สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๘ - ๒๔ พ.ย. ๖๐

 27 พ.ย. 2560 12:10 น. | อ่าน 91
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          จากติดตามสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชนภายในประเทศในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ พบว่า ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๔ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐)
          ประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่  เหตุร้ายวัน (...๑) โจรใต้ลอบบึ้ม!ชุดรปภ.ครูบันนังสตา ตร.พลีชีพ ๑ บาดเจ็บ ๑, ๒) วางบึ้มป่วนสุไหงปาดีโชคดีระเบิดทำงานไม่ตรงเวลา, ๓) ประกบยิงหลายนัด เจาะอกหญิงวัย ๕๓ ปางตาย ริมถนนทางลัดไปเขื่อนบางลาง และ ๔) เร่งตรวจวงจรปิด เผารถลวงกดบึ้ม ปลัดอำเภอมายอ), และ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (...๑) เรือประมงยังจอดเทียบท่า หลังอุตุฯเตือนอ่าวไทยคลื่นสูง ๓ ม., ๒) ราคายางตกต่ำ-เศรษฐกิจซบเซา ชาวเบตงแห่พึ่งโรงตึ๊งกว่า ๘๐%, ๓) ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษแผ่วเบาหายใจรวยริน และ ๔) มองอนาคตยางพารา ผ่านสายตาโบรกเกอร์
          สำหรับประเด็นข่าวเชิงบวกที่มีระดับการรับรู้สูง ได้แก่ การเมือง (บิ๊กป้อมเผยประสานมาเลเซีย ตามตัวอุยกูร์แหกคุกแล้ว และ นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ๒๗ – ๒๘ พ.ย.), การบำรุงขวัญกำลังพล (ร.10 พระราชทานดอกไม้ตะกร้าสิ่งของ แก่ ตร.บันนังสตาบาดเจ็บเหตุวางระเบิด), การช่วยเหลือประชาชน (ฝนถล่มหนักเมืองนราฯ ต้นไม้ใหญ่โค่นขวางถนน-จนท.ระดมพลเคลื่อนย้าย), กระบวนการยุติธรรม (ศาลฎีกาสั่งคุก ๑ ปี อดีตกำนันโต๊ะเด็ง แจ้งความเท็จถูก ตร.ซ้อม), การ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (บิ๊กแป๊ะ ลั่นสาวหมดส่วยภูเก็ต ชี้ผิดจริงนายพลก็ไม่เว้น), ยาเสพติด (จับยาบ้า ๔ ล้านเม็ด กว่า ๙๐๐ ล้าน ปส. ลุยยึดทรัพย์ เปลี่ยนเป็นเม็ดเงิน), ความร่วมมือของประชาชน (พลาม พรมจำ ปา ชายผู้วิ่ง ๘,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เพื่อสันติภาพ) และ การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (ศอ.บต.ประชุมนักประชาสัมพันธ์ หวังเป็นกระบอกเสียงลดความรุนแรง)
          จากสถานการณ์ข่าวดังที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลง ร้อยละ ๑๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐)
          ในส่วนของประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ดังนี้
          ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่างประเทศกว้างขวางที่สุด คือ กรณีชาวอุยกูร์ ๒๐ คนหลบหนีจากสถานที่ควบคุมตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอำเภอสะเดา จ.สงขลา ช่วงเวลาประมาณ ๒ นาฬิกา คืนวันจันทร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน สื่อที่ติดตามนำเสนอข่าวมีทั้งสำนักข่าวระดับโลก Reuters และ AFP รวมทั้งสิ่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสื่อมาเลเซียให้ความสำคัญเกาะติดกรณีนี้มากกว่าสื่อประเทศอื่นๆ เนื่องจากจุดที่หลบหนีอยู่ใกล้พรมแดนมาเลเซียด้านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์
          ความกังวลเกี่ยวกับการขยายอิทธิพลของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า”รัฐอิสลาม”หรือไอซิส และลัทธิญิฮาด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดคำถามว่า มีโอกาสที่ลัทธิญิฮาดและไอซิส จะแทรกซึมเข้ามาอิทธิพลต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ยังคงเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนที่สนใจติดตามปัญหาความขัดแย้งในโลกมุสลิมตั้งประเด็นวิเคราะห์ใน The diplomat สื่อออนไลน์ข่าวระหว่างประเทศที่มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ International Crisi Group เผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน รายงานบทวิเคราะห์ของ Austin Bodetti สรุปว่า ไอซิสและลัทธิญิฮาดไม่มีอิทธิพลต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มอุดมการณ์ชาตินิยมมาเลย์ ไม่ใช่กลุ่มขบวนการที่ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อิสลาม
          อย่างไรก็ตามบทความชื้นนี้ มีทัศนะเช่นเดียวกับ ICG คือ เสนอว่า วิธีการป้องกันการแทรกซึมทางอุดมการณ์ของไอซิส ที่ถูกต้องรัฐบาลไทยต้องสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ และจำเป็นต้องดึงกลุ่มขบวนการติดอาวุธที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐไทยเข้าสู่กระบวนการพูดคุยให้ได้

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ


          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๕ (๑๒๔ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐) ๑๓๐ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีน้ำเงิน) มีแนวโน้มฯ ลดลง เนื่องการลดลงค่อนข้างมากของความถี่ของข่าวเชิงบวกในช่วงปลายสัปดาห์ ในส่วนของข่าวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๔ (๓๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐) ๔๖ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีแดง)  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

      ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2) 

    2017-11-11

    22

    5

     4.40

    2017-11-12

    18

    5

     3.60

    2017-11-13

    21

    6

     3.50

    2017-11-14

    21

    10

     2.10

    2017-11-15

    17

    5

     3.40

    2017-11-16

    10

    5

     2.00

    2017-11-17

    15

    1

     15.00

     

     17.71

     5.29

     4.86

    2017-11-18

    15

    5

     3.00

    2017-11-19

    17

    3

     5.67

    2017-11-20

    17

    8

     2.13

    2017-11-21

    22

    11

     2.00

    2017-11-22

    22

    13

     1.69

    2017-11-23

    27

    4

     6.75

    2017-11-24

    10

    2

     5.00

     

     18.57

     6.57

     3.75

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว


    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (ไม่มีข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มากว่า  ๕ สัปดาห์แล้ว (๔ – ๒๔ พ.ย.๖๐))

          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีความถี่ เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๓ (๙ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐) ๑๒ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวได้แก่ ๑) โจรใต้ลอบบึ้ม!ชุดรปภ.ครูบันนังสตา ตร.พลีชีพ ๑ บาดเจ็บ ๑, ๒) วางบึ้มป่วนสุไหงปาดีโชคดีระเบิดทำงานไม่ตรงเวลา, ๓) ประกบยิงหลายนัด เจาะอกหญิงวัย ๕๓ ปางตาย ริมถนนทางลัดไปเขื่อนบางลาง, ๔) เร่งตรวจวงจรปิด เผารถลวงกดบึ้ม ปลัดอำเภอมายอ และ ๕) ยิงทิ้งหนุ่มกลางกระท่อมสวนยางที่ยะลา

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๔๒ (๑๙ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐)  ๒๗ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๘ (๑๓ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐)  ๑๘ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ ๑) บิ๊กป้อมเผยประสานมาเลเซีย ตามตัวอุยกูร์แหกคุกแล้ว, ๒) งัด ม.๔๔ ตั้งบอร์ดใหญ่ ดูแลมั่นคงในประเทศ นายกฯนั่งคุมหัวโต๊ะ, ๓) ออมสินยันไม่ตกขบวน ครม.สัญจร ชี้ช่วยชาติทำงานได้แม้ถูกปรับออก, ๔) ได้เวลาล้างส่วย ประยุทธ์สั่งบิ๊กใหม่ลุยเต็มที่/ต่อไปนี้ทุกร้านไม่ต้องจ่าย, ๕) นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ๒๗ – ๒๘ พ.ย., ๖) คกก.ปฏิรูปปราบโกง จ่อคลอดแผนปลาย ธ.ค.นี้ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) “สตูล” ถก ๓๐ องค์แสดงจุดยืน ไม่แยกกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้, ๒) จีนกดดันไทย ตามตัวอุยกูร์แหกคุกสงขลา, ๓) ชาวสวนยางรอพบนายกฯช่วงลงใต้, ๔) ประมงปัตตานีร้อง บิ๊กป้อม สังคายนา 100 ประกาศ IUU, ๕) สั่งสอบ ๘ ตร.ตม.สงขลา ปล่อย ๒๐ อุยกูร์หลบหนี/คาดเข้ามาเลย์แล้ว และ ๖) ดับ ไฟใต้ ด้วยการทุ่มเม็ดเงินพัฒนา ได้ผลหรือไม่อยู่ที่หยุดคอร์รัปชัน

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๕๐ (๔ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐)  ๑๔ ข่าว ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่ลดลงร้อยละ ๑๐๐ ( ๑ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐)  ไม่มีข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มของความถี่ มีแนวโน้มฯ ต่ำค่อนข้างคงที่  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) บิ๊กแป๊ะ ลั่นสาวหมดส่วยภูเก็ต ชี้ผิดจริงนายพลก็ไม่เว้น, ๒) บุกรวบผู้ต้องสงสัยมือยิงผู้ช่วยพยาบาล พบประวัติก่อเหตุโชกโชน, ๓) จับเรือลอบขนน้ำมันเถื่อน ๗ หมื่นกว่าลิตร กำลังถ่ายใส่รถบรรทุก ไปขายต่อ, ๔) DSI ประสานทัพเรือ บุกจับลอบค้ามนุษย์ คาเรือกลางอ่าวไทย

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีความถึ่คงที่  (๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐) ๗ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ ลดลง ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มี ความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๖๖ (๓ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐) ๘ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) รถไฟสายใต้เดินรถจากกรุงเทพฯตามปกติแล้ว, ๒) พิธีวางศิลาฤกษ์สนามบินเบตง จ.ยะลา, ๓) จับเรือประมงเวียดนามลอบคราดปลิงทะเลไทย และ ๔) ปรับโมเดลการลงทุนของเขตเศรษฐกิจ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) เรือประมงยังจอดเทียบท่า หลังอุตุฯเตือนอ่าวไทยคลื่นสูง ๓ ม., ๒) ราคายางตกต่ำ-เศรษฐกิจซบเซา ชาวเบตงแห่พึ่งโรงตึ๊งกว่า ๘๐%, ๓) ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษแผ่วเบาหายใจรวยริน และ ๔) มองอนาคตยางพารา ผ่านสายตาโบรกเกอร์

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ คอลัมน์: วสิษฐ เดชกุญชร: ระวังจะแพ้สงครามภาคใต้ (การดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บขาดประสิทธิภาพ)
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
          ในช่วงวันที่ ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นข่าวเชิงลบ
    ๑. 
    เหตุร้ายวัน ได้แก่ ๑) โจรใต้ลอบบึ้ม!ชุดรปภ.ครูบันนังสตา ตร.พลีชีพ ๑ บาดเจ็บ ๑, ๒) วางบึ้มป่วนสุไหงปาดีโชคดีระเบิดทำงานไม่ตรงเวลา, ๓) ประกบยิงหลายนัด เจาะอกหญิงวัย ๕๓ ปางตาย ริมถนนทางลัดไปเขื่อนบางลาง, ๔) เร่งตรวจวงจรปิด เผารถลวงกดบึ้ม ปลัดอำเภอมายอ และ ๕) ยิงทิ้งหนุ่มกลางกระท่อมสวนยางที่ยะลา
    เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) เรือประมงยังจอดเทียบท่า หลังอุตุฯเตือนอ่าวไทยคลื่นสูง ๓ ม., ๒) ราคายางตกต่ำ-เศรษฐกิจซบเซา ชาวเบตงแห่พึ่งโรงตึ๊งกว่า ๘๐%, ๓) ปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษแผ่วเบาหายใจรวยริน และ ๔) มองอนาคตยางพารา ผ่านสายตาโบรกเกอร์
    ประเด็นเชิงบวก
    การเมือง ได้แก่ ๑) บิ๊กป้อมเผยประสานมาเลเซีย ตามตัวอุยกูร์แหกคุกแล้ว, ๒) งัด ม.๔๔ ตั้งบอร์ดใหญ่ ดูแลมั่นคงในประเทศ นายกฯนั่งคุมหัวโต๊ะ, ๓) ออมสินยันไม่ตกขบวน ครม.สัญจร ชี้ช่วยชาติทำงานได้แม้ถูกปรับออก, ๔) ได้เวลาล้างส่วย ประยุทธ์สั่งบิ๊กใหม่ลุยเต็มที่/ต่อไปนี้ทุกร้านไม่ต้องจ่าย, ๕) นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ๒๗ – ๒๘ พ.ย. และ ๖) คกก.ปฏิรูปปราบโกง จ่อคลอดแผนปลาย ธ.ค.นี้
    วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ๑) นราฯเปิดลงทะเบียนประกอบพิธีฮัจญ์ปี ๖๑, ๒) ชาวบ้านตื่นปลาวาฬยักษ์โผล่เกยตื้นตายอ่าวปัตตานี, ๓) ขอโทษ นักเรียนเขียน หินโบราณ จอร์แดน, ๔) มรภ.สงขลา-พุทธสมาคมห่วงภัยคุกคามพระพุทธศาสนา
    การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ บ้านฮูแตทูวอ ชุมชนแข็งแรงด้วย ศาสตร์พระราชา
    การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ๑) พระสังฆราช ประทานกระเช้าเยี่ยม เหยื่อไฟใต้ยะลา และ ๒) ร.10 พระราชทานดอกไม้ตะกร้าสิ่งของ แก่ ตร.บันนังสตาบาดเจ็บเหตุวางระเบิด
    กีฬา ได้แก่ ร.ร.กีฬาจ.ยะลาซัด ๓ – ๐ เข้ารอบ ๔ ทีมคัดบอลคิงเพาเวอร์ใต้
    ๖. การศึกษา ได้แก่ ๑) มรภ.สงขลา ชวน นร.ชายแดนใต้ เข้าค่ายวิทยาศาสตร์ และ ๒) ก.ค.ศ.บรรจุและแต่งตั้งผอ.สพท. ๑๑๐ ราย
    การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ๑) ฝนถล่มหนักเมืองนราฯ ต้นไม้ใหญ่โค่นขวางถนน-จนท.ระดมพลเคลื่อนย้าย และ ๒) หมู่บ้านแลแบง เผชิญน้ำท่วมวันที่ ๔ แนวโน้มดีขึ้น
    การเยียวยา ได้แก่ ร.๑๐ ทรงพระราชทานสิ่งของ แก่ญาติสิบตำรวจทศพร เสสาร
    กระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ศาลฎีกาสั่งคุก ๑ ปี อดีตกำนันโต๊ะเด็ง แจ้งความเท็จถูก ตร.ซ้อม
    ๑๐การรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) บิ๊กแป๊ะ ลั่นสาวหมดส่วยภูเก็ต ชี้ผิดจริงนายพลก็ไม่เว้น, ๒) บุกรวบผู้ต้องสงสัยมือยิงผู้ช่วยพยาบาล พบประวัติก่อเหตุโชกโชน, ๓) จับเรือลอบขนน้ำมันเถื่อน ๗ หมื่นกว่าลิตร กำลังถ่ายใส่รถบรรทุก ไปขายต่อ, ๔) DSI ประสานทัพเรือ บุกจับลอบค้ามนุษย์ คาเรือกลางอ่าวไทย
    ๑๑ยาเสพติด ได้แก่ ๑) บุกรวบ ๔ ผู้ค้ากัญชาของกลาง ๑.๕ ล้านฝังดินตบตาตำรวจเร่งขยายผลจับกุม, ๒) เปิดร้านซ่อมรถบังหน้า ขายยาแก้ไอ - ใบกระท่อม กองปราบบุกทลาย!, ๓) จับยาบ้า ๔ ล้านเม็ด กว่า ๙๐๐ ล้าน ปส. ลุยยึดทรัพย์ เปลี่ยนเป็นเม็ดเงิน
    ๑๒ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ พลาม พรมจำ ปา ชายผู้วิ่ง ๘,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เพื่อสันติภาพ
    ๑๓การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) ศอ.บต.ประชุมนักประชาสัมพันธ์ หวังเป็นกระบอกเสียงลดความรุนแรง, ๒) เผยข้อความสุดท้าย จ.ส.ต.พลีชีพ ถูกระเบิดดับ มีลางสังหรณ์รู้จะไม่กลับมา, ๓) เหินฟ้ากู้ ‘หัวใจ’ เสี่ยงชีวิตเพื่อต่อชีวิต, ๔) สดุดวีรกรรม จ่ายักษ์ มูลนิธิบุณยะจินดาฯ ร่วมเชิดชู-ตร.ต้นแบบ, ๕) สานสายใยเพื่อสายใจไทย, ๖) เปรียบเทวดาที่จับต้องได้ ความในใจทนายชาวนราฯถึงพ่อหลวง และ ๗)  เดินหน้าผ่าตำรวจ

          ๔.๒ ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level: AI) ต่อสถานการณ์ จชต.

          จากสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชน ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ลดลง ร้อยละ ๑๑  (๑.๘๓ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๑ – ๑๗ พ.ย.๖๐) ๑.๖๓ ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มการรับรู้เชิงบวก มีแนวโน้มฯ​ ลดลง

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่  ๑๘ – ๒๔ พ.ย.๖๐
          ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่างประเทศกว้างขวางที่สุด คือ กรณีชาวอุยกูร์ ๒๐ คนหลบหนีจากสถานที่ควบคุมตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอำเภอสะเดา จ.สงขลา ช่วงเวลาประมาณ ๒ นาฬิกา คืนวันจันทร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน สื่อที่ติดตามนำเสนอข่าวมีทั้งสำนักข่าวระดับโลก Reuters และ AFP รวมทั้งสิ่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสื่อมาเลเซียให้ความสำคัญเกาะติดกรณีนี้มากกว่าสื่อประเทศอื่นๆ เนื่องจากจุดที่หลบหนีอยู่ใกล้พรมแดนมาเลเซียด้านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์
          ความกังวลเกี่ยวกับการขยายอิทธิพลของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า”รัฐอิสลาม”หรือไอซิส และลัทธิญิฮาด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดคำถามว่า มีโอกาสที่ลัทธิญิฮาดและไอซิส จะแทรกซึมเข้ามาอิทธิพลต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ยังคงเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนที่สนใจติดตามปัญหาความขัดแย้งในโลกมุสลิมตั้งประเด็นวิเคราะห์ใน The diplomat สื่อออนไลน์ข่าวระหว่างประเทศที่มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ International Crisi Group เผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน รายงานบทวิเคราะห์ของ Austin Bodetti สรุปว่า ไอซิสและลัทธิญิฮาดไม่มีอิทธิพลต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มอุดมการณ์ชาตินิยมมาเลย์ ไม่ใช่กลุ่มขบวนการที่ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อิสลาม
          อย่างไรก็ตามบทความชื้นนี้ มีทัศนะเช่นเดียวกับ ICG คือ เสนอว่า วิธีการป้องกันการแทรกซึมทางอุดมการณ์ของไอซิส ที่ถูกต้องรัฐบาลไทยต้องสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ และจำเป็นต้องดึงกลุ่มขบวนการติดอาวุธที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐไทยเข้าสู่กระบวนการพูดคุยให้ได้
          ๕.๑ Austin Bodetti ผู้สื่อข่าวอิสระที่สนใจติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในโลกอิสลามเขียนบทความชื่อ “Will southern Thailand turn to Jihad?” หรือ “มีโอกาสที่ภาคใต้ของไทยจะตกอยู่ใต้อิทธิพลลัทธิญิฮาด” เผยแพร่ใน The diplomat สื่อออนไลน์ข่าวระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ซึ่งมีเนื้อหาไม่แตกต่างจากรายงานบทวิเคราะห์ของ ICG ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน
          ขบวนการแบ่งแยกดินแดนของคนเชื้อสายมาเลย์ แม้จะใช้กลยุทธการสร้างความหวาดกลัว เช่นการตัดศรีษะและคาร์บอมส์ ซึ่งไม่ค่อยพบนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่นักวิเคราะห์และผู้สื่อข่าวก็มีท่าทีชื่นชมประเทศไทยว่า เป็นประเทศที่อยู่วงนอกไม่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของลัทธิญิฮาด

    (Malay irredentists and secessionists describing themselves as Islamists have hit southern Thailand with beheadings and car bombs, nightmarish tactics rarely seen outside the Middle East. Even so, analysts and journalists must appreciate Thailand as an outlier in the history of jihadism.)

    Rohan Gunaratna ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย the International Center for Political Violence and Terrorism Research ผู้เชี่ยวชาญด้านความขัดแย้งในโลกมุสลิม เป็นนักวิชาการอีกคนที่เชื่อว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยปลอดจากอิทธิพลของไอซิส

    “แม้จะมีวาทกรรม ญิฮาดระดับโลก แต่ความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาระดับท้องถิ่น เน้นว่าเป็นการต่อสู้ของขบวนการชาตินิยม เป็นการต่อสู้เพื่ออัตตลักษณ์ และกลุ่มติดอาวุธเน้นตัวตนความเป็นมาเลย์มากกว่าความเป็นมุสลิม”

    ความแตกต่างอีกประกาณหนึ่งคือ กลุ่มติดอาวุธที่ทำสงครามในซีเรียและอิรักมีเป้าหมายระดับโลกและภูมิภาค อีกทั้งชมชอบการแสดงความเห็นผ่านสื่อออนไลน์ ขณะที่กลุ่มขบวนการติดอาวุธในจังหวัดชายแดนภาคใต้ชมชอบการปฏิบัติการลับ ไม่สนใจให้ข่าวกับสื่อมวลชน

    (“Despite the rhetoric about ‘global jihad,’ the conflict in southern Thailand, however, remains predominantly local. It could best be bracketed as an old-fashioned ethno-nationalist struggle, though layered over religion as it involves Muslims in southern Thailand fighting for their identity.” The insurgents identify less as Muslims than as Malays. Unlike in Iraq and Syria, where insurgents, Islamists, rebels, and terrorists have global or regional aspirations and love to broadcast their opinions online, southern Thailand’s insurgents like to operate under a media blackout.)

    รายงานบทวิเคราะห์ของ Bodetti สรุปในตอนท้ายสอดคล้องกับข้อเสนอนะของ ICG คือ วิธีป้องกันภัยแทรกซ้อนจากลัทธิญิฮาดมีหนทางเดียว คือ การเจรจาสันติภาพ
          ทั้งฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธ ที่เผชิญหน้ากันตั้งแต่ต้นทศวรรษ ๒๐๐๐ โดยที่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกุมความได้เปรียบเข้าใกล้ชัยชนะ ดังนั้นทั้งสองฝ่ายควรหันหน้าพูดคุยกับบนโต๊ะเจรจา มิฉะนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะต้องเผชิญกับการความขัดแย้งยาวนานหลายสิบปีกับกลุ่มติดอาวุธมุสลิม เช่นเดียวกับปัญหาความขัดแย้งในประเทศจีนและอินเดีย

    (As insurgents and counterinsurgents in southern Thailand weigh how best to proceed, they must consider the implications of the Crisis Group’s conclusions. Since the outset of the insurgency in the early 2000s, neither side has come close to winning. Maybe they both can at the negotiating table. Otherwise, they may be facing a decades-long Muslim insurgency similar to China’s and India’s.)
    ที่มาข้อมูล ; https://thediplomat.com/2017/11/will-southern-thailand-turn-to-jihad/

                ๕.๑.๑ The Straits Times สื่อสิงคโปร์ รายงานเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ว่า การลักลอบค้าอาวุธสงครามข้ามแดนจากไทยเข้ามาเลเซียเชื่อว่าอาวุธส่วนหนึ่งอยู่ในมือของกลุ่มก่อการร้าย ทั้งนี้แม้ว่าทางการมาเลเซียมีการปฏิบัติการกวาดล้างสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายแต่จำนวนอาวุธสงครามไม่ได้ลดจำนวนลงเลย
          Mat ชาวมาเลเซียวัย ๔๙ ปี บอกกับผู้สื่อข่าว Straits Times ว่า เขายึดอาชีพค่าอวุธสงคราม ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา และหันหลังให้กับอาชีพลักลอบขนพลุ ดอกไม้ไฟ จากไทยมาขายในมาเลเซีย เนื่องจากการค้าอาวุธทำเงินได้มากกว่า
          เขาบอกว่า อาวุธที่ลักลอบขนจากไทยส่วนใหญ่ขายให้กับแก๊งค์อาชญากร แต่เขาก็เชื่อว่าลูกค่สของเขาบางคน เป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิสในอิรักและซีเรีย เขาบอกว่าจากประสบการณ์เขาเชื่อว่า มีลูกค้าหนึ่งหรือสองรายเป็นสมาชิกกลุ่มไอซิส ทั้งนี้เขาเชื่อว่าลุกค้าที่สั่งซื้ออาวุธปืนไรเฟิล และปืนกึ่งอัตตโนมัติ

    (One of these smugglers is a 49-year-old who calls himself Mat and claims he used to bring in firecrackers. He told ST that he switched to smuggling weapons and ammunition in the last few years as it is more profitable.
    While the guns often end up in the hands of gangsters, Mat did not discount the possibility that he had brought in weapons for militants linked to the Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) terror group.
    "Based on my own experience in handling these requests, I suspect one or two of my clients might be ISIS members," he said by phone.
    At times, he said he could tell who his clients were by the weapons they chose. He believes that assault rifles and semi-automatic guns, for example, are favoured by his alleged militant clients.)

    Mat อธิบายวิธีการลักลอบขนอาวุธจากไทยเช้ามาเลเซีย ว่าเขาใช้วิธีซุกซ่อนในช่องลับของรถยนต์ โดยอาวุธปืนมีราคาตั้งแต่ ๓๐๐๐ ถึง ๑๕,๐๐๐ ริงกิต เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของมาเลเซียได้เพิ่มการเข้มงวดตรวจตราชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามพรมแดน เพิ่มมากขึ้นในปีนี้ ภายหลังมีการจับกุมชายชาวมาเลเซีย ๓ คน ในข้อหาพัวพันกับการลักลอบค้าอาวุธสงคราม การจับกุมเกิดขึ้นที่รัฐกลันตันในระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้หนึ่งในผู้ต้องหาค้าอาวุธสงคราม มีอาชีพเลี้ยงวัวบังหน้า

    (The weapons were often dismantled and hidden in secret compartments in his vehicle as he crossed into Malaysia from Thailand. "These weapons are usually priced between RM3,000 (S$977) and RM15,000, depending on the model," Mat said.
    The activities of border smugglers like him are raising security concerns following the arrest of three men in northern Kelantan state between March and May for their role in bringing in arms for ISIS. One of them was a cow farmer.)

          ๕.๒ สำนักข่าวต่างประเทศทั้ง Reuters, AFP สื่อมาเลเซีย และสิงคโปร์ รายงานข่าว ผู้ต้องขังชาวอุยกูร์หลบหนีจากสถานที่ควบคุมตัวในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอำเภอสะเดา จ.สงขลา
          Reuters รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ไทย ระบุว่า ผู้ต้องขังชาวอุยกูร์ ๒๐ คน ซึ่งเป็นชาวมุสลิมจากประเทศจีนทุบกำแพงที่คุมขังและใช้ผ้าห่มโรยตัวหลบหนีตอนเช้าตรู่วันจันทร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน ผู้ต้องขังกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของชาวอุยกูร์ หลบหนีเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฏหมายเข้าเมือง ๒๐๐ คน ที่ถูกคุมขังมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗
          ชาวอุยกูร์ กลุ่มนี้อ้างว่ามีสัญชาติตุรกีและร้องขอให้ทางการไทยส่งตัวไปที่ตุรกี แต่ว่าทางการไทยกลับส่งตัวชาวอุยกูร์กว่า ๑๐๐ คนไปยังประเทศจีน เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๘ ส่งผลให้ประชาคมโลกรวมทั้งกลุ่มสิทธิมนุษยชนประนามการตัดสินใจของรัฐบาลไทย ด้วยความกังวลว่า ชาวอุยกูร์กลุ่มนี้จะต้องเผชิญกับการลงโทษและทรมานจากรัฐบาลจีน

    (Twenty ethnic Uighur Muslims from China broke out of a detention centre near the Thai-Malaysia border, Thai officials said on Monday (Nov 20), after digging holes in the wall and using blankets as ladders. The 20 were part of the last remaining group of more than 200 Uighurs who were detained in 2014.
    Members of the group identified themselves as Turkish citizens and asked to be sent to Turkey but more than 100 were forcibly returned to China in July 2015, a move that sparked international condemnation, including from rights groups who feared they could face torture in China.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/20-chinese-uighurs-use-blankets-to-escape-thai-cell
    https://www.thestar.com.my/news/regional/2017/11/20/20-uighur-men-flee-songkhla-detention-centre/​
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1412414​

                ๕.๒.๑ สื่อมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ว่า ดาโต๊ะอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียสั่งการให้ตำรวจมาเลเซียร่วมมือกับตำรวจไทยและอาเซียนรวมทั้งตำรวจสากล ติดตามจับกุมผู้ต้องขังชาวอุยกูร์ที่หลบหนีจากที่คุมขัง ในอ.สะเดา จ.สงขลา

    (Malaysian police are to work with the ASEAN Police and Interpol to help Thailand find and arrest the Uighurs who escaped from a Thai detention centre early on Monday and reportedly entered Malaysia, said Deputy Prime Minister Datuk Seri Dr Ahmad Zahid Hamidi.
    He said the police would share intelligence information with the Thai security authorities to find and arrest those who escaped from the Sadao immigration detention centre close to the Malaysian-Thai common border.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1412917​
    http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/dpm-malaysia-to-help-thailand-find-escaped-uighur-detainees#YgjZ9MgfbE80CtH5.97​
    https://www.malaysiakini.com/news/402910​

                ๕.๒.๒ สื่อมาเลเซียรายงานข่าว การจับกุมผู้ต้องขังชาวอุยกูร์หนึ่งคน ได้ที่ด่านความมั่นคงใกล้กับบูกิตกายูฮิตัม โดยผู้บัญชาการตำรวจรัฐเคดาห์ เปิดเผยว่า Mohammatimin ผู้ต้องขังชาวอุยกูร์ อายุประมาณ ๓๐ ปี ถูกจับกุมที่ด่านความมั่นคงบูกิตตังกา ก่อนที่จะถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่สถานีตำรวจ Jitra เพื่อรอการส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย

    (An Uighur man, who was among 20 detainees who fled from a detention centre at Sadao in Southern Thailand, has been arrested at the Bukit Tangga security post near Bukit Kayu Hitam. Kedah police chief Commissioner Datuk Asri Yusoff said Mohammatimin, who is in his 30s, was detained by army personnel guarding the area at about 4pm Tuesday. "Our Thai counterpart has been informed of the man's arrest. He is being held at the Jitra police station lock-up before he is handed over to the Thai authorities. "He was arrested for entering the country illegally," Datuk Asri told the media after meeting with secondary school principals in the state at the police contingent headquarters here.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.thestar.com.my/news/nation/2017/11/22/malaysian-army-nabs-uighur-escapee-near-bukit-kayu-hitam/
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1413203
    https://www.nst.com.my/news/nation/2017/11/306102/kedah-cops-arrest-one-15-escaped-uighurs

          ๕.๓ The Straits Times สื่อสิงคโปร์ รายงานเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ว่า ทางการมาเลเซียได้ติดตั้งอุปกรณ์เครืองไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ในบริเวณกลุ่มอาคารชายแดนที่บูกิตกายูฮิตัม ติดกับอ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนของผิดกฏหมายเข้าและออกจากประเทศมาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซีย ลงทุนเป็นเงิน ๔๒๕ ล้านริงกิต ปรับปรุงอาคารด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านกักกันพืชและสัตว์ ด่านศุลกากร ที่บูกิตกายูฮิตัม
          อาคารสำนักงานชายแดนบูกิตกายูฮิตัมที่ปรับปรุงใหม่ เปิดด่านตรวจความมั่นคง ๒ เลน พร้อมด้วยเครื่องเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์ และเครื่องมือที่ทันสมัยอื่นๆ เปิดให้บริการตึ้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน
          ทางการมาเลเซียเชื่อว่า เครื่องไม้เครืองมือที่ติดตั้งใหม่ที่ด่านบูกิตกายูฮิตัมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภายการป้องกันและปราบปรามการการลักลอบขนของผิดกฏหมาย

    (Malaysia's border officials at a major Thai-Malaysian checkpoint have a slew of new equipment to curb further cross-border smuggling.
    The new Immigration, Customs, Quarantine and Security Complex at Bukit Kayu Hitam town in Kedah state - built at a cost of RM425 million (S$139 million) - opened on Nov 1. The complex has two security inspection lanes, a cargo scanning machine, a weighbridge, and cold room and quarantine facilities for livestock and plants. The authorities say the new kit will help them plug weaknesses that had hampered previous efforts to curb smuggling.) 
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/new-malaysian-complex-at-thai-border-gets-equipment-boost-to-stem-smuggling

Comment
Related