สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย. ๖๐

 07 พ.ย. 2560 11:28 น. | อ่าน 63
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          จากติดตามสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชนภายในประเทศในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐ พบว่า ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ลดลง ร้อยละ ๗๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐)
          โดยมีประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่  อาชญากรรมในพื้นที่ (คนร้ายขี่ จยย.พูดคุยชาวบ้านก่อนชักปืนยิงดับ ๑ – สาหัส ๑ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว)
          สำหรับประเด็นข่าวเชิงบวกที่มีระดับการรับรู้สูงมาก ได้แก่ การสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์ (ชาวใต้แห่ซื้อ นสพ.ฉบับประวัติศาสตร์ สู่ฟ้าสรวงสวรรค์), เศรษฐกิจฯ (๑๐ ต.ค.วางศิลาฤกษ์ สนามบินเบตง ปลุก ศก.-ท่องเที่ยว ๓ จังหวัดชายแดนใต้), การ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ยันรปภ. ตูน เต็มที่ ชี้การวิ่งของนักร้องหนุ่ม สร้างความสุขให้ประชาชน), การช่วยเหลือประชาชน (ร.๑๐ ทรงห่วงน้ำท่วม รับสั่งดูแล ปชช.), ความร่วมมือของภาคประชาชน (คนยะลามอบ ๔ แสน ช่วย‘ตูน’สานฝัน ระดม ๗๐๐ ล้านให้ ๑๑ รพ. หมอยันยังฟิตเปรี๊ยะ), สิทธิมนุษยชน (แอมเนสตี้ขอบคุณอัยการไม่ฟ้องคนแฉ เหตุทรมานผู้ต้องหาคดีชายแดนใต้) และการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (บิ๊กตู่ให้กำลังใจตูน)
          จากสถานการณ์ข่าวดังที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐)
          ในส่วนของประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐ ดังนี้
          สัปดาห์นี้ไม่มีข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ปรากฏในรายงานของสื่อระหว่างประเทศและสื่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่มึข่าวเกี่ยวกับประเทศมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒ ประเด็น คือ หนึ่งบทความใน The Star เกี่ยวกับอนาคตของนักรบชาวมาเลเซียที่ไปร่วมรบกับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “รัฐอิสลาม” หรือ IS ในซีเรียและอิรัก คนกลุ่มนี้มีโอกาสสูงที่จะตัดสินใจเดินทางกลับมาเลเซียโดยใช้เส้นทางผ่านปากีสถานและประเทศไทยก่อนที่จะลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนเข้าประเทศมาเลเซีย
          ประเด็นที่สอง เกี่ยวกับการแถลงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๑ ของรัฐบาลมาเลเซีย ซี่งมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมาเลเซีย-ไทย ซึ่งสื่อมาเลเซียรายงานว่าจะมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในรัฐภาคเหนือของมาเลเซียรวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการผ่านเข้าประเทศมาเลเซียที่ด่านบูกิตกายูฮิตัมคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเลเซียเพิ่มสูงขึ้น

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๗ (๙๕ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐) ๑๑๑ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีน้ำเงิน) มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนของขาวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีความถี่ลดลงร้อยละ ๗๖ (๑๗ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐) ๔ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีแดง)  มีแนวโน้มฯ ลดลง

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

    ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

    2017-10-21

    17

    7

    2.43

    2017-10-22

    11

    7

    1.57

    2017-10-23

    8

    2

    4.00

    2017-10-24

    17

    0

    17.00

    2017-10-25

    13

    0

    13.00

    2017-10-26

    18

    0

    18.00

    2017-10-27

    11

    1

    11.00

     

    13.57

    2.43

    9.57

    2017-10-28

    15

    2

    7.50

    2017-10-29

    11

    1

    11.00

    2017-10-30

    22

    0

    22.00

    2017-10-31

    14

    0

    14.00

    2017-11-01

    22

    0

    22.00

    2017-11-02

    15

    0

    15.00

    2017-11-03

    12

    1

    12.00

     

    15.86

    0.57

    14.79

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว


    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
          ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐ ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (ไม่มีข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มากว่า  ๒ สัปดาห์แล้ว (๒๑ ต.ค. – ๓ พ.ย.๖๐))
          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีความถี่ ลดลง ร้อยละ ๑๐๐ (๓ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐) ไม่มีข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ลดลง

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง


          ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีความถี่ลดลง ร้อยละ ๑๘ (๑๑ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐)  ๙ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น สืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของความถี่ข่าวเชิงบวก ในช่วงปลายสัปดาห์ (๒ – ๓ พ.ย.๖๐) ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีข่าวเชิงลบ ๑ ข่าว จากที่ไม่มีเลยสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐)  สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น  สืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของความถี่ข่าวเชิงลบ ในช่วงปลายสัปดาห์ (๓ พ.ย.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ ๑) บิ๊กตู่ ใช้ ม.๔๔ ตั้งปลัด มท. คุมแก้ปัญหาพิสูจน์สัญชาติล่าช้า, ๒) บิ๊กตู่ให้กำลังใจ ให้ ตูน บอดี้สแลม, ๓) นายกสั่งทุกเหล่าทัพ ลงช่วยน้ำท่วม และ ๔) ศธ. เดินยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนา ‘สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน’ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ชาวสวนยางขอคุยนายกฯตู่ ๕ นาที เตรียมพูดปัญหายางรวบรัดที่สุด

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีความถี่ไม่แตกต่างจากสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐)  (๔ ข่าว ทั้งสองสัปดาห์) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ ลดลง สืบเนื่องจากการลดลงของความถี่ข่าวเชิงบวก ในช่วงต้นสัปดาห์ (๒๘ – ๓๑ ต.ค.๖๐) และ ปลายสัปดาห์ (๑ – ๓ พ.ย.๖๐) ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่ลดลง ร้อยละ ๑๐๐ (๖ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐)  ไม่มีข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มของความถี่ มีแนวโน้มฯ ลดลง ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ยันรปภ. ตูน เต็มที่ ชี้การวิ่งของนักร้องหนุ่ม สร้างความสุขให้ประชาชน, ๒) ทหาร-ตร.ใต้พร้อมใจดูแลคนดีที่ทำประโยชน์ให้แผ่นดิน และ ๓) เปิดเทอม ๒ วันแรก ยะลา นราธิวาส คุมเข้ม รปภ.โรงเรียนกันเหตุป่วน

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีความถึ่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๘ (๑๑ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐) ๑๓ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ ลดลง สืบเนื่องจากการลดลงของความถี่ในช่วงปลายสัปดาห์ (๓๑ ต.ค. –  ๓ พ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มี ความถี่ลดลงร้อยละ ๑๐๐ (๖ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐) ไม่มีข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มลดลง ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ๑๐ ต.ค.วางศิลาฤกษ์ สนามบินเบตง ปลุก ศก.-ท่องเที่ยว ๓ จังหวัดชายแดนใต้, ๒) ยะลาเดินเครื่องผลิตลองกองคุณภาพตั้งเป้าส่งสินค้าบุกเข้าสู่ตลาด Modern trade, ๓) เดินหน้า AEC: โรตีสไตล์ไทย-อาหรับ, ๔) Smart Travel: แพ็คเกจรถไฟข้ามแดนใต้ประสบการณ์ใหม่ไปมาเลเซีย, ๕) ติวเข้มเอสเอ็มอีชายแดนใต้ค้าออนไลน์ และ  ๖) ชวนชมป่าโกงกาง ล่องอ่าวปัตตานีที่บางปู

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ปรากฏในสื่อกระแสหลัก แต่ในโลกโซเชี่ยลมีการโพสต์นำเสนอเรื่อง “ที่มีการหักเงินเบี้ยเลี้ยงทหารชายแดนภาคใต้ว่า “ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ได้รับใช้ชาติ ถูกเอาเปรียบจากนายพลใหญ่  จนทำให้เหลือเงินเดือนเพียงหลักสิบและหลักร้อยบาทเท่านั้น"
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.

                ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นข่าวเชิงลบ
          มีเพียง ๑ ประเด็น คือ อาชญากรรมในพื้นที่ ได้แก่ คนร้ายขี่ จยย.พูดคุยชาวบ้านก่อนชักปืนยิงดับ ๑ – สาหัส ๑ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว
    ประเด็นข่าวเชิงบวก
     การเมือง ได้แก่  ๑) บิ๊กตู่ ใช้ ม.๔๔ ตั้งปลัด มท. คุมแก้ปัญหาพิสูจน์สัญชาติล่าช้า, ๒) บิ๊กตู่ให้กำลังใจ ให้ ตูน บอดี้สแลม, ๓) นายกสั่งทุกเหล่าทัพ ลงช่วยน้ำท่วม และ ๔) ศธ. เดินยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนา ‘สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน’
    -  วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ๑) มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมคณะ ร่วมเป็นประธานทอดกฐินสามัคคี ถวายเป็นพระราชกุศล, ๒) คีตราชา โปรมูสิกา จูเนียร์ บรรเลงเพลงจากใจเยาวชน, ๓)​ ปัตตานีรวมใจ-ถือศีลกินเจ ปฏิบัติธรรมถวายรัชกาลที่ ๙ และ ๔) สหมงคลฯ รังสรรค์ ของขวัญ ส่งเสด็จ ในหลวงรัชกาลที่ ๙
    -  การศึกษา ได้แก่ ๑) มรภ.สงขลานำศาสตร์ภาษาไทยสู่ชุมชน แลกเปลี่ยนวิชาการโฆษณา-ภูมิปัญญาชาวบ้าน และ ๒) สร้างเครือข่าย พัฒนาผู้เรียนชายแดนใต้
    -  ความร่วมมือไทย-มาเลย์ ได้แก่ ป.ป.ช. ไทย-มาเลย์ จับเข่าถกแลกเปลี่ยนข้อมูลปราบปรามทุจริต-ฟอกเงิน
    -  สิทธิมนุษยชน ได้แก่ แอมเนสตี้ขอบคุณอัยการไม่ฟ้องคนแฉ เหตุทรมานผู้ต้องหาคดีชายแดนใต้
    -  ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑) คนยะลามอบ ๔ แสน ช่วย‘ตูน’สานฝัน ระดม ๗๐๐ ล้านให้ ๑๑ รพ. หมอยันยังฟิตเปรี๊ยะ, ๒) เยาวชนแดนใต้พัฒนาทักษะภาษาร่วมแก้ปัญหาในพื้นที่, ๓) ประชาชนทั่วประเทศ แห่จองเข็มที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.๙, ๔) จะไม่หยุดทำความดี ตุ๊กกี้ ไปยะลากับพี่มัม ลาโคนิค พูดให้กำลังใจพี่ ๆ ทหาร และ ๕) กรีนเวฟ และ GMM 25 ชวนทำดีตามรอยพ่อ ร่วมช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงภัย ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ให้มียารักษาโรค
    -  การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ๑) ร.๑๐ ทรงห่วงน้ำท่วมรับสั่งดูแล ปชช., ๒) ผบ.ทบ.ระดมช่วย น้ำท่วม ๒๒ จังหวัด, ๓) ตชด.เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมสุไหงโกลก, ๔) สั่ง ๑๔ จว.ใต้ - ประจวบฯ รับมือน้ำท่วมฉับพลัน และ ๕) เขื่อนปัตตานีรีบพร่องน้ำก่อนท่วมหนัก
    -  การรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) ยันรปภ. ตูน เต็มที่ ชี้การวิ่งของนักร้องหนุ่ม สร้างความสุขให้ประชาชน, ๒) ทหาร-ตร.ใต้พร้อมใจดูแลคนดีที่ทำประโยชน์ให้แผ่นดิน และ ๓) เปิดเทอม ๒ วันแรก ยะลา นราธิวาส คุมเข้ม รปภ.โรงเรียนกันเหตุป่วน
    -  การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ๑) ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ, ๒) ประกาศแล้ว! คำสั่งห้ามสูบบุหรื่ ๒๔ ชายหาดทั่วประเทศ และ ๓) โครงการบ้านสวัสดิการข้าราชการ จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี
    -  เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) ๑๐ ต.ค.วางศิลาฤกษ์ สนามบินเบตง ปลุก ศก.-ท่องเที่ยว ๓ จังหวัดชายแดนใต้, ๒) ยะลาเดินเครื่องผลิตลองกองคุณภาพตั้งเป้าส่งสินค้าบุกเข้าสู่ตลาด Modern trade, ๓) เดินหน้า AEC: โรตีสไตล์ไทย-อาหรับ, ๔) Smart Travel: แพ็คเกจรถไฟข้ามแดนใต้ประสบการณ์ใหม่ไปมาเลเซีย, ๕) ติวเข้มเอสเอ็มอีชายแดนใต้ค้าออนไลน์ และ  ๖) ชวนชมป่าโกงกาง ล่องอ่าวปัตตานีที่บางปู
    การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) รางวัลพระปกเกล้า: เกียรติภูมิท้องถิ่น, ๒) กะเพราเจ, ๓)  ชาวใต้แห่ซื้อ นสพ.ฉบับประวัติศาสตร์ สู่ฟ้าสรวงสวรรค์

          ๔.๒ ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level: AI) ต่อสถานการณ์ จชต.

          จากสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชน ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๕ (๒.๔๒ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐) ๓.๐๒ ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มการรับรู้เชิงบวก มีแนวโน้มฯ​ เพิ่มขึ้น

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่  ๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐
          สัปดาห์นี้ไม่มีข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ปรากฏในรายงานของสื่อระหว่างประเทศและสื่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่มึข่าวเกี่ยวกับประเทศมาเลเซียที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒ ประเด็น คือ หนึ่งบทความใน The Star เกี่ยวกับอนาคตของนักรบชาวมาเลเซียที่ไปร่วมรบกับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “รัฐอิสลาม” หรือ IS ในซีเรียและอิรัก คนกลุ่มนี้มีโอกาสสูงที่จะตัดสินใจเดินทางกลับมาเลเซียโดยใช้เส้นทางผ่านปากีสถานและประเทศไทยก่อนที่จะลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนเข้าประเทศมาเลเซีย
          ประเด็นที่สอง เกี่ยวกับการแถลงรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๑ ของรัฐบาลมาเลเซีย ซี่งมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมาเลเซีย-ไทย ซึ่งสื่อมาเลเซียรายงานว่าจะมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในรัฐภาคเหนือของมาเลเซียรวมถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการผ่านเข้าประเทศมาเลเซียที่ด่านบูกิตกายูฮิตัมคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเลเซียเพิ่มสูงขึ้น    

          ๕.๑ The Star สื่อมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ภายใต้พาดหัวข่าว “ภัยคุกคามจากซีเรียย่างกรายถึงมาเลเซีย” โดยมีเนื้อหาบางตอนพูดถึงการสูญเสียพื้นที่ยึดครองของ IS ในเมือง Raqqa ประเทศซีเรียเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ทำให้นักรบ IS ชาวมาเลเซียที่ใช้ชีวิตลำเค็ญในสงครามอาจเดินทางกลับบ้าน นูร์ จัสลัน โมฮํมเหม็ด รมช.มหาดไทยมาเลเซีย บอกว่า รัฐบาลมาเลเซียได้รับข้อมูลมาระยะหนึ่งแล้วว่า นักรบ IS หลบหนีออกจากประเทศซีเรียและอิรัก “คนพวกนี้มุ่งหน้าหาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อหาโอกาสรวมกลุ่มพลิกฟื้นศักยภาพเพื่อหาโอกาสจัดตั้งรัฐอิสลามในว่วนต่างๆของโลกรวมทั้งในมาเลเซียและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะที่อินโดนีเซีย และฟิลิปินส์ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีชาวมุสลิมอาศัยเป็นจำนวนมากซึ่งคนกลุ่มนี้จะเป็นผู้สนับสนุนสำคัญของ IS”
          แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรอง บอกกับ the Star ว่า นักรบชาวมาเลเซียที่หลบหนีอกมาจากประเทศซีเรีย คนพวกนี้จะไม่เดินทางตรงกลับมาเลเซีย แต่ใช้เส้นทางผ่านปากีสถาน ไทย และอินโดนีเซีย หลังจากนั้นก็จะหาทางลักลอบเข้ามาเลเซียดดยใช้เรือเป็นพาหนะข้ามพรมแดน

    (The fall of Islamic State (IS) in Raqqa, Syria, has brought a new menacing possibility – that Malaysian militants, some hardened with battle experience, may return home.“Forget about Marawi City, it is over. You must look at Raqqa. That war is over. Deputy Home Minister Datuk Nur Jazlan Mohamed said Malaysia knows that IS fighters had been fleeing Iraq and Syria for some time. “They have been looking for a safe haven to regroup and rebuild their capabilities to set up Islamic states in other parts of the world and SEA, especially Malaysia, Indonesia and the Philippines are attractive targets because of a large and potentially sympathetic Muslim population,” he said.

    If the Malaysian militants flee Syria, they are unlikely to directly head home, an intelligence officer said. “They will either go to Pakistan or Thailand and head into Indonesia. “Then, they may take a boat to sneak into Malaysia via the backdoor and probably report a lost identity card to get back their identity card,” he said, adding there are Malaysians who went to Syria and Iraq who might be unknown to the police.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.thestar.com.my/news/nation/2017/10/30/a-threat-from-syria-to-right-here-exclusive-nur-jazlan-return-of-hardened-is-fighters-presents-a-dan/

          
    ๕.๒ สื่อมาเลเซีย New Straits Times และ Bernama รายงานเมื่อวันที ๒๘ ตุลาคม ว่า การเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๑ ซึ่งนายกรัฐมนตรีนาจิบ ตุน ราซัคแถลงต่อรัฐสภามาเลเซีย คาดว่าจะขับเคลื่อนมาเลเซียเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ

          ดาโต๊ธออธมัน อาซิซ รมช.คลัง อธิบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจรัฐภาคเหนือของมาเลเซียว่าเพื่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูในภาคใต้ของประเทศไทย รมช.คลัง แถลงต่อผู้สื่อช่าว ว่า โครงการนี้เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมเคียงข้างไปกับประเทศสมาชิกอาเซียน
          ก่อนหน้านิ้เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงเกี่ยวกับโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่บูกิตกายูฮิตัม ติดกับอ.สะเดา จ.สงขลา ว่า จะเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนสำคัญทั้งนักลงทุนมาเลเซียและต่างชาติ ซี่งจะเป็นตัวกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกมากมายในภาคเหนือ มีรายงานว่า รัฐบาลท้องถิ่นในภาคเหนือของมาเลเซียมีความเชื่อมั่นว่า โครงการพัฒนาบูกิตกายูฮิตัมให้เป็นเมืองสินค้าปลอดภาษี จะเป็นตัวจักรสำคัญที่จะเปลี่ยนเมืองชายแดนแห่งนี้ให้เป็น Iskanda แห่งใหม่ของมาเลเซีย
    (The Special Border Economic Zone in Bukit Kayu Hitam as announced by Prime Minister Datuk Seri Najib Razak during the tabling of 2018 Budget is expected to drive the country forward in the international industrial sector. Deputy Finance Minister Datuk Othman Aziz described the development as imperative in order for Malaysia to boost its economy by tapping into the booming economic activities in southern Thailand. "The move is crucial to ensure the country can move at par with Southeast Asia's countries in the industrial sectors," he said at a press conference after launching Jerlun Parliamentary 'One Community One Road Transport Department' programme on Saturday. Yesterday, Najib announced that the development of the Special Border Economic Zone di Bukit Kayu Hitam into a Free Trade Zone will serve as a new attraction for domestic and foreign investors and further boost the economic activities in the northern region. It was reported that the state government was confident that the proposed Bukit Kayu Hitam duty-free township would become a game changer and transform the Malaysian-Thai border town into the next Iskandar Malaysia.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/nation/2017/10/296378/development-bukit-kayu-hitam-imperative-economic-growth-deputy-financehttp://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1405157​

          ๕.๓ New Straits Times สื่อมาเลเซียรายงานเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ว่า รัฐบาลมาเลเซียเตรียมยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าประเทศที่ด่านบูกิตกายบูฮิตัม ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนมาเลเซียที่ต้องผ่านเข้าออกด่านเป็นประจำ เช่น พนักงานร้านค้าคนหนึ่งบอกว่า การยกเลิกค่าธรรมเนียมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเธอได้ถึงหนึ่งในสี่ของรายได้ของเธอในแต่ละเดือน ซึ่งเธอต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านด่านเดือนละ ๓๐๐ ริงกิต
          ทางด้าน Darwish Effendey เจ้าของร้านตัดเย็บเสื้อผ้าที่ชายแดนบอกว่า เขาเชื่อว่าการยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านแดนที่บูกิตกายูฮิตัม นอกจากจะส่งผลให้ลุกค้าและนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้ามาเลเซียมากขึ้นแล้ว ยังจะมีผลทำให้คนมาเลเซียจากรัฐใกล้เคียงเดินทางเข้าไปเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น เช่นกัน

(The government's move to abolish Bukit Kayu Hitam toll plaza might be deemed as insignificant by some quarters, but it removes a huge financial burden off the regular border crossers. A shop assistant who declined to be named said she spent about RM300 monthly for toll fees to commute from her house in Jitra to the workplace and the amount was almost a quarter of her income. "The toll abolishment, which will start early next year, can ease our burden and the money spent on the toll fares could be utilised for other expenses such as my child's education," she said. Meanwhile, another regular border crosser, Darwish Effendey, 30, lauded the move which could draw more tourists to the state especially with the extension of the operation at Malaysia-Thailand border checkpoint here. Darwish, who owned a small garment shop, described the move as timely as many of his customers from the neighbouring country complained of having to pay toll right after having their travelling documents verified at the Bukit Kayu Hitam Immigration, Customs, Quarantine and Security (ICQS) Complex. "This is a good move considering that there is no toll imposed when we enter the southern Thailand through the border checkpoint here.
"I believe not only can we draw more tourists to enter the country via border checkpoint but we can also encourage more people from the neighbouring states to enter Thailand from here," he said.)
ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/nation/2017/10/296342/toll-abolishment-bukit-kayu-hitam-gives-huge-relief-regular-users
 

Comment
Related