มากว่า  ๖ สัปดาห์แล้ว (๔ พ.ย. – ๑ ธ.ค.๖๐))

          ในช่วงวันที่ ๒๔ พ.ย.- ๑ ธ.ค.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีความถี่ ลดลง ร้อยละ ๙๒ (๑๓ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐) ๑ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ลดลง ภาพข่าวได้แก่ โจรใต้ลอบกัดบึ้มอส.นราฯ ชาวบ้านโดนลูกหลงเจ็บ
          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๒๔ พ.ย.- ๑ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๕๙ (๒๙ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐)  ๔๖ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๔๓ (๒๑ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐)  ๕๑ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ ๑) ในหลวง รับสั่งใช้ปัญญาแก้ปัญหา ปชช., ๒) ปล่อยตัว ๑๕ แกนนำ อจ ใช้ตำแหน่งประกัน ป้อมชี้ม็อบเสียงส่วนน้อย, ๓) แบงก์รัฐรวมพลังปล่อยกู้, ๔) นายกรัฐมนตรีพบปะประชาชน ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, ๖) บิ๊กตูพบผู้นำศาสนา ๓ จว.ใต้ ลั่นดูแลทุกศาสนาเท่าเทียม, ๗) นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมและทำพิธีเปิดป้าย “ตลาดกลางปศุสัตว์จังหวัดชายแดนภาคใต้” พร้อมพบปะกับประชาชนจังหวัดปัตตานี, และ ๘) พาณิชย์ตามติด เศรษฐกิจฐานรากแดนใต้ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) สถานการณ์ ใต้  สภาพการณ์ ใหม่ คสช. หวั่นไหว ล่อแหลม, ๒) เสียงจากห้วงสำนึก: อย่าตะคอกประชาชน, ๓) สุริยะใส แนะบิ๊กตู่ ใจกว้างปล่อยตัวชาวเทพา และ ๔) บทสรุป บิ๊กตู่ สัญจรใต้ อารมณ์ทำมวลชนกระเจิง

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย. – ๑ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีความถี่ลดลง ร้อยละ ๘๖ (๑๔ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐)  ๒ ข่าว ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ ลดลง ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่เพิ่มขึ้น (ไม่มีข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐)  ๔ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มของความถี่ มีแนวโน้มฯ ต่ำค่อนข้างคงที่  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) รู้ตัวแก๊งวางบึ้มทหารเจาะไอร้อง คาดลงมือ ๓ คน และ ๒) จับคนร้ายลอบวางระเบิดทหารพรานเสียชีวิต ๔ นาย ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) รถทหารพรานปัตตานีคว่ำ!กำลังพลเจ็บ ๙ สาหัส ๑ และ ๒) แพทย์สุดยื้อ! ผู้ช่วยพยาบาลเหยื่อโจรใต้ลอบยิงที่บันนังสตาเสียชีวิตแล้ว

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย. – ๑ ธ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีความถึ่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๕๐  (๘ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐) ๒๐ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มี ความถี่ลดลง ร้อยละ ๔๐ (๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐) ๔ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) คมนาคมหารือ ทย.และทอท. จ่อเพิ่มศักยภาพ ระบบท่าอากาศยาน, ๒) ครม.รับทราบแผนพัฒนาภาคใต้สู่แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลก, ๓) ธพว.อัดสินเชื่อ SME ใต้ ๑๕,๐๐๐ ล้าน ดันตั้งนิคมเกษตรแปรรูป ๓.๖​ พันไร่, ๓) คอลัมน์: จับประเด็น: ทุ่ม ๑.๒ หมื่นล้าน ผุดมืองต้นแบบภาคใต้, ๔) กรมการพัฒนาชุมชน จับมือ ม. ศิลปากรติดปีกผู้ประกอบการไทย ใส่ดีไซน์ใหม่สู่ใบไม้สีทองของดี ๓ จังหวัดภาคใต้ และ ๕) พาณิชย์ถกเอกชนดันให้ขายออนไลน์ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่  เบตงต้นไม้ล้มเสาไฟฟ้าหัก แม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นน้ำหนุนจากมาเลย์

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย. – ๑ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย. – ๑ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย. – ๑ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๒๕ พ.ย. – ๑ ธ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นข่าวเชิงลบ
    1. 
    เหตุร้ายวัน ได้แก่ โจรใต้ลอบกัดบึ้มอส.นราฯ ชาวบ้านโดนลูกหลงเจ็บ
    2. การเมือง ได้แก่ ๑) สถานการณ์ ใต้  สภาพการณ์ ใหม่ คสช. หวั่นไหว ล่อแหลม, ๒) เสียงจากห้วงสำนึก: อย่าตะคอกประชาชน, ๓) สุริยะใส แนะบิ๊กตู่ ใจกว้างปล่อยตัวชาวเทพา และ ๔) บทสรุป บิ๊กตู่ สัญจรใต้ อารมณ์ทำมวลชนกระเจิง
    3. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) รถทหารพรานปัตตานีคว่ำ!กำลังพลเจ็บ ๙ สาหัส ๑ และ ๒) แพทย์สุดยื้อ! ผู้ช่วยพยาบาลเหยื่อโจรใต้ลอบยิงที่บันนังสตาเสียชีวิตแล้ว
    ประเด็นข่าวเชิงบวก
    1. การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ๑) ของบ ๑.๓ หมื่นล้านกรมชลฯแก้ท่วมใต้ และ ๒) สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน
    2. เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) คมนาคมหารือ ทย.และทอท. จ่อเพิ่มศักยภาพ ระบบท่าอากาศยาน, ๒) ครม.รับทราบแผนพัฒนาภาคใต้สู่แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลก, ๓) ธพว.อัดสินเชื่อ SME ใต้ ๑๕,๐๐๐ ล้าน ดันตั้งนิคมเกษตรแปรรูป ๓.๖​ พันไร่, ๓) คอลัมน์: จับประเด็น: ทุ่ม ๑.๒ หมื่นล้าน ผุดเมืองต้นแบบภาคใต้, ๔) กรมการพัฒนาชุมชน จับมือ ม. ศิลปากรติดปีกผู้ประกอบการไทย ใส่ดีไซน์ใหม่สู่ใบไม้สีทองของดี ๓ จังหวัดภาคใต้ และ ๕) พาณิชย์ถกเอกชนดันให้ขายออนไลน์
    3. การศึกษา ได้แก่ มรภ.ยะลา ติวเข้มครูนำน.ร.รู้คิด-วิเคราะห์
    4. กีฬา ได้แก่ ๑)  สมิงขาว: เก่งกล้า - เพชรดำ - เพชร - สมิงดำ และ ๒) ส.เพาะกายจัดโครงการใหญ่สร้างสรรค์สุขภาพดี จัดมอบเครื่องกีฬา ๑๔ ล้าน มอบให้ ๓ จังหวัดชายแดนใต้
    5. การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ๑) ตชด.นำรถหุ้มเกราะรับส่งปชช. ในอ.เทพาหลังน้ำยังท่วมสูง, ๒) ธ.ก.ส.ขยายเวลาพักหนี้เกษตรกรลูกค้า ๓ จังหวัดชายแดนใต้, ๓) ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย, ๔) สธ. จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่  ดูแลปชช. ๗ จังหวัดใต้น้ำท่วม, ๕) เจ้าหน้าที่ลุยน้ำท่วมแจกถุงยังชีพ หลังแม่น้ำสายบุรี-ปัตตานีล้นสปริงเวย์ และ ๖) ทหารลอยคอแจกน้ำดื่มแก่ผู้ประสบอุทกภัยริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก
    6. ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑) ปรากฏการณ์ตูน แลนด์สไลด์ศรัทธามหาชน เบตงถึงแม่สาย สังคมตื่นตัวสะท้อน น้ำใจไทย และ ๒) พี่ตูนรอผมด้วย หนุ่มยะลาปั่นไล่หลังหวังทันขบวนวิ่ง ก้าวคนละก้าว
    7. การบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ บิ๊กป้อม แจงต่อ พ.ร.บ. ๕ อำเภอชายแดนใต้ ไม่เกี่ยวม็อบ
    8. วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ เรื่องน่ารู้: ขนมบาเดาะ

          ๔.๒ ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level: AI) ต่อสถานการณ์ จชต.

          จากสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชน ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ลดลง ร้อยละ ๔๐  (๑.๖๓ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐) ๐.๙๙ ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มการรับรู้เชิงบวก มีแนวโน้มฯ​ ลดลง

    ๕.ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่  ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐
          รายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด รายงานโดยสื่อมาเลเซีย และสำนักข่าว AFP ทั้งนี้ประเด็นที่นำเสนอเกือบทั้งหมดเกป็นรายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนระดับน้ำท่วมสูงครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมด และข่าวที่มีการเผยแพร่กว้างขวางที่สุดเป็นรายงานของสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ที่พาดหัวข่าวว่า “อุทกภัยในจังหวัดชายแดนใต้มีผู้เสียชีวิต ๕ คน” บ่งชี้ว่า สื่อมวลชนต่างประเทศประเมินคุณค่าข่าวอิงกับการสูญเสียชีวิตมากกว่าบริบทผลกระทบด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับภัยพิบัติ หรือ ประเด็นความมั่นคง
          นอกจากนี้ยังพบว่าสื่อมวลชนมาเลเซียให้ความสำคัญกับปัญหาการลักลอบขนสิ่งผิดกฏหมายจากไทยเข้ามาเลเซีย โดย New Straits Times ส่งผู้สื่อข่าวไปสังเกตุการณ์ที่จุดลักลอบผ่านแดนริมแม่น้ำโกลกใน อ.รันเตาปันยัง รัฐกลันตัน และพบว่า มิจฉาชีพบางคนฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วมสูงทั้งพื้นที่ชายแดนริมแม่น้ำโกลกทั้งฝั่งไทยและมาเลเซียลักลอบขนสิ่งของผิดกฏหมายเนื่องจากการลาดตระเวณของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่ทั่วถึง
          อย่างไรก็ตามประเด็นการชุมนุมม็อบคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ อ.เทพา และนำไปสู่การจับแกนนำ ๑๖ คน ซึ่งเป็นประเด็นข่าวใหญ่ในสื่อมวลชนไทย กลับไม่พบประเด็นข่าวนี้ในสื่อมวลชนระหว่างประเทศและสื่อมวลชนอาเซียน มีเพียง benarnews.org สื่อออนไลน์ที่ได้รับเงินทุนดำเนินงานจากหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐแห่งเดียวที่นำเสนอประเด็นข่าวนี้ 

          ๕.๑ ประเด็นข่าวเกี่ยวกับอุทกภัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยและรัฐภาคเหนือของมาเลเซีย เนื้อหารายงานข่าวบรรยายถึงผลกระทบต่อชีวิต และพื้นที่ประสบอุกภัย

          รายงานของสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน มีเนื้อหาว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นพื้นที่มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มติดอาวุธมุสลิมกับกองกำลังรัฐบาล กำลังประสบปัญหาอุทกภัยประชาชนในจังหวัดปัตตานีต้องใช้เรือเป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่ศูนย์จัดการภัยพิบัติ บอกผู้สื่อข่าว AFP ว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุจมน้ำ ๕ ราย
          AFP รายงานว่า มีประชาชนใน ๘ จังหวัดภาคใต้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจำนวน ๓๘๐,๐๐๐ คน แต่ยังไม่มีการประกาศแผนอพยพผู้ประสบภัย

    (The worst-hit provinces are located in the deep south on the border with Malaysia, a restive hotspot where Muslim insurgents have engaged in clashes with the central government. The flooding from the annual monsoon rains prompted residents to use small boats for transportation in Pattani province, according to an AFP photographer on site. All five victims drowned, an official with the disaster management hotline told AFP. More than 380,000 people from eight southern provinces have been affected by the rising waters in the southern Thailand but no formal evacuation plan has been announced.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/floods-in-southern-thailand-kill-five#S5kAPxaBMqAcbg6X.99
    https://www.nst.com.my/world/2017/11/309231/floods-southern-thailand-kill-five​
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/floods-in-southern-thailand-kill-five

                ๕.๑.๑ สำนักข่าว bernama รายงานเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ระบุว่า อุทกภัยในจังหวัดภาคใต้คร่าชีวิตประชาชนจำนวน ๘ คน แยกเป็นจังหวัดปัตตานี ๔ คน ๓ คนที่จังหวัดสงขลาและอีกหนึ่งคนที่จังหวัดยะลา โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบประมาณ ๒ แสนคนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาส
          ในสัปดาห์หน้ากรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่ายังคงมีผนตกหนักในพื้นทีท จชต.

    (The floods in southern Thailand have claimed the lives of eight people and affected about 200,000 others in the provinces of Pattani, Yala and Narathiwat. They may not be over so soon as the Meteorological Department has forecast incessant heavy rain until next week. Four people died in Pattani, three in Songkhla and one in Yala.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1415656​

                ๕.๑.๒ New Straits Times สื่อมาเลเซียรายงานเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ว่า มิจฉาชีพที่ลักลอบขนสิ่งของผิดกฏหมายจากประเทศไทยข้ามเข้าไปในประเทศมาเลเซียบางคนยังคงใช้เรือขนสิ่งผิดกฏหมายข้ามแม่น้ำโกลก ผ่านช่องทางข้ามแดนเถื่อน แม้ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโกลกทั้งเชี่ยวและสูงก็ตาม
          ผู้สื่อข่าว NST ไปสังเกตุการณ์ที่ช่องทางผ่านแดนทางธรรมชาติบางจุดริมแม่น้ำโกลกพบว่ามิฉาชีพบางคนยังคงลักลอบขนของผิดกฏหมายอย่างไม่หยุดหย่อน ชาวมาเลเซียคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า mat บอกว่าระดับน้ำท่วมสูงไม่ได้ช่วยหยุดยั้งการทำงานของมิจฉาชีพเลย และพบว่ามิจฉาชีพมักใช้ช่วงเวลาน้ำขึ้นลักลอบขนสิ่งของผิดกกหมายข้ามแม่น้าโกลก เนื่องจากระดับน้ำสูงช่วยให้เรือแล่นได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ผู้สื่อข่าว NST ยังพบว่าเรือโดยสารรับจ้างข้ามแม่น้ำโกลกก็ยังคงให้บริการตามปรกติตามจุดข้ามแดนที่ไม่เป็นทางการ

    (Cross-border smugglers are more brazen despite facing high risks from the swift currents of Sungai Golok during the rainy season here. It has been spotted that local and Thai smugglers keep on transporting contraband on boats despite the swollen river, which is the natural Malaysia-Thailand border, here. A check by the New Straits Times at few illegal jetties today showed that a few smugglers were busy loading contraband into boats to be shipped across the river. A resident who only wanted to be known as Mat said the smugglers continued with their activities as the high water level had eased their work. "When the water level rises, the pontoon will float nearer to another. So, the smuggling trip across the river will be faster. It was also observed that passenger boat operators plying between here and the Thailand side had not stopped providing service to those crossing illegally despite facing more risks with the rising water level.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/crime-courts/2017/11/308036/smugglers-undeterred-danger-swollen-river-ferry-contraband

          ๕.๒ benarnews.org รายงานเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน เกี่ยวกับการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน
                เบนาร์นิวส์ รายงานว่า พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ปกป้องการทำงานของตำรวจที่จับกุมแกนนำม็อบถ่านหินว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้ชุมนุมฝ่าฝืนกฏหมายการชุมนุมในที่สาธารณะคือชุมนุมโดยไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่รัฐ

    Thai Prime Minister Prayuth Chan-o-cha on Tuesday defended a police crackdown and arrest of 16 demonstrators who sought to meet him and deliver a letter of protest against a proposed coal-fired power plant. The arrests took place Monday when Prayuth arrived in Songkhla province to visit the Deep South before chairing an out-of-office cabinet meeting. He told reporters on Tuesday that about 100 demonstrators did not follow the law that restricts public gathering and refused to accept a forum designed for them to voice opinions regarding the proposed 2,200-megawatt project.

          ทางด้านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางเตือนใจ ดีเทศน์ เรียกร้องให้ปล่อยตัว ๑๖ แกนนำม็อบจากที่คุมขัง พร้อมทั้งระบุว่ารัฐบาลต้องเคารพและปกป้องสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพสิทธิประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและข้อวิตกกังวลจากผลกระทบของการดำเนินนโยบายสาธารณะ ขณะที่นางอังคณา ลีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนอีกคนหนึ่ง บอกว่า เธอเห็นการปฏิบัติที่ตรงกันข้ามกัน คือ รัฐบาลให้การต้อนรับขับสู้ประชาชนกลุ่มสนับสนุนการก่อสร้างโรงฟ้าถ่านหิน แต่กีดกันไม่ให้ฝ่ายคัดค้านพบนายกรัฐมนตรี

          อาบูฮาฟิซ อัลฮากิม โฆษกกลุ่มมาราปาตานี ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ พฤศจิกายน วิจารณ์รัฐบาลไทยว่า ล้มเหลวในการเปิดกว้างรับฟังเสียงประชาชน แม้ว่าสิทธิในการแสดงความคิดเห็นจะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

    (National Human Rights Commissioner Tuenjai Deetes called on the government to immediately release the 16 suspects, adding that the government must respect and protect human rights. She demanded that people be given the right to address their concerns over public policy. Another commissioner expressed concern about the protest. “We saw two contrasting pictures from what happened yesterday. The people who support the project were welcomed while the opposition was thwarted. I am concerned about the discrimination,” Angkhana Neelapaijit told BenarNews. Meanwhile, MARA Patani spokesman Abu Hafez Al-Hakim issued a statement Tuesday warning the government about negative repercussions. “The government has again failed to demonstrate its openness to listen to the plight of its people. Thailand is a free country, a land of free people. As guaranteed by the constitution, the people has every right to determine what they want or do not want for themselves,” Abu Hafez said.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/english/news/thai/thailand-environment-11282017164718.html

Comment
Related